ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 105 รูปถ่าย
บทที่ 105 รูปถ่าย
แต่ลู่เซี่ยยังคงลังเลใจ
ในใจของเธอรู้ดีว่าคงไม่ได้อยู่ที่นี่ไปตลอด อย่างมากก็แค่สี่ปี หากซื้อตอนนี้แล้ว เมื่อย้ายออกก็คงจะขนย้ายได้ลำบาก รู้สึกสิ้นเปลืองเปล่า ๆ
เมื่อลองคิดดูอีกทีก็ยังมีเวลาอีกตั้งสี่ปีก็นับว่าเป็นเวลาที่นานเหมือนกัน ซื้อตอนนี้เลยก็ได้
ลู่เซี่ยพยักหน้า “ตกลง งั้นวันหลังเราไปซื้อกันเถอะ”
“ไม่ต้องรอถึงวันหลังหรอก พรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน เราไปอำเภอแล้วก็ไปเอาภาพที่ถ่ายไว้ส่งกลับบ้านไปด้วยเลย ให้พวกเขาสบายใจ”
ลู่เซี่ยได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูด “ส่งแค่รูปถ่ายไป พวกเขาจะเบาใจได้ยังไง?”
เจียงจวินโม่ยิ้มแห้ง ๆ “เอ่อ… พวกเขาเห็นหน้าเธอแล้วก็คงเบาใจได้”
ลู่เซี่ยไม่เข้าใจว่ามันคือคำพูดแบบไหนกัน แต่เธอก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ เธอจึงลงมือจัดข้าวของ โดยเก็บเงินและของมีค่าไว้ในช่องว่างมิติอย่างดี ส่วนอย่างอื่นก็ใส่ตู้แล้วล็อกกุญแจไว้แน่นหนา
รุ่งขึ้น ทั้งคู่ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ระหว่างทางก็พบกับคนในหมู่บ้านหลายกำลังจะเข้าไปในตัวอำเภอ
ที่แท้ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จสิ้นแล้ว ถือได้ว่าเป็นช่วง ‘ฤดูกาลแต่งงาน’ ของหมู่บ้าน
ช่วงนี้ทุกคนจะว่างจากการทำงาน อากาศก็ยังไม่หนาวเย็นสักเท่าไหร่ และผักในไร่ก็ยังมีเหลืออีกเยอะ นับว่าเหมาะแก่การจัดงานมงคล จึงมีคนในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยเลือกแต่งงานกันในช่วงนี้
มีผู้เฒ่าผู้แก่และคู่หนุ่มสาวในหมู่บ้านหลายคนกำลังเตรียมตัวจะเข้าไปในตัวอำเภอพร้อมกับลู่เซี่ย พวกเขามีจุดประสงค์เดียวกันคือ ไปซื้อข้าวของสำหรับงานแต่งงาน
เมื่อเห็นทั้งคู่เดินมา ทุกคนต่างพากันพูดหยอกล้อ “โอ้! เจียงจือชิงและลู่จือชิงก็กำลังจะเข้าไปในตัวอำเภอเหมือนกันเหรอ? ยังไงกัน ของแต่งงานยังไม่ครบอีกเหรอ?”
“ใช่ ๆ เมื่อวานยังเห็นพวกเธอแบกกล่องพัสดุใบโตกลับมา คงเป็นของที่ทางบ้านส่งมาให้สินะ”
ลู่เซี่ยไม่ได้ปิดบังอะไร “ถูกแล้ว ทางบ้านของเจียงจือชิงรู้ว่าพวกเราแต่งงานกันแล้ว พวกเขาก็เลยส่งของใช้สำหรับแต่งงานมาให้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนต่างพากันอิจฉาเข้าไปใหญ่ พลางคิดว่าครอบครัวเจียงจือชิงนี่ดีกับลูกชายจริง ๆ
ดังนั้นทุกคนจึงคิดกันไปเองว่า การที่ทั้งคู่เข้าไปในตัวอำเภอในครั้งนี้ ก็คงเป็นการไปหาซื้อของใช้ที่ยังขาดเหลือ
ลู่เซี่ยถูกล้อบ่อยครั้งจนตอนนี้หน้าของเธอหนาขึ้นมากแล้ว ที่สำคัญ เธอยังพูดคุยและหัวเราะกับคนในหมู่บ้าน จนกระทั่งรถมาถึงตัวอำเภอ
หลังจากลงจากรถ ทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปรับรูปถ่ายก่อน
จริง ๆ แล้วรูปถ่ายนั้นล้างเสร็จตั้งแต่หลายวันก่อน เพียงแค่พวกเขายุ่งกับเรื่องบ้านใหม่ จึงยังไม่มีเวลาว่างที่จะเข้ามารับ
เมื่อช่างภาพเห็นหน้าทั้งคู่ เขาก็จำได้ทันที
“โอ้! มาถึงสักทีนะ นึกว่าลืมกันแล้ว”
ลู่เซี่ยตอบอย่างยิ้ม ๆ “ขอโทษที ช่วงนี้ยุ่ง ๆ น่ะ”
ช่างภาพเข้าใจได้ เขาเองแค่พูดไปอย่างนั้นเอง “เอาล่ะ รูปถ่ายล้างเสร็จแล้ว ลองดูซิว่าถูกใจไหม”
ลู่เซี่ยรับมาดู ในรูปถ่ายนั้นทั้งคู่ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส ชายหนุ่มหล่อเหลา หญิงสาวงดงาม แม้แต่ตัวเธอเองที่เป็นคนในรูปยังรู้สึกว่าดูดีมาก
“ดูดีมากเลยนะ นายว่ายังไง?”
เจียงจวินโม่พยักหน้า แล้วยิ้มรับอย่างพอใจ “สวย”
จากนั้นก็ดูรูปเดี่ยว เจียงจวินโม่ดูจริงจังขึ้น แต่ลู่เซี่ยยังคงยิ้มแย้มไม่ต่างจากภาพคู่ แต่มันก็ไม่เลว
รูปคู่ถูกล้างออกมาสามใบ เป็นเจียงจวินโม่ที่ยืนยันจะล้าง ส่วนรูปเดี่ยวล้างก็ล้างออกมาคนละใบ
เจียงจวินโม่มองรูปถ่ายอีกครั้ง ก่อนจะเก็บไว้อย่างทะนุถนอม
หลังจากรับรูปถ่ายแล้ว ทั้งคู่ก็พากันไปที่ไปรษณีย์
เจียงจวินโม่เขียนจดหมายเสร็จตั้งแต่เมื่อคืน เขาเล่าเรื่องที่สร้างบ้านหลังเล็กแยกออกมา และบอกกับที่บ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งยังไม่ลืมที่จะแนบรูปถ่ายของทั้งคู่ที่มารับในวันนี้ลงไปด้วย จากนั้นก็ปิดผนึกและส่งออกไป
หลังจากส่งจดหมายแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่มีอะไรทำ เพราะรถที่จะกลับไปยังหมู่บ้านนั้นออกเดินทางในช่วงบ่าย พวกเขาจึงมีเวลาเหลือเฟือ เจียงจวินโม่เลยตัดสินใจชวนเธอไปดูหนัง
ลู่เซี่ยไม่เคยดูหนังในยุคนี้มาก่อน เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอจึงรู้สึกตื่นเต้นและตอบตกลงทันที