ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1006 กลยุทธ์ของเสิ่นเสี่ยวอวี้ ....................
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 1006 กลยุทธ์ของเสิ่นเสี่ยวอวี้ ....................
ตอนที่ 1006 กลยุทธ์ของเสิ่นเสี่ยวอวี้
………………..
ตอนที่ 1006 กลยุทธ์ของเสิ่นเสี่ยวอวี้
เสิ่นเสี่ยวอวี้ออกมาจากบ้านของเซี่ยหลาน แต่หล่อนไม่กล้านั่งแท็กซี่ แน่นอนว่าถึงหล่อนอยากนั่งก็คงไม่มีคนขับคนไหนกล้ารับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหล่อน
หล่อนจึงเดินไปที่ป้ายรถเมล์ รอรถเมล์สักคัน แล้วพยายามปีนขึ้นรถด้วยขาสั้นๆ ของตัวเองอย่างยากลำบาก
หล่อนต้องการนั่งรถเมล์ที่มีคนเยอะๆ เผื่อว่าถ้ามีคนร้าย การตะโกนขอความช่วยเหลืออาจจะได้ผล
“เด็กน้อยคนนี้เป็นลูกใคร ผู้ใหญ่ช่วยพยุงหน่อย” พนักงานขายตั๋วเพิ่งพูดจบ เสิ่นเสี่ยวอวี้ก็ปีนขึ้นไปแล้ว หาที่นั่งและนั่งลง
แม้ว่าหล่อนจะดูตัวเล็ก แต่ร่างกายค่อนข้างแข็งแรง
หล่อนนั่งตัวตรง พยายามทำให้ตัวเองดูไม่เตี้ยเกินไป
ตอนซื้อตั๋ว พนักงานขายตั๋วถามเสินเสี่ยวอวี้อีกครั้งเกี่ยวกับญาติของหล่อน
เสิ่นเสี่ยวอวี้อธิบายว่า “คุณน้าคนสวย พ่อของหนูรอหนูอยู่ที่สถานีรถโดยสารค่ะ”
พนักงานขายตั๋วมองดูร่างเล็กๆ บนที่นั่ง แล้วถามหล่อนว่า “หนูน้อย หนูอายุเท่าไหร่แล้ว?”
เสิ่นเสี่ยวอวี้กลัวว่าคนขับรถประจำทางและพนักงานขายตั๋วจะให้หล่อนลงจากรถกลางคัน จึงพยายามนั่งหลังตรงและพูดอย่างคล่องแคล่ว เสียงดังฟังชัด
พนักงานขายตั๋วไม่พูดอะไรอีก
เพราะหล่อนตัวเล็ก จึงได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร
เสิ่นเสี่ยวอวี้ตั้งใจสังเกตเส้นทางภายนอกอย่างเต็มที่ เมื่อพนักงานขายตั๋วประกาศชื่อป้ายที่หล่อนต้องลง หล่อนก็เตรียมตัวลงจากรถล่วงหน้า
เจ้าหน้าที่ขายตั๋วช่วยพยุงหล่อนลงจากรถอย่างเอาใจใส่ เมื่อกำลังจะถามว่าญาติของหล่อนอยู่ที่ไหนเพื่อมารับ เสิ่นเสี่ยวอวี้ก็พูดว่าหล่อนสามารถหาทางกลับบ้านได้เอง แล้วก็วิ่งหนีไป
ป้ายรถประจำทางอยู่ห่างจากหมู่บ้านพักอาศัยของโรงงานเครื่องจักรเพียงยี่สิบเมตรเท่านั้น หล่อนวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็หาตึกที่บ้านของหลิวจื้อหมิงอยู่ได้อย่างแม่นยำ เดินเข้าไปและปีนขึ้นบันได
แล้วก็เคาะประตูด้วยลมหายใจหอบถี่
หล่อนเอื้อมไม่ถึงกริ่งประตู จึงใช้เท้าเตะประตูแทน
“ใครน่ะ? เตะอะไรกัน? รอสักครู่ไม่ได้หรือไง?”
ครั้นผู้หญิงคนนั้นเห็นเด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่หน้าประตู หล่อนก็ชะงัก “เธอมาหาใครหรือ?”
“ขอถามหน่อยค่ะ คุณเป็นแม่เลี้ยงของหนูใช่ไหม?” เสิ่นเสี่ยวอวี้เงยหน้ามองผู้หญิงผมสั้นร่างใหญ่ตรงหน้า แล้วถามด้วยเสียงใสๆ
หญิงคนนั้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำเรียกของเสิ่นเสี่ยวอวี้ “เธอเป็นใคร?”
“หนูเป็นลูกสาวของหลิวจื้อหมิง ก็คือเสิ่นเสี่ยวอวี้ที่พวกคุณขายไปไงล่ะ”
“อะไรนะ? เสิ่นเสี่ยวอวี้?”
เมื่อหญิงคนนั้นได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้ หล่อนก็ดูเหมือนจะจำหล่อนได้ มองสำรวจเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความตกตะลึง แล้วถามเพื่อยืนยัน
“เธอคือเสิ่นเสี่ยวอวี้จริงๆ หรือ?”
“ใช่แล้ว” เสิ่นเสี่ยวอวี้เบียดตัวเข้าไปข้างใน มองสำรวจภายในบ้าน แล้วถามตรงๆ “หลิวจื้อหมิงล่ะ?”
“เขาไม่อยู่ เธอมาที่นี่ทำไม?” หวังกุ้ยเฟินเดินตามเข้าไปขวางทางเสิ่นเสี่ยวอวี้อย่างระแวดระวัง มองหล่อนด้วยสายตาดุร้าย
แม้จะเป็นเด็กเหมือนกัน แต่เด็กหญิงคนนี้มีใบหน้าขาวผ่อง ถักเปียเล็กๆ น่ารัก สวมเสื้อผ้าที่ดูอบอุ่น
ไม่เหมือนกับหล่อนที่หน้าแดงก่ำเพราะอากาศบนที่สูง ผิวหยาบกร้านและคล้ำเสีย
เสิ่นเสี่ยวอวี้เห็นหญิงชราเดินออกมาก็วิ่งเข้าไปกอดทันที “ย่า หนูเองค่ะ หนูคือเสี่ยวอวี้ไงคะ ในที่สุดหนูก็ได้เจอย่าอีกแล้ว”
เมื่อเห็นเสิ่นเสี่ยวอวี้ แม่ของหลิวจื้อหมิงก็ชะงักไปสองสามวินาที หลานสาวตรงหน้าช่างแตกต่างจากทารกน้อยในผ้าอ้อมเมื่อหลายปีก่อนโดยสิ้นเชิง จนหล่อนไม่สามารถจำได้เลย
แน่นอนว่าหล่อนก็ไม่มีความทรงจำว่าทารกในผ้าอ้อมหน้าตาเป็นอย่างไร
พวกหล่อนย่อมไม่เชื่อว่าเด็กตรงหน้านี้คือเสิ่นเสี่ยวอวี้เป็นธรรมดา
แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจได้มาสอบสวนเรื่องของเสิ่นเสี่ยวอวี้ที่บ้าน ทำให้พวกหล่อนจำเป็นต้องเชื่อในสิ่งที่เด็กตรงหน้าพูด
“เธอคือเสี่ยวอวี้จริงๆ หรือ?” แม่ของหลิวจื้อหมิงมองหล่อนและถามย้ำ
เสิ่นเสี่ยวอวี้มีสีหน้าฉายแววเย็นชา พยักหน้าแล้วพูดว่า “ถูกต้อง หนูคือเสิ่นเสี่ยวอวี้ที่พวกคุณขายไปนั่นแหละ”
“เธอเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้ขายเธอ อย่าไปฟังคนอื่นพูดเหลวไหล” แม่ของหลิวจื้อหมิงเข้ามาใกล้หล่อนแล้วถามว่า “เธอกลับมากับใครหรือ?”
“ฉันบอกเธอนะ อย้าให้คนอื่นหลอกได้ เธอถูกคนชั่วอุ้มไป ไม่ใช่พวกเราขายเธอ พวกเราไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น จะขายเด็กทารกได้ยังไง ใช่ไหมกุ้ยเฟิน?” แม่หลิวจื้อหมิงหันไปมองหวังกุ้ยเฟิน ขยิบตาส่งสัญญาณให้หล่อนยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับตน
เมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจได้มาสอบสวนเรื่องนี้ที่บ้านแล้ว
พวกเขายืนกรานว่าตอนนั้นเด็กถูกคนลักพาตัวไป
เห็นได้ชัดว่าตำรวจมาอย่างมีการเตรียมการ มุ่งเป้าไปที่ลูกสาวและลูกเขยของเธอ
แต่เนื่องจากลูกสาวและลูกเขยของหล่อนไปทำงานต่างถิ่น ตำรวจไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้ในทันที ทำให้กระบวนการสืบสวนไม่รวดเร็วนัก พวกหล่อนจึงมีช่องว่างให้หาทางออก
ในเวลานี้เสิ่นเสี่ยวอวี้กลับมาแล้ว พวกหล่อนจำเป็นต้องดึงหล่อนเข้ามาและทำให้หล่อนเชื่อว่าพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์
อย่างไรก็ตาม เสิ่นเสี่ยวอวี้ไม่มีทางหลงกลพวกหล่อน วันนี้หล่อนไม่ได้มาเพื่อรับรู้ความเป็นญาติ
คนเลวพวกนี้ไม่ใช่ญาติของหล่อน
หล่อนจึงพูดว่า “หนูยังได้ยินมาว่าครอบครัวของพวกคุณรังเกียจที่แม่เลี้ยงหนูคลอดลูกสาว พวกคุณคิดจะขายหล่อนด้วยนะ”
หวังกุ้ยเฟินยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้แล้วก็ตกใจจนหน้าซีด มองไปที่แม่สามีด้วยสีหน้าดุร้าย “เรื่องที่หล่อนพูดมาเป็นความจริงหรือเปล่า? พวกคุณจะขายลูกสาวของฉันจริงๆ หรือ พวกคุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า? พวกคุณทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้?
แม่หลิวจื้อหมิงรีบโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว”ไม่ใช่อย่างนั้น เธออย่าไปฟังเรื่องเหลวไหลของยัยเด็กคนนี้สิ ติ่งติ่งเป็นหลานสาวแท้ๆ ของฉัน ฉันจะมีความคิดแบบนั้นได้ยังไง แล้วอีกอย่าง จื้อหมิงก็คงไม่มีทางยอมรับหรอก”
“หนูก็คือหลานสาวของคุณเหมือนกัน แต่คุณก็ยังปล่อยให้ลูกสาวกับลูกเขยของคุณอุ้มหนูไปขาย หนูได้ยินชัดเจน พวกคุณต้องการขายน้องสาวแน่ๆ”
แม่หลิวมองไปที่เสิ่นเสี่ยวอวี้ด้วยความโกรธ คว้าตัวหล่อนมาแล้วถามอย่างเอาเรื่อง “เด็กผู้หญิงตัวจ้อยอย่างแกโผล่มาจากไหนกัน? มายุแยงให้ครอบครัวของเราแตกแยก ฉันว่าแกไม่ใช่เสิ่นเสี่ยวอวี้แน่ๆ แกเป็นเด็กผู้หญิงป่าเถื่อนคนไหนที่ตั้งใจมาทำร้ายฉันใช่ไหม?”
“หนูเสี่ยงมาที่นี่เพื่อบอกเรื่องนี้กับคุณ ก็เพื่อช่วยน้องสาวของหนู ไม่ให้หล่อนถูกขายเข้าไปในป่าเขาเหมือนฉัน”
“แกพูดเหลวไหลอีกแล้ว” แม่ของหลิวจื้อหมิงทำหน้าบึ้งตึง ยื่นมือออกมาจะดึงผมของเสิ่นเสี่ยวอวี้
“จะตีคนแล้วๆ ย่ากำลังจะตีหนู พวกลุงป้าน้าอาช่วยหนูด้วย”
เสิ่นเสี่ยวอวี้วิ่งออกมาจากบ้านตระกูลหลิวอย่างกะทันหัน หล่อนวิ่งลงบันไดมายืนในลานหมู่บ้านแล้วเริ่มตะโกนเสียงดัง เช็ดน้ำมูกพลางบอกเล่าความทุกข์ของตัวเอง
แม้ว่าตัวหล่อนจะไม่ใหญ่โต แต่เสียงของหล่อนนั้นดังฟังชัดมาก ไม่นานนักเพื่อนบ้านต่างก็โผล่หัวออกมาจากหน้าต่าง รวมถึงคนแก่ที่กำลังอาบแดดอยู่ข้างนอกก็พากันเข้ามาล้อมวงสอบถามสถานการณ์
“ที่แท้เด็กคนนี้ก็ถูกครอบครัวของพวกเขาขายไปจริงๆ เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริง ต้องมาเจอพ่อแม่แท้ๆ แบบนั้น”
ป้าใจดีคนหนึ่งย่อตัวลงลูบหัวเด็กหญิง แล้วถามว่า “หนู เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิว่าตลอดหลายปีนี้หนูอยู่ที่ไหนมา?”
เด็กหญิงร้องไห้คร่ำครวญ “ย่าหนู พ่อหนู แล้วก็อาหนูขายหนูไปในป่าเขาลึก หนูหนีกลับมาได้อย่างยากลำบาก แล้วยังได้ยินมาว่าพวกเขาจะขายลูกสาวของแม่เลี้ยงหนูด้วย หนูเลยมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวให้แม่เลี้ยงรู้ ถ้าหนูไม่เสี่ยงอันตรายมาบอกหล่อน น้องสาวหนูก็จะถูกพวกเขาขายไปเหมือนกัน”
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเด็กหญิงพูดจบ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่นเหมือนเสียงหมูถูกเชือดดังมาจากตึกหลังหนึ่ง
สายตาของทุกคนมองไปยังทิศทางนั้นโดยไม่รู้ตัว
หวังกุ้ยเฟินเริ่มกระชากผมของแม่หลิวจื้อหมิงแล้ว แม่หลิวร้องโหยหวนในบ้านราวกับผีร้องไห้หมาป่าหอน
คนที่อยู่ชั้นล่างได้ยินเสียงชัดเจนมาก เพราะแม่สามีลูกสะใภ้คู่นี้ทะเลาะกันบ่อยๆ
สองสามวันก็มีเรื่องกันไม่จบสิ้น แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลูกสะใภ้ทำร้ายแม่สามี
ฟังจากเสียงแล้ว คงจะทุบตีไม่เบาเลยทีเดียว
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ไปยุให้ทะเลาะกันเอง แล้วตำรวจก็จะมาสืบ ทีนี้ก็ซวยยกตี้ เป็นแผนที่ล้ำลึกมากค่ะ
ไหหม่า(海馬)
………………..