ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 97 มอบเงินและคูปอง
บทที่ 97 มอบเงินและคูปอง
เจียงจวินโม่พยักหน้าหลังจากฟังลู่เซี่ยพูดจบ จากนั้นก็หยิบเงินออกมาจากใต้หมอน
“เมื่อตอนเช้าคุณออกไปเร็วมาก ผมยังไม่ได้ให้เงินคุณเลย เอาไปก่อนแล้วกัน ถ้าไม่พอก็ค่อยบอก”
ลู่เซี่ยมองเงินปึกใหญ่ที่เขาหยิบออกมา คาดว่าอย่างน้อยก็สามร้อยหยวน และคูปองอีกจำนวนไม่น้อย เห็นดังนั้นเธอก็อดหัวเราะไม่ได้
“ใช้ไม่เยอะขนาดนั้นหรอก ค่าสร้างบ้านทั้งหมดอย่างมากก็หนึ่งร้อยห้าสิบหยวน บวกกับซื้อของใช้อีกหน่อยก็แค่สองร้อยหยวน พวกเราออกคนละหนึ่งร้อยหยวนก็พอแล้ว”
เจียงจวินโม่ขมวดคิ้ว “เงินของคุณ คุณก็เก็บไว้เถอะ ผมออกเองได้ เอาเงินนี่ไปเก็บไว้ หากในอนาคตที่บ้านต้องใช้เงินก็เอาจากส่วนนี้”
พูดจบก็เห็นลู่เซี่ยทำท่าจะพูดต่อ เขาจึงรีบพูดแทรก “รับไปเถอะ พวกเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เรื่องเงินทองในบ้านก็ควรเป็นคุณที่ดูแลไม่ใช่หรือไง?”
ลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปเร็วจริง ๆ ดูเหมือนว่าจะลืมไปแล้วว่าพวกเขาแต่งงานกันเพราะอะไร แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ “ก็ได้ งั้นฉันรับไว้ก่อน ว่าแต่นายยังมีเงินติดตัวอยู่ไหม? จะเก็บไว้ใช้ส่วนตัวบ้างรึเปล่า?”
เจียงจวินโม่ได้ยินแบบนั้นพลันใบหน้าก็แดงระเรื่อ ก่อนจะเบือนหน้ามองไปยังทิศทางอื่น “ไม่มีแล้ว อยู่ในนั้นทั้งหมดนั่นแหละ ทุกเดือนที่บ้านจะส่งเงินและคูปองมาให้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่ได้ใช้ ยังไงก็ฝากคุณเก็บไว้ด้วยก็แล้วกัน แค่ทุกเดือนคุณให้เงินผมไว้จ่ายสักเล็กน้อยก็พอแล้ว หรือจริง ๆ ไม่ต้องให้ก็ได้ อยู่ในชนบทผมเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้เงินทำอะไรเหมือนกัน”
ลู่เซี่ยได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมา “โอเค ฉันรู้แล้ว ฉันจะให้เงินนายไว้ใช้จ่ายทุกเดือน”
เจียงจวินโม่โดนเธอหัวเราะใส่ก็ยิ่งเขินจนใบหูแดงก่ำ จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย “ไม่คิดเลยว่าการสร้างบ้านในชนบทจะราคาถูกขนาดนี้ แค่ร้อยกว่าหยวนก็พอแล้ว”
ลู่เซี่ยเห็นท่าทีอึดอัดของเขาจึงไม่ได้หัวเราะต่อ “ที่พักของปัญญาชนน่ะมันมีตั้งสามห้อง ใหญ่กว่าที่เราจะสร้างเยอะ คงแพงกว่ามาก”
“หือ? พวกเราไม่ได้สร้างแบบนั้นเหรอ?”
ลู่เซี่ยพยักหน้า “เรามีกันแค่สองคน สร้างสามห้องก็ดูจะเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้นสร้างแค่สองห้องก็พอแล้ว ห้องหนึ่งเป็นห้องนอน อีกห้องเป็นห้องครัว ห้องนอนก็เป็นแบบที่มีเตียงเตา แต่ฉันกลัวว่าต่อไปของจะเยอะจนไม่มีที่เก็บ เลยคิดจะต่อเติมห้องเล็ก ๆ ไว้หลังห้องนอนเพื่อเอาไว้เก็บของ เข้าออกจากห้องครัวก็สะดวกดี”
เมื่อเจียงจวินโม่ได้ยินแบบนั้นก็ลังเลเล็กน้อย “จริง ๆ มันก็ไม่ได้แพงกว่ากันมากหรอก สร้างเป็นแบบที่พักของปัญญาชนเลยก็ได้”
ลู่เซี่ยส่ายหน้า แล้วอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
เดิมทีเธอก็คิดจะสร้างแบบที่พักของปัญญาชนนั่นแหละ พอดีว่าพวกเขาเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกัน แน่นอนว่าความสนิทสนมยังมีไม่มากพอ จึงคิดจะได้แยกห้องกันอยู่
แต่หลังจากนั้นเธอก็นึกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในที่พักของปัญญาชนตอนนี้คือ คนเยอะที่พักน้อย เวลานอนก็เบียดกันมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทางหมู่บ้านถึงจะขยายที่พักให้
ก่อนหน้านั้น หากคนอื่นรู้ว่าพวกเขาสร้างบ้านหลังใหญ่ และยังมี ห้องพักเหลืออีกห้อง ซึ่งคนอื่นไม่รู้หรอกว่าพวกเขาแยกห้องกันนอน
เมื่อถึงเวลานั้น หากมีคนมาขออาศัย พวกเขาจะตอบตกลงหรือปฏิเสธดีล่ะ?
หากตกลงก็คงจะไม่สะดวก เพราะที่พวกเขาสร้างบ้านเองก็เพื่อความสะดวกในการทำครัวเล็ก ๆ
หากไม่ตกลงก็เกรงว่าจะมองหน้ากันไม่ติด ดังนั้น สู้ตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลมไม่ดีกว่าเหรอ? สร้างมันแค่สองห้อง ห้องหนึ่งเอาไว้นอน อีกห้องเอาไว้ทำครัว เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครหน้าหนาขนาดมาขออยู่กับคู่สามีภรรยาอย่างพวกเขา
เจียงจวินโม่ได้ยินเธอพูดแบบนั้นก็เข้าใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ ใบหน้าของเขาถึงได้แดงก่ำขึ้นมา
ในที่สุดเขาก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้น งานเตรียมการสร้างบ้านก็เริ่มขึ้น
ผู้นำหมู่บ้านไปหาคนจากในหมู่บ้าน เพื่อให้มาช่วยกันขนหินและตัดต้นไม้
ไม่ถึงสองวัน วัสดุทุกอย่างก็พร้อมแล้ว