ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1001 เธอจำความได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบเลยหรือ?
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 1001 เธอจำความได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบเลยหรือ?
ตอนที่ 1001 เธอจำความได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบเลยหรือ?
………………..
ตอนที่ 1001 เธอจำความได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบเลยหรือ?
“ยัยเด็กบ้า แกทำให้ฉันเดือดร้อนจนตายแล้ว”
เสิ่นเสี่ยวอวี้ถูกชายคนนั้นแบกขึ้นบ่า เขาเดินไปข้างหน้าพลางด่าทออย่างไม่หยุดหย่อน
เสิ่นเสี่ยวอวี้ดิ้นรนพยายามหลุดพ้น ร้องไห้โวยวาย พยายามจะเกาะหลินเซี่ยผู้เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตหล่อน
แต่หลินเซี่ยกลับมองหล่อนด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก ไม่มีทีท่าว่าจะเรียกให้ชายคนนั้นหยุดเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเล็กๆ สกปรกมอมแมมของเสิ่นเสี่ยวอวี้ปรากฏแววตาดูไม่สมกับวัย หล่อนมองเหม่อลอยไปยังหลินเซี่ยที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ
หล่อนไม่อยากถูกพาไปยังภูเขาที่แห้งแล้งอีกครั้ง
หล่อนอยากเป็นลูกสาวของหลินเซี่ยเหมือนในชาติก่อน อยากตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูหล่อนมาในชาติก่อนให้ดี
หล่อนอยากไถ่บาป อยากกตัญญูต่อเธอ…
ทำไมสวรรค์ถึงต้องให้หลินเซี่ยมีความทรงจำจากชาติก่อนด้วยล่ะ?
ใบหน้าเยาว์วัยของเสิ่นเสี่ยวอวี้พลันเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัว หล่อนโหดร้าย หล่อนช่างโหดร้ายเหลือเกิน เสิ่นอวี้อิ๋งกับหลิวจื้อหมิงคู่ชายหญิงสารเลวนั่น
พวกเขาทำลายหล่อน
เสิ่นอวี้อิ๋งเป็นแม่แท้ๆ ของหล่อนแล้วอย่างไรล่ะ ในใจของอีกฝ่ายมีแต่ตัวเองเท่านั้น มีแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่มีลูกสาวคนนี้อยู่ในใจเลย
ในชาติก่อนพวกเขาเลือกที่จะยอมรับหล่อนก็เพื่อที่จะต่อกรกับหลินเซี่ยเท่านั้น
พวกเขาได้ทำสิ่งที่ไร้คุณธรรมมากเกินไป แต่กลับเป็นหลินเซี่ยที่เป็นคนวงในของพวกเขา เธอรู้ความลับมากมายของพวกเขา ทำให้พวกเขากลัวว่าเรื่องสกปรกและน่ารังเกียจเหล่านั้นจะถูกหลินเซี่ยค้นพบ
ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนที่จะกำจัดหลินเซี่ยมาเป็นเวลานานแล้ว
ส่วนหล่อนในฐานะลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋งไม่ได้เต็มใจที่จะยอมรับความสัมพันธ์กับหล่อนจริงๆ หล่อนก็เป็นเพียงตัวหมากตัวหนึ่งในห่วงโซ่ผลประโยชน์ของพวกเขาเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นหล่อนยังไม่ใช่ลูกสาวของหลิวจื้อหมิงด้วยซ้ำ…
เสิ่นเสี่ยวอวี้ในตอนนี้เห็นชายคนนั้นแบกตนเดินไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จึงรีบดึงสติกลับมา มือน้อยๆ ตบไหล่ชายคนนั้น แล้วร้องตะโกนว่า “ลุงหวัง พาหนูไปหายายได้ไหมคะ? ยายของหนูจะให้เงินลุงเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ชายคนนั้นก็โกรธจัด ตบก้นเล็กๆ ของหล่อนสองทีอย่างแรง “นังเด็กเวร อายุยังน้อยก็พูดจาไร้สาระ ทำให้ฉันวิ่งเสียเที่ยว อย่าคิดจะหลอกฉันอีกเลย”
“ลุงหวัง ถ้าตอนนี้ลุงพาหนูกลับหมู่บ้าน ลุงไม่กลัวหรือว่าหนูจะบอกพ่อบุญธรรมว่าลุงเป็นคนพาหนูออกมา? เขาจะไม่ปล่อยลุงไปง่ายๆหรอก หนูกลับหมู่บ้านไม่ได้ ลุงกลับไปคนเดียวเถอะ แค่ลุงไม่ยอมรับว่าการหายตัวไปของหนูเกี่ยวข้องกับลุง พวกเขาก็จะไม่ทำอะไรลุงหรอก”
“งั้นฉันก็ฆ่าเธอซะเลย มีแต่คนตายเท่านั้นที่ไม่พูด ฉันจะบีบคอเธอแล้วฝังศพ ชาตินี้จะไม่มีใครรู้ว่าเธอถูกฉันพาออกมาจากหมู่บ้าน”
ชายคนนั้นถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หลอกเสียเวลาเปล่าและไม่ได้เงินสักแดง ก็รู้สึกโกรธมากแล้ว แถมยังถูกเสิ่นเสี่ยวอวี้ข่มขู่อีก เขาจึงโกรธจนควันออกหู จับเสิ่นเสี่ยวอวี้โยนลงพื้นอย่างแรง
“ลุงหวัง แต่เมื่อสักครู่คุณแม่หลินเซี่ยของหนูก็เห็นพวกเราแล้ว ตอนนี้หล่อนแค่ยังไม่ยอมรับหนูได้ชั่วคราว แต่ถ้าหล่อนเข้าใจแล้วก็จะมาหาหนูเอง ถ้าคุณฆ่าหนู คุณก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
แม้เสิ่นเสี่ยวอวี้จะมีร่างกายเพียงห้าขวบ แต่จิตวิญญาณของหล่อนเป็นผู้ใหญ่ที่มีความทรงจำจากชาติก่อน ความคิดของหล่อนชัดเจน คำพูดทุกประโยคที่พูดออกมาล้วนมีเหตุผล ทำให้มือของชายคนนั้นที่กำลังจะยื่นออกไปพลันชะงักค้างกลางอากาศ
เสิ่นเสี่ยวอวี้เห็นชายคนนั้นลังเล หล่อนจึงรีบพูดว่า “ลุงหวัง ถ้าคุณไม่อยากพาหนูไปหาคุณยาย คุณก็ทิ้งหนูไว้ที่นี่แล้วกลับหมู่บ้านไปเถอะ จะไม่มีใครรู้เรื่องที่คุณพาหนูออกมา
หนูขอร้องคุณ ให้ชีวิตหนูสักครั้ง ในอนาคตหนูจะต้องตอบแทนคุณแน่นอน คุณคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตหนู หนูจะไม่มีวันลืมคุณตลอดชีวิตนี้ เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล การช่วยชีวิตคนหนึ่งคน ย่อมดีกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น……”
ชายคนนั้นเดิมทีเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เมื่อได้ยินคำวิงวอนของเสิ่นเสี่ยวอวี้ เขาก็มองหล่อนด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
หล่อนมีอายุเพียงห้าขวบ แต่สติปัญญากลับเติบโตกว่าผู้ใหญ่เสียอีก
ความคิดละเอียดรอบคอบ ทุกคำพูดล้วนวิเคราะห์ได้ตรงประเด็น
จริงอยู่ ถ้าตอนนี้เขาพาหล่อนกลับไปที่หมู่บ้าน หล่อนจะต้องบอกพ่อบุญธรรมของหล่อนว่าเขาเป็นคนพาหล่อนออกมาแน่นอน
ถึงตอนนั้นเขาก็จะต้องตายแน่ๆ
ถ้าเขาจะฆ่าหล่อนจริงๆ ตำรวจก็คงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ
อย่างไรเสียผู้หญิงที่ชื่อหลินเซี่ยคนนั้นก็ได้เห็นกับตาตัวเองว่าเขาพาหล่อนไป…….
แต่เรื่องที่เสิ่นเสี่ยวอวี้พูดถึงการหาคุณยายอะไรนั่น เขาก็ขี้เกียจไปยุ่งด้วย
ผู้หญิงที่ดูเหมือนเจ้าของร้านเมื่อครู่นี้ดูไม่รู้จักหล่อนเลยด้วยซ้ำ
ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้กำลังพูดจาเหลวไหลหรือเปล่า
เขาไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายอีก ไม่แน่อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกค้ามนุษย์ก็ได้
เขาโยนเสิ่นเสี่ยวอวี้ลงข้างถนน มองหล่อนอีกครั้ง แล้วเตือนซ้ำอีกว่า
“ฉันไม่สนใจว่าเธอเป็นยังไง ยังไงก็ห้ามกลับไปที่หมู่บ้านอีก ถ้ากลับไปก็อย่าบอกพ่อเธอว่าใครเป็นคนพาเธอออกมา ไม่งั้นฉันจะทำให้เธอได้เห็นดี”
ชายคนนั้นพูดจบด้วยความโกรธแค้น แล้วรีบจากไป
เขาคงถูกผีเข้าสิงจนเสียสติไปแล้ว อยากรวยจนบ้าคลั่ง ถึงขนาดเชื่อคำพูดเหลวไหลของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แล้วพาหล่อนออกมาตามหาแม่แท้ๆ ที่หล่อนอ้างถึง
เมื่อคนที่พาตัวเองออกมาได้จากไปแล้ว ร่างเล็กๆ ของเสิ่นเสี่ยวอวี้ก็ยืนอยู่ตรงนั้น มองดูเงาร่างที่เดินจากไปไกล
หล่อนไม่ได้ไล่ตามไป แต่กลับหันหลังเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม
ด้วยความฉลาด หล่อนรีบไปหาสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน
หล่อนคุ้นเคยกับเมืองไห่เฉิงนี้มากเหลือเกิน
รู้ดีว่าบนท้องถนนในยุคสมัยนี้วุ่นวายแค่ไหน
หล่อนต้องรับประกันความปลอดภัยของชีวิตตัวเองก่อน
เสิ่นเสี่ยวอวี้รีบเดินไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นร้องไห้พลางบอกว่าตัวเองพลัดหลงกับครอบครัว หาทางกลับบ้านไม่ได้ และขอให้ลุงตำรวจพาหล่อนกลับบ้าน
หล่อนแจ้งที่อยู่บ้านของเซี่ยหลาน
นั่นเป็นสถานที่ที่หล่อนเคยอยู่ตั้งแต่เกิด
แต่ที่นั่นอยู่ไกล หล่อนเป็นเด็กคนเดียว ไม่กล้าไปตามลำพัง
และกลัวว่าถ้าหล่อนไปคนเดียว เซี่ยหลานจะไม่ยอมรับหล่อน
ดังนั้นการขอความช่วยเหลือจากคุณลุงตำรวจจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เมื่อตำรวจส่งมอบเสิ่นเสี่ยวอวี้ให้กับเซี่ยหลาน อีกฝ่ายถึงกับงงงันไปหมด
เซี่ยหลานมองดูเด็กหญิงร่างผอมบางที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีใบหน้าเล็กๆ สกปรกมอมแมมบนพื้น ก่อนพูดกับตำรวจว่า “คุณตำรวจคะ นี่ไม่ใช่เด็กบ้านฉัน บ้านฉันไม่มีเด็ก”
“ไม่ใช่เด็กบ้านคุณหรอกหรือ?” ตำรวจมองไปทางเสิ่นเสี่ยวอวี้ แล้วถามหล่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หนูน้อย นี่เป็นบ้านของหนูหรือเปล่า?”
เซี่ยหลาน “!!!”
หล่อนได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้แล้วรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า มองเด็กหญิงตัวน้อยที่กอดขาตนอยู่ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
เสิ่นเสี่ยวอวี้ ……..ลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋ง?
เสิ่นเสี่ยวอวี้กลัวว่าเซี่ยหลานจะไม่ยอมรับหล่อนเช่นกัน ในขณะที่ลุงตำรวจยังอยู่ที่นั่น หล่อนก็ร้องไห้น้ำตานองหน้าและพูดอย่างรีบร้อนว่า “คุณยาย ตอนหนูยังเด็กคุณส่งหนูไปอยู่กับพ่อ แต่พ่อกลับขายหนูไป หนูเลยต้องหาทางหนีออกมาเอง ได้แต่สอบถามทางมาหาคุณ”
“หนูน้อย เธอพูดว่าอะไรนะ? เธอถูกขายไปเหรอ?” ลุงตำรวจได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้ก็ถามหล่อนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดอะไรขึ้น? อย่าเพิ่งร้องไห้ เล่าให้พวกเราฟังให้ชัดเจนหน่อย”
ถ้านี่เป็นเด็กที่ถูกขายโดยพวกค้ามนุษย์แล้วหนีกลับมา พวกเขาจำเป็นต้องสืบสวนคดีนี้
เสิ่นเสี่ยวอวี้ปล่อยมือจากขาของเซี่ยหลาน มองตำรวจแล้วพยักหน้าหนักๆ “ใช่ค่ะ หนูถูกพ่อแท้ๆ และครอบครัวของเขาขายไป”
ตำรวจตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา พวกเขาจึงให้ความสำคัญทันที และทำการบันทึกคำให้การของเสิ่นเสี่ยวอวี้ แต่พวกเขามีคำถามหนึ่ง
“เธอบอกว่าถูกพวกเขาขายไปเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้เธออายุเท่าไหร่แล้ว?”
เสิ่นเสี่ยวอวี้เอียงศีรษะตอบว่า “ดูเหมือนจะใกล้ห้าขวบแล้ว”
“เธอจำความได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบเลยหรือ?” สหายตำรวจทั้งสองคนมองเสิ่นเสี่ยวอวี้อย่างสงสัย แสดงชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของหล่อน
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เซี่ยหลานทำไงนี่ อยู่ดีๆ หลานก็กลับมาเอง
ไหหม่า(海馬)
………………..