ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1004 การแสดงออกถึงความรู้สึกด้อย
ตอนที่ 1004 การแสดงออกถึงความรู้สึกด้อย
………………..
ตอนที่ 1004 การแสดงออกถึงความรู้สึกด้อย
เฉินเจียเหอยืนกรานที่จะพาหลินเซี่ยไปเดินเที่ยว หลินเซี่ยจึงจำต้องออกไปกับเขา
ทั้งสองคนเดินวนรอบห้างสรรพสินค้า เฉินเจียเหอบอกว่าจะซื้อเสื้อผ้าให้หลินเซี่ย แต่หลินเซี่ยอ้างว่าที่บ้านมีเสื้อผ้ามากจนตู้เสื้อผ้าใส่ไม่หมด จึงยืนยันว่าไม่ซื้อ
เธอเดินตรงไปยังแผนกเสื้อผ้าเด็ก
เมื่อผู้หญิงได้เป็นแม่ ทันทีที่ออกไปเดินเที่ยว ตัวเลือกแรกก็คือซื้อของต่างๆ ให้ลูก และมักจะลดความต้องการของตัวเองลงโดยไม่รู้ตัว
แต่วันนี้เฉินเจียเหอยืนกรานที่จะพาหลินเซี่ยไปซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าให้เธอ
หลินเซี่ยไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธ เธอถูกเฉินเจียเหอพาไปซื้อชุดสูทสีดำตามรสนิยมของเขา
“คุณซื้อเสื้อผ้าแบบนี้ให้ฉันทำไม?” หลินเซี่ยมองดูเสื้อผ้าที่เขาเลือก มุมปากกระตุกเล็กน้อย
เฉินเจียเหอตอบอย่างจริงจัง “เอาไว้ใส่ตอนคุณไปทำงานเมื่อเปิดเทอม ชุดกระโปรงที่คุณใส่ปกติตอนนี้ไม่เหมาะ จะทำให้ขาเย็น ใส่กางเกงดีกว่า”
“ฤดูร้อนคุณใส่กระโปรงได้ แต่ตอนนี้อากาศหนาวเกินไป พวกเราต้องระวังรักษาความอบอุ่น ไม่เช่นนั้นอาจเกิดโรคไขข้อได้ง่าย”
เฉินเจียเหอสั่งให้เจ้าของร้านเสื้อผ้าเก็บเสื้อผ้าไป เขามองหลินเซี่ยและอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ผมจะไม่ก้าวก่ายเสรีภาพในการแต่งตัวของคุณ คุณชอบใส่เสื้อผ้าสวยๆ แบบไหนผมก็สนับสนุน แต่มีเงื่อนไขว่าพวกเราต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก”
หลินเซี่ยตั้งใจจะโต้แย้งว่า ‘ฉันไม่เชื่อคำพูดของคุณหรอก’ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา เฉินเจียเหอดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากตอนที่เพิ่งแต่งงานกัน
ตอนที่เพิ่งแต่งงานกันนั้น จริงๆ แล้วเขาเป็นคนขี้หึงมากในเรื่องนี้
ตัวอย่างเช่น ถ้าเธอใส่เสื้อผ้าที่ทันสมัยและเปิดเผยเล็กน้อย เขาก็จะไม่สามารถยอมรับได้ และจะต้องให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เขาคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะใส่ออกไปข้างนอก
เขาไม่ยอมให้เธอสวมกระโปรงที่ไม่ยาวถึงใต้เข่าหรือเสื้อแขนกุดออกไปข้างนอก เว้นแต่จะสวมใส่อยู่ที่บ้าน
ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้วิจารณ์การแต่งกายของเธออีกเลย
ราวกับว่าเขาไม่สนใจว่าเธอจะสวมใส่อะไร
“เฉินเจียเหอ คุณไม่สนใจฉันแล้วใช่ไหม?” ใบหน้าขาวละเอียดอ่อนของหลินเซี่ยกลับเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เธอจ้องมองเฉินเจียเหอตรงๆ และถามคำถามที่สะกิดใจ
เฉินเจียเหอ “????”
“ที่รัก เหตุใดคุณจึงพูดแบบนี้?”
“ฉันรู้สึกว่าตอนนี้คุณไม่สนใจฉัน ไม่ห่วงใยฉันแล้ว และไม่มีความหวงแหนฉันเหมือนเมื่อก่อน”
เฉินเจียเหอ “!!!”
“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้าใจผิดแล้ว ผมหวงแหนคุณมากเลยนะ”
เฉินเจียเหอลูบศีรษะเธอเบาๆ พร้อมอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แต่ผมก็เข้าใจที่จะเคารพคุณมากขึ้น ไม่บังคับให้คุณทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพียงเพราะความหึงหวงบ้าๆ ของผม ผมรู้ว่าผู้หญิงชอบใส่เสื้อผ้าสวยๆ ชอบอวดรูปร่างของตัวเอง ผมไม่อาจจับคุณแต่งตัวเหมือนอาซิ้มได้เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวและหวงแหน ในฐานะผู้ชาย นั่นเป็นการแสดงออกถึงความไม่มั่นใจ ผมยอมรับว่าแต่ก่อนผมรู้สึกด้อยต่อหน้าคุณ กลัวว่าคนอื่นจะเห็นความงามของคุณ กลัวว่าจะมีคนจ้องมองคุณ และยิ่งกลัวว่าผู้ชายแก่อย่างผมจะดูไม่เหมาะสมเมื่อเดินเคียงข้างคุณผู้สดใสและงดงาม ดังนั้นในใจผมจึงมักจะเห็นแก่ตัว หวังว่าคุณจะไม่แต่งตัวสวยเกินไปเวลาออกไปข้างนอก เพราะมันจะทำให้ผมรู้สึกด้อยลงไปอีก”
“ตอนนี้พวกเรามีความสุขมาก ผมมั่นใจว่าคุณรักผมเท่ากับที่ผมรักคุณ ผมความมั่นใจในความรู้สึกของพวกเราอย่างมาก ไม่ใช่ผู้ชายที่ขี้อายและมีความคิดสับสนวุ่นวายอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว ดังนั้น ผมจะสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่ในการแสวงหาความงามและเป็นตัวของคุณเอง”
หลินเซี่ยได้ยินคำพูดที่จริงใจเช่นนั้น มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ฉันนึกว่าคุณไม่รักฉันแล้วเสียอีก”
สามีภรรยาทั้งสองยืนมองตากันอย่างหวานซึ้งที่หน้าประตูห้างสรรพสินค้า เป็นการแสดงความรักต่อหน้าสาธารณชนอย่างเปิดเผย
พวกเขาทั้งสองไม่รู้สึกอึดอัดใจแต่อย่างใด หลังจากแสดงความรักต่อกันเสร็จแล้ว ก็จับมือกันเดินจากไป
เฉินเจียเหอพูดด้วยน้ำเสียงห้าวหาญเหมือนเศรษฐีใหม่ “ไปกันเถอะ ไปซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มอีกหน่อย”
“ไม่ซื้อแล้วล่ะ มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอยู่แล้ว ที่ฉันใช้ล้วนเป็นแบรนด์ที่นำมาจากเซินเจิ้น ไม่ซื้อยี่ห้ออื่นหรอก”
พูดถึงเรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หลินเซี่ยกำลังวางแผนการใหญ่อยู่ในใจ
เธอวางแผนที่จะเริ่มสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของตัวเองหลังจากที่โรงเรียนดำเนินการอย่างราบรื่นแล้ว
ในฐานะช่างแต่งหน้าและทำผมมืออาชีพตั้งแต่ชาติก่อนจนถึงปัจจุบัน เธอจึงมีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ด้วยความขาดแคลนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและช่องว่างในตลาดในยุคปัจจุบันนี้ เธอสามารถใช้โอกาสนี้ในการครองตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายในประเทศได้อย่างแน่นอน
เธอได้เริ่มติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้แล้ว โดยวางแผนที่จะก้าวเข้าสู่วงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
“งั้นก็ไปซื้อรองเท้ากันเถอะ ซื้อรองเท้าหนังคู่ใหม่ เทอมใหม่บรรยากาศใหม่” เฉินเจียเหอยืนกรานจะไปซื้อรองเท้า หลินเซี่ยจึงจำต้องตามไปด้วย
เมื่อได้ยินหลินเซี่ยพูดถึงลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋ง เฉินเจียเหอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนเธอถึงฝันร้าย
เสิ่นอวี้อิ๋งสร้างบาดแผลทางจิตใจให้เธออย่างรุนแรงจริงๆ
“เซี่ยเซี่ย ในเมื่อลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋งกลับไปอยู่กับแม่ และแม่ก็ยอมรับเด็กคนนั้นแล้ว ต่อไปพวกเราควรไปที่นั่นให้น้อยลง ไม่ว่าจะอย่างไรเด็กคนนั้นก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของแม่ยาย เสิ่นอวี้อิ๋งติดคุก แม่ยายก็จะต้องเลี้ยงดูเด็กคนนั้นแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ แม่ยายอายุมากขึ้น หล่อนจะรู้สึกเหงามากขึ้นเรื่อยๆ คนที่อายุมากขึ้นก็จะอ่อนโยนลง ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ หล่อนคงไม่ส่งเด็กคนนั้นไปไหนอีกแล้วแน่นอน”
เฉินเจียเหอกล่าวว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ควรเคารพชะตากรรมของผู้อื่น ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี และไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ทำให้เราเจ็บปวด”
คำพูดของเฉินเจียเหอ ทำให้หลินเซี่ยที่เดิมมีความรู้สึกขัดแย้งในใจรู้สึกเหมือนเมฆหมอกได้สลายไปจนเห็นแสงอาทิตย์ “ฉันเข้าใจแล้ว”
เหมือนกับที่เฉินเจียเหอกล่าวไว้ ให้เคารพชะตากรรมของผู้อื่น
อย่าปล่อยให้คนที่ไม่มีค่าพอ มาทำให้ตัวเองสูญเสียพลังงานภายใน
ไม่ว่าเสิ่นเสี่ยวอวี้จะสำนึกผิดหรือไถ่บาป เธอก็ไม่ยอมรับทั้งนั้น
เส้นแบ่งเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือ ในชาตินี้ขอแค่เสิ่นเสี่ยวอวี้อย่าได้ทำตัวเป็นปีศาจมาต่อกรกับเธออีก และอย่าได้ปรากฏตัวต่อหน้าเธอเพื่อทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง
เธอไม่มีทางที่จะสานต่อความสัมพันธ์แม่ลูกในชาติก่อนกับหล่อนได้อีก
ในฐานะผู้ที่เกิดใหม่สองคนที่มีความทรงจำจากชาติก่อน สถานะที่ดีที่สุดของพวกเธอก็คือต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ใช้ชีวิตของตัวเองโดยไม่รบกวนกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินเซี่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างฉับพลัน
เธอไม่คิดจะพูดถึงเรื่องของเสิ่นเสี่ยวอวี้กับเซี่ยหลานอีก และจะไม่ไปพบหล่อนอีกด้วย
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่เหอดูใจกว้างขึ้นนะคะ หรือเป็นเพราะอายุและประสบการณ์เยอะขึ้นกันนะ?
ไหหม่า(海馬)
………………..