ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 91 เป็นไข้
บทที่ 91 เป็นไข้
“เรื่องนี้คงต้องรบกวนคุณกู้แล้วล่ะ พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับสหายเจียง ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ไปไหนก็ไม่ได้ อีกอย่าง ร่างกายของเขาไม่ค่อยแข็งแรง แต่ดันตกลงไปในแม่น้ำตอนที่อากาศหนาวขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะหายดีหรือเปล่า”
กู้เซี่ยงหนานได้ยินดังนั้นจึงปลอบใจเธอ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวสหายเจียงก็หาย เรื่องนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเถอะ ผมจะไปคุยกับสหายจ้าวและสหายซุนว่าควรทำอย่างไรต่อไป”
ลู่เซี่ยรู้สึกโล่งใจได้ในที่สุด เธอเองก็ไม่คิดว่ากู้เซี่ยงหนานจะยื่นมือเข้ามาช่วย แต่เมื่อคิดดูดี ๆ แล้ว คงจะเป็นเรื่องดีกว่าการรอให้เธอเข้าไปจัดการเอง
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ชาวบ้านไม่ชอบปัญญาชนมากแค่ไหน พวกเขาก็คงไม่กล้าทำให้ทุกคนขุ่นเคืองมากนัก ที่สำคัญ ใครจะไปรู้ว่าในกลุ่มคนพวกนี้อาจจะมีคนกลับเมืองเมื่อไหร่ก็ได้
ไม่นานหลี่อี้ก็พาหมอมาถึง
หมอตรวจดูอาการเจียงจวินโม่แล้วบอกว่าร่างกายของเขาอ่อนแอ ประกอบกับโดนความเย็นเป็นเวลานาน จึงทำให้มีไข้สูง ลู่เซี่ยได้ยินดังนั้นก็ลองเอามือแตะหน้าผากเขา ก็พบว่าร้อนมากจริง ๆ
โชคดีที่หมอนำยามาด้วย เขาจึงได้รับทั้งยาและน้ำเกลือ แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังไม่รู้สึกตัว
หลังจากน้ำเดือด ลู่เซี่ยจึงต้มน้ำตาลทรายแดงใส่ขิง เพราะเธอต้มน้ำที่บ้านพักของปัญญาชน จึงทำอะไรมากไม่ได้นัก นอกเสียจากจะแอบใส่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงไปนิดหน่อย
จากนั้นเธอก็ให้หลี่่อี้ช่วยพยุงเจียงจวินโม่ แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันป้อนน้ำขิงให้เขา
พวกเขาวุ่นกันจนถึงบ่าย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของยาหรือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ถึงทำให้ไข้ของเจียงจวินโม่ลดลงได้ เห็นดังนั้นลู่เซี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฝั่งกู้เซี่ยงหนาน
ย้อนกลับไปในตอนที่เขาไปเอาเสื้อของเจียงจวินโม่ตามคำร้องขอของลู่เซี่ย เขาได้ยินชาวบ้านกำลังซุบซิบกันว่าเพราะเหตุใดลู่จือชิงถึงได้เป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักอาย ทำไมเธอต้องถอดเสื้อผ้าของตัวเองให้เจียงจือชิง และยังแบกเขากลับไปอีก
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เซี่ยงหนานก็รีบอธิบายแทนทันที “ลู่จือชิงเป็นภรรยาของเจียงจือชิง ทั้งคู่เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวาน หวังว่าทุกคนจะหยุดใส่ร้ายป้ายสีพวกเขานะครับ”
“อะไรนะ! ลู่จือชิงและเจียงจือชิงเป็นสามีภรรยากัน! ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันแล้วเหรอ? ทำไมไม่เห็นได้ยินข่าวเลย?”
“ใช่ ไม่เคยได้ยินข่าวมาก่อน คงจะเป็นเรื่องที่เกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้”
“ว่าแต่… เจียงจือชิงไม่ได้คบกับสาวน้อยตระกูลสือหรอกเหรอ?”
“สาวน้อยตระกูลสือคิดไปเองฝ่ายเดียวต่างหาก เจียงจือชิงไม่เคยตอบตกลงเธอสักหน่อย”
“แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าเจียงจือชิงรังแกสือชุนเยี่ยนหรอกเหรอ?”
พูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนต่างพาเล่าเรื่องราวที่เห็นออกมา
หลังจากฟังจบ ทุกคนก็หันไปมองสือชุนเยี่ยนที่ยังคงร้องไห้อยู่เป็นตาเดียวกัน พวกเขาเองก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ เพราะไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรไป?
“เจียงจือชิงถูกสือชุนเยี่ยนผลักตกแม่น้ำเหรอ?”
“โอ๊ย!!! อากาศหนาวขนาดนี้ น่าสงสารจัง”
ชาวบ้านบางคนที่เคยเห็นใจสือชุนเยี่ยนก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
“ในเมื่อเธอเป็นคนผลักเขาตกน้ำ แล้วเธอจะมายืนร้องไห้อยู่ทำไม? ทำราวกับว่าเธอโดนทำร้าย ทำให้เจียงจือชิงต้องเป็นคนผิดโดยไม่มีเหตุผล”
แต่สือชุนเยี่ยนกลับรู้สึกเสียใจมากขึ้นไปอีก “เขามีสิทธิ์อะไรถึงได้แต่งงาน มีสิทธิ์อะไร! ฉันผิดตรงไหน ทำไมเขาถึงไปแต่งงานกับคนอื่นได้!”
ชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างเห็นแล้วทนไม่ไหว “ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายเขา ยิ่งไปกว่านั้น ลู่จือชิงเองก็ดีกว่าเธอทุกอย่าง เจียงจือชิงไม่สนใจเธอก็ไม่แปลกหรอก!”
“ใช่แล้ว ต่อให้ถึงลู่จือชิงจะไม่ดี แต่เจียงจือชิงก็จดทะเบียนกับเธอไปแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นสามีของคนอื่นแล้ว เธอเองก็ไม่ควรไปยุ่งกับเขาอีก นี่มันอะไรกัน?”
เมื่อสือชุนเยี่ยนได้ยินคำว่ากล่าวจากชาวบ้าน เธอก็ยิ่งรู้สึกแย่ขึ้นไปอีก สุดท้ายเธอก็โวยวายขึ้นมาอีกครั้ง จนคนครอบครัวต้องมาพาตัวเธอกลับไป
หลังจากกลับมาเล่าเรื่องทุกอย่างลู่เซี่ยฟัง กู้เซี่ยงหนานก็ไปหาจ้าวหัวและซุนเสิ้นหนาน ซึ่งเป็นหัวหน้าปัญญาชนชายหญิง เพื่อพากันไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เหล่าปัญญาชน
ปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็พากันไปด้วย