ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 104 ความคิดที่เปลี่ยนไป
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
- บทที่ 104 ความคิดที่เปลี่ยนไป
บทที่ 104 ความคิดที่เปลี่ยนไป
ลู่เซี่ยอ่านจบก็ถอนหายใจ ก่อนจะหันมองเจียงจวินโม่ด้วยความอิจฉา
“เป็นอะไรไป?” เจียงจวินโม่ที่เห็นสีหน้าเธอแปลกไปจึงถาม
“ฉันแค่รู้สึกว่าครอบครัวของนายดีกับนายมาก แม้ในจดหมายจะตำหนิไปบ้าง แต่ก็ยังส่งของใช้มาให้เยอะแยะเลย”
“นั่นเพราะพวกเขารู้จักผมดี รู้ว่าผมไม่ใช่คนเหลวไหล”
ลู่เซี่ยพูดไม่ออก การที่พวกเขาแต่งงานกันอย่างกะทันหัน ทั้งยังปราศจากความเห็นจากคนในครอบครัว แบบนี้ยังจะเรียกว่าไม่เหลวไหลอีกเหรอ?
แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ดูเหมือนเจียงจวินโม่ตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกันกับลู่เซี่ยจริง ๆ ซึ่งเธอเองก็สัมผัสความรู้สึกนั้นได้
ทางด้านลู่เซี่ย หลังจากครุ่นคิดดูแล้ว เธอเองก็รู้สึกว่าเจียงจวินโม่มีดีไม่น้อย เขาไม่มีความคิดแบบชายโบราณ ไม่หัวแข็งเหมือนผู้ชายคนอื่นในยุคนี้ เขาให้เกียรติเธอ และการอยู่กับเขาก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ แม้จะยังไม่มีความรู้สึกชอบหรือความรัก แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจเขา
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะลองคบหาดู หากเข้ากันได้ดี การตัดสินใจใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็คงเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน
เจียงจวินโม่ไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในใจของลู่เซี่ย เขาจึงยื่นซองจดหมายอีกซองให้เธอ
“นี่อะไร?”
“เป็นเงินและคูปองที่บ้านผมส่งมา พวกเขาบอกว่า แม้เราจะแต่งงานกันอย่างกะทันหัน แต่ก็ยังอยากให้ผมเตรียมอะไรบางอย่างให้คุณ”
ลู่เซี่ยรับมาเปิดดู เธอเห็นว่าจดหมายด้านในถูกเจียงจวินโม่หยิบออกไปแล้ว เหลือเพียงเงินห้าร้อยหยวน และคูปองอีกหลายใบ นอกจากนี้ยังมีตั๋วจักรยานที่หายากอีกหนึ่งใบ ส่วนที่เหลือก็เป็นคูปองผ้า คูปองข้าว คูปองนํ้าตาล และคูปองสินค้าอุตสาหกรรมที่หายาก
“จริง ๆ แล้วทางบ้านผมอยากจะหาคูปองจักรเย็บผ้ามาให้ด้วย แต่เวลามีจำกัด จึงตั้งใจว่าจะส่งมาให้ทีหลัง”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ต้องการจักรเย็บผ้า” ลู่เซี่ยรีบปฏิเสธ
“ฉันใช้ไม่เป็น แถมตอนนี้พวกเราอยู่ชนบท ซื้อไปก็ไม่สะดวก หากอนาคตพวกเรามีโอกาสกลับเมือง ค่อยซื้อตอนนั้นก็ยังไม่สาย”
เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น เจียงจวินโม่ก็ไม่ได้โต้แย้ง “เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวผมเขียนจดหมายบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเตรียมมาให้แล้ว”
“อืม” ลู่เซี่ยตอบรับ ก่อนจะกวาดสายตาไปยังข้าวของ เงิน และคูปองอีกมากมายในห้อง “ทำให้ทางบ้านของนายสิ้นเปลืองมากเกินไปแล้ว”
เจียงจวินโม่ยิ้ม “การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่ใช่เพราะเราแต่งงานกันเร็วแบบนี้ พวกเขาคงเตรียมให้มากกว่านี้แน่นอน
ในตอนที่พ่อแม่ของผมเสีย ผมได้รับเงินช่วยเหลือมาก้อนหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้รับจากรัฐบาลมาอีกก้อน ซึ่งเงินเหล่านั้นก็ถูกเก็บไว้ที่คุณปู่ทั้งหมด เงินและข้าวของที่ส่งมาคราวนี้ก็เป็นของที่คุณปู่และคนอื่น ๆ ตั้งใจให้มา พวกเขาเคยบอกไว้ว่าจะไม่แตะต้องเงินก้อนนั้น ทั้งยังเก็บไว้ในบัญชีที่เป็นชื่อของผม
คราวนี้ผมแต่งงานแล้ว ก็ถือว่ามีครอบครัวแล้ว หากในอนาคตจำเป็นต้องใช้เงิน ก็ให้พวกเขาส่งเงินมาให้ได้”
ลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้นก็รีบส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็มากพอแล้ว!”
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ เจียงจวินโม่ก็อดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะอธิบายต่อ “จริง ๆ แล้วผมตั้งใจจะเอาเงินก้อนนั้นมาแบ่งให้พี่สาวของผมในตอนที่พวกเธอแต่งงาน แต่พวกเธอไม่ยอมรับกันสักคน เพราะของที่ปู่กับย่าเตรียมให้พี่สาวแต่ละคนก็มีไม่น้อยอยู่แล้ว ผมจึงตั้งใจว่าจะหาโอกาสให้พวกเธอทีหลัง”
“ส่วนลุงใหญ่กับครอบครัว ที่ผ่านมาพวกเขาก็ดีกับผมมาก ค่าใช้จ่ายตั้งแต่เล็กจนโตของผมและพี่สาว ก็ได้รับการช่วยเหลือจากลุงใหญ่ทั้งนั้น แม้แต่ในตอนนี้ พวกเขาก็ยังส่งเงินมาให้ผมทุกเดือน แม้ผมจะปฏิเสธไปหลายครั้งแล้ว แต่พวกเขาก็ยังยืนยันที่จะส่งมา
ผมเองรู้ว่าพวกเขาเป็นห่วง จึงไม่ได้ห้ามปรามอะไรต่อ ได้แต่คิดไว้ว่าค่อยหาโอกาสตอบแทนในอนาคต”
ลู่เซี่ยพยักหน้า “ตกลง ฉันตามใจนาย”
พูดจบก็ยังเห็นว่าเจียงจวินโม่ยังมีอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก คาดว่าเขาคงคิดถึงที่บ้าน ลู่เซี่ยจึงยื่นคูปองจักรยานไปตรงหน้าเขา แล้วถาม “อันนี้จะซื้อไหม?”
เจียงจวินโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ซื้อเถอะ มีจักรยานแล้วจะได้ไปเมืองสะดวกขึ้นหน่อย”