ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 90 โดนผลักตกน้ำ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
- บทที่ 90 โดนผลักตกน้ำ
บทที่ 90 โดนผลักตกน้ำ
เมื่อถึงหน้าที่พักของปัญญาชน เหล่าปัญญาชนหญิงก็พากันออกมาดู เมื่อเห็นว่าเธอแบกเจียงจวินโม่กลับมาต่างก็ตกใจกันยกใหญ่
ลู่เซี่ยไม่ได้พูดอะไรมากมาย เธอรีบแบกเจียงจวินโม่ตรงไปยังที่พักของปัญญาชนชาย เมื่อเจอผ้าห่มของเขาก็จัดการวางเขาลงบนเตียง ก่อนจะบอกให้ปัญญาชนชายช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียก ๆ ให้เขา
เธอถือโอกาสนี้ไปจุดไฟที่เตาในครัว เพื่อรีบทำให้เตียงอุ่น
หลังจากจุดไฟและเติมฟืนเข้าไปมากพอแล้ว เธอก็ต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ เพราะตั้งใจจะต้มน้ำขิงให้เขาดื่มแก้หนาว แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอกลับเข้าไปดูเจียงจวินโม่อีกครั้ง เห็นว่าหลี่อี้และคนอื่น ๆ กำลังช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียก ๆ และนำเขากลับไปนอนบนเตียงแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ขมวดคิ้วแน่น หลับตา แต่ร่างกายยังคงสั่นโดยไม่รู้ตัว
ลู่เซี่ยอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงบอกกับหลี่อี้ “รบกวนนายไปตามหมอที่สถานีอนามัยให้หน่อยได้ไหม? ตอนนี้อาการเขาคอาข้างหนัก คงจะไปไหนไม่ได้แล้ว”
หลี่อี้พยักหน้า แล้วรีบออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ลู่เซี่ยมองใบหน้าซีดเซียวของเจียงจวินโม่ด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าร่างกายเขาจะทนไหวหรือเปล่า
แค่ไปหาผู้ใหญ่บ้าน ทำไมถึงตกน้ำได้ล่ะ?
เฮ้อ! คงต้องให้เขาดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เยอะหน่อย คราวนี้คงทรมานน่าดู
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด กู้เซี่ยงหนานก็กลับมาพอดี ไม่เพียงแต่เขาจะนำเสื้อกันหนาวของเจียงจวินโม่กลับมาให้เท่านั้น แต่ยังสืบหาสาเหตุที่เขาตกลงไปในแม่น้ำได้อีกด้วย
ปรากฏว่า เช้าวันนี้ตอนที่เจียงจวินโม่กำลังไปหาผู้นำหมู่บ้าน เขาบังเอิญเจอเข้ากับสือชุนเยี่ยน เธอจึงพยายามเข้ามาตอแยเขาอีกครั้ง
เจียงจวินโม่จึงตัดสินใจบอกเธอไปตรง ๆ ด้วยความเบื่อหน่ายว่า เขาได้จดทะเบียนสมรสกับลู่เซี่ยแล้ว ด้วยหวังว่าเธอจะเลิกตอแยเสียที
แต่สือชุนเยี่ยนกลับไม่เชื่อ ซ้ำยังตะโกนใส่เขาเสียงดังลั่น ขณะที่เจียงจวินโม่เห็นท่าว่าพูดไปก็เท่านั้น และไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดกับเธออีกต่อไป จึงรีบวิ่งหนีออกมา
ด้วยความโมโหของสือชุนเยี่ยน เธอจึงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ และวิ่งตามหลังเขาไปติด ๆ
ร่างกายของเจียงจวินโม่ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่สามารถวิ่งได้เร็วจนหนีการติดตามของสือชุนเยี่ยนได้
เมื่อสือชุนเยี่ยนตามเขาได้ทัน เธอก็ยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก ก่อนจะลงมือผลักเขาเต็มแรงด้วยความโมโห
เดิมทีเจียงจวินโม่ก็อ่อนแออยู่แล้ว เพียงถูกผลักเบา ๆ เขาก็พลัดตกน้ำไป
โชคดีที่สะพานไม่สูง น้ำในแม่น้ำก็ไม่ลึก แต่โชคร้ายที่วันนี้เจียงจวินโม่สวมเสื้อกันหนาวตัวหนามา
เสื้อกันหนาวอุ้มน้ำมากเข้าก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ทำให้เขาลุกขึ้นยืนไม่ได้
โชคดีที่หลี่หงจวินและคนอื่น ๆ ที่เคยมาต้อนรับพวกเขาผ่านมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
หลี่หงจวินจึงรีบกระโดดลงไปในแม่น้ำแล้วดึงเขาขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเจียงจวินโม่ก็แช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานมากแล้ว
วันนี้หลี่หงจวินสวมเสื้อผ้าใหม่ทั้งชุดเพื่อจะไปดูตัว เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของเขาเปียกปอนไม่เหลือดี แม่ของเขาจึงโกรธมาก เพราะตอนนี้ฝ่ายหญิงกำลังรออยู่ ประกอบกับความรีบร้อน ฉะนั้น หลังจากนำเจียงจวินโม่กลับขึ้นฝั่งได้ แม่ของเขาจึงให้คนอื่นนำเจียงจวินโม่กลับไปยังที่พักของปัญญาชน ส่วนเธอและลูกชายก็รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่เด็กหนุ่มสองคนที่เธอหามาเพื่อให้ช่วยเหลือ พวกเขาคิดว่าตัวเองตัวเล็กเกินกว่าจะแบกเจียงจวินโม่ไหว จึงให้คนหนึ่งไปตามคนมาช่วย ส่วนอีกคนหนึ่งรออยู่ตรงนั้น
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งกรูกันเข้ามา จนได้เห็นว่าสือชุนเยี่ยนยืนร้องไห้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จึงพากันคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่าเจียงจวินโม่คงจะทำอะไรเธอเข้า จึงเอาแต่ปลอบโยนเธอ และปล่อยเจียงจวินโม่ให้นอนอยู่ริมแม่น้ำอย่างไม่ใยดี
กระทั่งลู่เซี่ยเข้ามาอุ้มเจียงจวินโม่ไป เธอจึงได้รู้ความจริงจากปากของเด็กหนุ่มสองคนนั้น
หลังจากเซี่ยได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เธอโกรธจนแทบลุกเป็นไฟ อยากจะเข้าไปจัดการสือชุนเยี่ยนให้ได้เสียตอนนั้น
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปาก กู้เซี่ยงหนานก็พูดขึ้น “เรื่องนี้เธอไม่ต้องกังวล มันไม่ใช่เรื่องของปัญญาชนอย่างสหายเจียงคนเดียวอีกแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของปัญญาชนอย่างพวกเราทุกคน ผู้หญิงคนนั้พยายามฆ่าคน โดยไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา ครั้งนี้จะต้องให้ทางหมู่บ้านจัดการอย่างเด็ดขาด”
ลู่เซี่ยเลิกคิ้วขึ้นด้วยประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น แต่เมื่อนึกถึงนิสัยรักความยุติธรรม เกลียดชังความอยุติธรรมของเขา… เธอจึงเข้าใจได้