ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1005 ความตั้งใจของเซี่ยหลาน
ตอนที่ 1005 ความตั้งใจของเซี่ยหลาน
………………..
ตอนที่ 1005 ความตั้งใจของเซี่ยหลาน
โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว หลินเซี่ยก็จมอยู่กับงานที่ยุ่งวุ่นวาย ส่วนเฉินเจียเหอในฐานะวิศวกรที่มีประสบการณ์มากมายได้รับเลือกให้เข้าร่วมทีมวิจัยและพัฒนารถไฟความเร็วสูงของประเทศ เริ่มทำการวิจัยและพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่เร็วกว่ารถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่อย่างลับๆ
เมื่อเขาได้รับมอบหมายงานนี้ สิ่งแรกที่เฉินเจียเหอรู้สึกคือความไม่น่าเชื่อ
เขานึกถึงคำพูดที่หลินเซี่ยเคยบอกเขาไว้
เธอเคยบอกเขาเมื่อหลายปีก่อนว่า โรงงานรถไฟของพวกเขาจะพัฒนาชุดรถไฟความเร็วสูงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต และเขาก็จะได้เข้าร่วมในโครงการสำคัญนี้ในฐานะวิศวกรด้วยในเวลานั้น พวกเขายังคงอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและทดลองที่ยากลำบากสำหรับรถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่
พูดตามตรงแล้ว คำว่ารถไฟความเร็วสูงในตอนนั้นยังเป็นเรื่องแปลกใหม่ และจำกัดอยู่เพียงแค่ในเอกสารและข้อมูลจากต่างประเทศเท่านั้น
เนื่องจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนบางอย่างมีเฉพาะในต่างประเทศเท่านั้น หากต้องการพัฒนารถไฟความเร็วสูง จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากบางประเทศในต่างประเทศ แต่ใครเล่าจะมอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนของพวกเขาให้โดยไม่มีเงื่อนไข?
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาถูกจำกัดด้วยชิ้นส่วนที่ซับซ้อนบางอย่าง ทำให้การวิจัยและพัฒนาไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
โดยจะร่วมมือกับวิศวกรจากโรงงานผลิตรถจักรไฟฟ้าเพื่อสร้างทีมวิจัยและพัฒนา
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้อยู่ในช่วงการรักษาความลับ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลลับใดๆ ออกไปได้
เฉินเจียเหอไม่ได้อธิบายรายละเอียดแม้แต่กับหลินเซี่ยที่เป็นคู่สมรสของเขา เพียงแค่บอกว่าเนื้อหางานต่อไปนี้ค่อนข้างพิเศษ เวลากลับบ้านไม่แน่นอน
บางครั้งก็ต้องเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ หวังว่าเธอจะเข้าใจ
แม้เฉินเจียเหอไม่ได้อธิบายรายละเอียด หลินเซี่ยก็เข้าใจถึงความพิเศษในงานของเขา เพียงแค่สนับสนุนงานของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขก็พอ ไม่เคยถามอะไรเพิ่มเติม
ตั้งแต่เซี่ยหลานยอมรับเสิ่นเสี่ยวอวี้เข้ามา หล่อนก็ดูแลเด็กหญิงเป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันในใจก็รู้สึกกังวลมาก กลัวว่าเสิ่นอวี้หลงจะรู้ว่าเสิ่นเสี่ยวอวี้อาศัยอยู่ที่บ้านแล้วจะยิ่งตำหนิหล่อนมากขึ้น
ด้วยนิสัยของเสิ่นอวี้หลง เขาคงจะส่งเสิ่นเสี่ยวอวี้ไปแน่นอน
แต่เด็กคนนี้เคยถูกขายมาแล้วครั้งหนึ่ง หนีออกมาได้อย่างยากลำบาก จะให้ถูกทำร้ายอีกครั้งได้อย่างไร?
เซี่ยหลานก็ไม่กล้าติดต่อกับหลินเซี่ย
ส่วนร่างกายเล็กๆ ของเสิ่นเสี่ยวอวี้ทำงานไม่หยุดหย่อนทุกวัน ขยันทำงานบ้านอย่างมาก ในเมื่อเซี่ยหลานไม่ได้ซื้อของให้บ้าน หล่อนจึงรอจนกระทั่งเซี่ยหลานเลิกงานและซื้อของกลับมาทำอาหาร แล้วก็เข้าช่วยเหลือ
ยิ่งหล่อนขยันและมีความสามารถมากเท่าใด เซี่ยหลานก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น
วันนี้ ขณะที่เสิ่นเสี่ยวอวี้กำลังกินข้าวกับเซี่ยหลาน หล่อนก็เงยหน้าขึ้นมองอย่างระมัดระวังและถามว่า “คุณยาย พวกคนเลวที่ลักพาตัวหนูไปถูกจับได้หรือยังคะ?”
นี่เป็นคำถามที่เสิ่นเสี่ยวอวี้กังวลใจมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ตำรวจพาหล่อนมาส่งที่บ้านของเซี่ยหลาน พวกเขาบอกว่าจะไปสืบสวนเรื่องที่หล่อนถูกขายไปเมื่อหลายปีก่อน แต่เวลาผ่านไปหลายวันแล้ว ตำรวจก็ไม่ได้มาที่บ้านอีกเลย
หล่อนยังเด็กเกินไป และไม่กล้าออกไปข้างนอกคนเดียว
ได้แต่รออยู่ในบ้านอย่างจำใจ
วันนี้ ในที่สุดหล่อนก็ทนไม่ไหวและถามถึงเซี่ยหลาน
คนที่ขายหล่อนคือสามีของหลิวลี่ลี่ที่ชื่อหวังเป่าจวิน แม่ลูกหลิวจื้อหมิงเป็นพวกเดียวกัน หล่อนจำได้ทั้งหมด
เซี่ยหลานที่กำลังรับประทานอาหาร จู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้ ตะเกียบในมือของพลันค้างอยู่กลางอากาศ มองเด็กน้อยบนโต๊ะอาหารด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวอวี้ เรื่องพวกนี้หนูไม่ต้องกังวลนะ ยายจะจัดการเอง หนูวางใจได้ คนไม่ดีพวกนั้นจะต้องได้รับการลงโทษแน่นอน”
เซี่ยหลานยังคงติดต่อกับตำรวจอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่การสืบสวนต้องใช้เวลาและขั้นตอน
สามีภรรยาหลิวลี่ลี่ได้ย้ายออกจากเมืองไห่เฉิงไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้ยินว่าเพราะเป็นหนี้สินในเมืองไห่เฉิงจนอยู่ไม่ได้ จึงไปทำงานต่างถิ่น
ส่วนหวังเป่าจวิน ผู้ต้องสงสัยหลักตามคำบอกของเสิ่นเสี่ยวอวี้ เป็นผู้ต้องหาหลักในคดีค้าทารก จำเป็นต้องจับตัวเขาให้ได้ คดีถึงจะดำเนินต่อไปได้
“จับคนไม่ดีได้หรือยังคะ?” เสิ่นเสี่ยวอวี้จ้องมองหล่อนด้วยดวงตาดำขลับ แล้วถามต่อ
“ยังจ้ะ ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ พวกเราต้องอดทนรอก่อนนะ”
“แล้วหลิวจื้อหมิงพ่อแท้ๆ ของหนูล่ะ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? เขาแต่งงานแล้วหรือยัง?” เสิ่นเสี่ยวอวี้ถาม
เซี่ยหลานได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้แล้วก็หลบตา ไม่กล้าสบตากับหล่อนโดยไม่รู้ตัว
หล่อนไม่กล้าสบตากับเสิ่นเสี่ยวอวี้โดยตรง
เพราะจนถึงตอนนี้หล่อนก็ยังไม่กล้ายืนยันว่าหลิวจื้อหมิงเป็นพ่อแท้ๆ ของเสิ่นเสี่ยวอวี้ จากความสัมพันธ์ที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้ ในตอนนั้นหล่อนยังคงเชื่อฟังคำพูดของเสิ่นอวี้หลง และนำเด็กไปให้ตระกูลหลิว
ผลลัพธ์คือทำให้เด็กคนนี้ถูกขายไปยังภูเขา และต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย
เซี่ยหลานไม่ได้ตอบคำถามของเสิ่นเสี่ยวอวี้ตรงๆ เพียงแค่ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย และปลอบประโลมหล่อนว่า “เสี่ยวอวี้ ต่อไปนี้ยายจะเลี้ยงดูหนู ส่วนคนอื่นๆ เราไม่ต้องไปสนใจแล้วนะ”
“คุณยายคะ หนูแค่อยากรู้ว่าเขาแต่งงานใหม่แล้วหรือยัง? มีน้องชายน้องสาวให้หนูหรือเปล่าคะ?” เสิ่นเสี่ยวอวี้กะพริบตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และถามต่อไป
เซี่ยหลานเห็นสีหน้าของหล่อนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธคำถามนี้อย่างไรดี จึงจำใจตอบไปว่า “มีแล้ว มีลูกสาวคนหนึ่ง”
ในที่สุดหลิวจื้อหมิงก็ได้จดทะเบียนสมรสกับหวังกุ้ยเฟินคนนั้น
ถึงอย่างไรหญิงคนนั้นก็ท้องแล้ว อีกทั้งยังเป็นการตั้งครรภ์ในวัยสูงอายุ แม้ว่าหวังกุ้ยเฟินจะรู้ว่าหลิวจื้อหมิงเคยมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นมาก่อน แต่หล่อนก็ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องแต่งงาน
แน่นอนว่า เรื่องที่เสิ่นเสี่ยวอวี้ถูกขาย หวังกุ้ยเฟินก็คงจะรู้เรื่องด้วย
ไม่เช่นนั้น หล่อนจะสงบเสงี่ยมได้อย่างไร
เซี่ยหลานเห็นหล่อนก้มตาลง สีหน้าหม่นหมอง หัวใจของหล่อนก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
ผู้ใหญ่ทำบาป เด็กต้องรับกรรม
หล่อนยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นว่าต้องเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
หล่อนจะให้การศึกษาที่ดีแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องในอนาคต
ต้องไม่ทำผิดซ้ำรอยเสิ่นอวี้อิ๋งอย่างเด็ดขาด
“เสี่ยวอวี้ ต่อไปนี้มียายอยู่ ยายจะปกป้องหนูให้ดี หนูแค่เติบโตอย่างแข็งแรง ยายจะไม่ยอมให้หนูได้รับบาดเจ็บอีกเด็ดขาด” เซี่ยหลานอดไม่ได้ที่จะกอดเสิ่นเสี่ยวอวี้ไว้ พร้อมพึมพำกับตัวเอง “ยายขอโทษหนูนะที่ไม่ได้สั่งสอนลูกสาวของยายให้ดีพอ ถึงทำให้หนูต้องมาทนทุกข์แบบนี้”
เสิ่นเสี่ยวอวี้ฟังคำพูดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการตำหนิตัวเองของเซี่ยหลาน ใบหน้าเยาว์วัยของหล่อนก็แสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนเกินวัยออกมา หล่อนเอนตัวพิงอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยหลาน พูดเสียงอ่อนหวานเหมือนเด็ก “คุณยาย ไม่ใช่ความผิดของคุณนะคะ คุณเป็นคนดี”
เซี่ยหลานเป็นคนดีจริงๆ
คนเลวคือเสิ่นอวี้อิ๋งกับเสิ่นเถี่ยจวิน
คนแซ่เสิ่นล้วนเป็นคนเลวทั้งนั้น
น่าขันตรงที่ตอนนี้หล่อนก็แซ่เสิ่นเหมือนกัน
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เซี่ยหลานได้กำชับเสิ่นเสี่ยวอวี้อย่างละเอียด ให้หล่อนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน และหลังจากดูสักพัก ก็ให้ไปวาดรูป
หล่อนบอกว่ากำลังหาโรงเรียนอนุบาลให้เสิ่นเสี่ยวอวี้อยู่ ไม่มีเวลาสอนเสิ่นเสี่ยวอวี้เขียนหนังสือ จึงให้หล่อนหยิบกระดาษและดินสอมาวาดในสมุดด้วยตัวเอง เพื่อหาความรู้สึกในการจับปากกา
หลังจากเซี่ยหลานออกไปทำงาน เสิ่นเสี่ยวอวี้กลับไม่มีอารมณ์ที่จะขีดเขียนในสมุดอย่างไร้จุดหมาย
หล่อนนั่งอยู่บนโซฟาสักพัก ในที่สุดก็ลุกขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อสวมเสื้อนอก แล้วออกจากบ้านไป
…………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เสี่ยวอวี้จะเดินเกมคิดบัญชีกับพ่อแม่ตัวเองยังไงบ้างนะ เด็กตัวเท่านี้แต่ความคิดไม่เด็กจะวางแผนซับซ้อนได้ขนาดไหน
ไหหม่า(海馬)
………………..