ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 93 ขอโทษที่บ้าน
บทที่ 93 ขอโทษที่บ้าน
ปัญญาชนที่จากไปไม่ได้รับรู้ถึงบทสนทนาระหว่างผู้นำหมู่บ้านและผู้ช่วย ครั้งนี้พวกเขาได้รับคำรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ทุกคนต่างก็ดีใจ คาดว่าพวกเขาคงจะไม่รู้สึกแปลกแยกอีกต่อไป
แต่เมื่อกลับมาถึงที่พักของปัญญาชน จ้าวหัวก็ดึงซุนเสิ้งหนานไปคุยเป็นการส่วนตัว
“เธอไม่น่าพูดแบบนั้นเลยนะ!”
“ยังไง? คิดว่าฉันพูดแรงเหรอ?” ซุนเสิ้งหนานมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
จ้าวหัวถอนหายใจ “เธอลงชนบทมาอยู่ที่สี่ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เธอก็อดทนมาตลอด ทำไมคราวนี้ถึงได้แข็งกร้าวแบบนี้? หากคนในหมู่บ้านเกลียดเธอขึ้นมา แล้วแกล้งเธอในตอนที่ต้องตรวจสอบประวัติทางการเมือง เธอจะทำยังไง?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซุนเสิ้งหนานก็ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจ “ฉันรู้ แต่ฉันเองก็ทนไม่ไหวแล้ว ไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกปัญญาชนชายยังพอทนไหว แต่ปัญญาชนหญิงถูกรังแกไปกี่คนแล้ว? ในฐานะหัวหน้าปัญญาชนหญิง ฉันไม่อาจทนมองเฉย ๆ แบบนี้ได้อีกต่อไป”
จ้าวหัวได้ยินเแบบนั้นก็ถอนหายใจตาม “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยึดมั่นในความถูกต้องได้ถึงขนาดนี้ เรื่องของพวกเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ เธอไม่จำเป็นต้องออกหน้ารับแทน มันจะเสียแรงเปล่า คอยดูเถอะ ถ้าวันหนึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอ จะมีใครหน้าไหนมาออกหน้ารับแทน”
ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของซุนเสิ้งหนานก็เย็นชาในชั่วพริบตา “นั่นก็เป็นความสมัครใจของฉันเอง ถึงตอนนั้นนายก็ไม่ต้องยุ่ง”
หลังจากพูดจบ เธอก็ไม่คุยกับเขาอีก และหันหลังจากไปทันที
จ้าวหัวเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ด้วยรู้สึกว่าเขาเองก็เสียแรงเปล่าไม่ต่างกัน จึงรู้สึกโมโหเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะเขาไม่อยากสนใจแล้วเหมือนกัน
ทางด้านกู้เซี่ยงหนานก็ได้เล่าเรื่องที่คุยกับผู้นำหมู่บ้านให้ลู่เซี่ยฟัง พร้อมกับบอก “พวกเรายังต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไป ผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย เรื่องนี้ก็ทำได้แค่นี้ก่อน”
ลู่เซี่ยได้ฟังก็ยิ้มออกมา ก่อนกล่าวขอบคุณ “แบบนี้ก็ดีมากแล้ว ขอบคุณมากนะคุณกู้”
กู้เซี่ยงหนานก็ยิ้มตอบ “ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็เป็นปัญญาชนด้วยกัน เรื่องแบบพวกเราต้องออกหน้าช่วยเหลืออยู่แล้ว”
หลังพูดจบ เขาก็ถามไถ่อาการของเจียงจวินโม่เล็กน้อย ก่อนจะขอตัวกลับออกไป
เพราะลู่เซี่ยอยู่ที่นี่ เหล่าปัญญาชนชายคนอื่น ๆ จึงไม่กล้าเข้ามา สุดท้ายก็พากันไปพักที่ห้องอื่นชั่วคราว
ส่วนเจียงจวินโม่ หลังจากได้ฝังเข็มและกินน้ำตาลทรายแดงกับน้ำขิงผสมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แล้ว ตอนนี้อาการของเขาก็ดีขึ้นมาก ไม่หนาวสั่นเหมือนก่อนหน้า ทำให้ลู่เซี่ยถอนหายใจได้อย่างโล่งอก
ตกบ่าย ผู้นำหมู่บ้านก็พาเหรัญญิกสือมาขอโทษด้วยตัวเอง ส่วนสือชุนเยี่ยนไม่ได้มา คาดว่าคงจะอายเกินกว่าจะมาได้
เหรัญญิกสือนำไข่ไก่มาสิบกว่าฟอง น้ำตาลทรายแดงครึ่งจิน และเงินอีกห้าหยวน ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับคนชนบท และยังพูดขอโทษด้วยความจริงใจอีกด้วย
ลู่เซี่ยไม่รู้ว่าผู้นำหมู่บ้านพูดอะไรกับเหรัญญิกสือ แต่เธอรู้สึกว่าคงไม่ใช่ความสมัครใจของเขา ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ปล่อยให้สือชุนเยี่ยนก่อเรื่องเหมือนวันนี้
แต่ลู่เซี่ยแกล้งทำเป็นไม่รู้ หลังจากรับของและเงินมาแล้วก็บอกว่าไม่ถือโทษแล้ว
จากนั้นก็ใช้ข้ออ้างว่าต้องดูแลเจียงจวินโม่ จึงไม่ได้พูดคุยกับพวกเขามากนัก
ส่วนเหล่าปัญญาชนที่ได้เห็นท่าทีของผู้นำหมู่บ้านเปลี่ยนไปในทางที่ดี พวกเขาก็รู้สึกดีใจ คาดหวังว่าชีวิตในหมู่บ้านหลังจากนี้จะดีขึ้น
แต่ลู่เซี่ยกลับถอนหายใจ การที่ผู้นำหมู่บ้านใจดีแบบนี้ทำให้เธออดคิดไม่ดีไม่ได้
คาดว่าคงได้รับอานิสงส์จากกู้เซี่ยงหนาน เธอจำได้ว่าในนิยายเคยกล่าวไว้ว่า ครอบครัวของกู้เซี่ยงหนานกลัวว่าเขาจะมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก จึงได้ไปฝากฝังให้ผู้นำระดับอำเภอช่วยดูแลเขาเป็นพิเศษ
ส่งผลให้ช่วงหลายปีที่ลงมาอยู่ในชนบท เขาใช้ชีวิตได้ค่อนข้างดี
เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ต้องขอบคุณกู้เซี่ยงหนาน ด้วยเพราะมีเขาอยู่ ต่อไปนี้ ไม่ว่าหมู่บ้านจะทำอะไรก็ต้องเกรงใจเขาบ้าง ไม่อย่างนั้นเธอและเจียงจวินโม่คงลำบากแน่ ๆ
แต่เธอคิดว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกไป คงได้แต่รอโอกาสขอบคุณเขาในอนาคตก็แล้วกัน