ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 94 ต้มโจ๊กให้เจียงจวินโม่
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
- บทที่ 94 ต้มโจ๊กให้เจียงจวินโม่
บทที่ 94 ต้มโจ๊กให้เจียงจวินโม่
เจียงจวินโม่ฟื้นขึ้นมาในตอนเย็น อาการไข้ของเขาลดลง และร่างกายก็ดีขึ้นมาก
แต่ลู่เซี่ยยังอดห่วงไม่ได้ เมื่อนึกได้ว่าเขาไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวัน เธอจึงกลับเข้าห้องไปเอาหม้อใบเล็กที่ทั้งคู่แอบใช้ทำอาหารออกมา
จากนั้นก็หยิบข้าวสารที่ปลูกในช่องว่างมิติ แล้วใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ต้มโจ๊กบนเตาที่เขาใช้ต้มยาในลานบ้าน
เมื่อเห็นการกระทำต่อเนื่องของลู่เซี่ย ผู้คนในที่พักปัญญาชนต่างก็ประหลาดใจ
แม้แต่ซูม่านยังเอ่ยปากถามด้วยความประหลาดใจ “เธอยังเอาหม้อลงมาด้วยเหรอ?”
ลู่เซี่ยตอบอย่างเขินอาย “ที่บ้านฉันคิดว่าหลังจากลงมาแล้วก็ต้องทำอาหารทานเอง เลยเตรียมหม้อมาให้ฉันใบหนึ่ง แต่คูปองสินค้ามีไม่พอ เลยได้แค่หม้อใบเล็กที่ใช้แล้วจากที่บ้านมาแทน แต่เมื่อมาถึงที่นี่ก็ได้ทานอาหารร่วมกับทุกคน ฉันเลยไม่เคยเอาออกมาใช้”
ซูม่านพยักหน้าแล้วมองไปยังหม้อใบนั้น พลางคิกว่ามันสะดวกดี โอกาสหน้าเธอต้องหาแบบนี้มาไว้สักใบ จะได้สะดวกในตอนที่แอบทำอาหารทานเอง
ไม่นานนัก กลิ่นหอมของโจ๊กที่ลู่เซี่ยทำก็โลกฟุ้งไปทั่วที่พัก
ทำเอาคนในที่พักของปัญญาชนหิวไปตาม ๆ กัน
เเย็นวันนี้ ที่พักอขงปัญญาชนก็ทานโจ๊กเป็นมื้อเย็นเช่นกัน แต่เป็นโจ๊กธัญพืช แน่นอนว่าเทียบกับโจ๊กข้าวสารที่ทำด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้
หลังจากทำเสร็จแล้วลู่เซี่ยก็ตักใส่ชาม และยกเข้าไปให้เจียงจวินโม่ทาน
เมื่อเจียงจวินโม่เห็นว่าลู่เซี่ยตั้งใจต้มโจ๊กให้ทาน เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจและประหลาดใจไปในเวลาเดียวกัน
เขาจึงรีบยกชามขึ้นมาซดคำหนึ่ง ก่อนจะยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม
แต่เดิมเขาก็รู้มาตลอดว่าลู่เซี่ยทำอาหารอร่อย แต่ไม่คิดว่าเธอจะทำโจ๊กธรรมดา ๆ ได้อร่อยขนาดนี้
แม้แต่ในโจ๊กก็ยังมีรสหวาน
เขาจึงรีบทานต่ออีกหลายคำ ก่อนจะหันไปมองลู่เซี่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“แล้วของคุณล่ะ? หรือว่าคุณทำแค่ชามเดียว?”
ลู่เซี่ยยิ้มบาง ๆ “มีแค่ชามเดียว นายทานเถอะ”
เมื่อเจียงจวินโม่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที ไม่คิดว่าเธอจะทำให้เขาทานแค่ชามเดียว และข้าวสารที่ใช้ก็ดูดีมาก คาดว่าเธอคงจะเอามาจากเมืองหลวง และตั้งใจจะเก็บไว้ทานเอง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกเสียใจด้วยเพราะเขารีบทานเกินไป จึงไม่อาจซึบซับรสชาติที่ดีของโจ๊กชามนี้ได้ทัน
ลู่เซี่ยเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่
ทันทีนั้นเธอก็ยิ้มและข้าไปกระซิบข้าง ๆ หูเขา “นายวางใจได้ ฉันยังมีอยู่เยอะ แต่เมื่ออยู่ในที่พักของปัญญาชน ฉันเลยไม่กล้านำออกมาทาน เลยทำให้คนป่วยอย่างนายทานนิดหน่อย พวกเขาจะได้ไม่พูดอะไรมาก”
แต่เจียงจวินโม่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ “ข้าวสารแบบนี้คงหาซื้อยากใช่ไหม?”
ลู่เซี่ยเข้าใจความหมายของเขาดี จึงตอบกลับไป “ไม่ต้องห่วงหรอก หลังจากนี้ก็ยังหาซื้อข้าวแบบนี้อีกได้ นายทานเถอะ รอถึงวันเราย้ายบ้านออกไป เราก็จะได้ทานข้าวแบบนี้ทุกวัน”
เจียงจวินโม่ประหลาดใจเล็กน้อย “ที่นี่ก็ซื้อได้เหรอ?”
ลู่เซี่ยไม่ได้พูดอะไร แต่กลับส่งรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
เจียงจวินโม่จึงจินตนาการไปต่าง ๆ นานา เขารู้ว่าลู่เซี่ยไม่โกหก เมื่อเธอบอกว่ายังมีอยู่ก็ต้องมีแน่นอน แบบนี้เขาก็สบายใจแล้ว อย่างมากก็แค่ขอเงินจากที่บ้านมาซื้อข้าวเพิ่มก็พอ
เจียงจวินโม่ทานโจ๊กจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากทานเสร็จ เขาก็ยังคงรู้สึกมึนหัวอยู่บ้างจึงนอนลงอีกครั้ง ส่วนลู่เซี่ยก็ออกมาทานข้าว
แต่เมื่อเธอถือชามเปล่าออกมา แล้วมานั่งทานข้าวกับทุกคน
ทันใดนั้นเฉิงอวี้เจียวก็พูดขึ้นอย่างเหยียดหยาม “คนบางคนนี่ร้ายกาจจริง ๆ ทำอาหารอร่อย ๆ ทานเองแล้วยังจะมาแย่งทานอาหารที่ไม่อร่อยของปัญญาชนอีก ไม่กลัวจะอิ่มตายหรือไง”
เมื่อลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเธอก็เย็นชาลงทันที “ฉันก็จ่ายค่าข้าวเหมือนกัน ทำไมจะทานไม่ได้ ถ้าคุณอิจฉาก็ไปทำอาหารทานเองสิ”