ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ - บทที่ 103 จดหมายและของขวัญ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
- บทที่ 103 จดหมายและของขวัญ
บทที่ 103 จดหมายและของขวัญ
ลู่เซี่ยไม่สนใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็วางของลง
จากนั้นก็เป็นเจียงจวินโม่ที่เข้ามาแกะห่อพัสดุต่อหน้าเธอ สิ่งที่อยู่ด้านบนสุดคือจดหมายฉบับหนึ่ง
จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายฉบับหนา เมื่อเปิดดูก็ต้องพบว่ามีอย่างน้อยเจ็ดแปดหน้า
เจียงจวินโม่เริ่มอ่าน โดยมีลู่เซี่ยนั่งอยู่ห่าง ๆ เธอไม่ได้เข้าไปดูหรือแตะต้องของอื่น ๆ ด้วยความกระหายเธอจึงหันไปดื่มน้ำสักอึกหนึ่ง ก่อนจะหยิบเสื้อไหมพรมที่เคยรื้อแล้วถักใหม่มาถักต่อ
แต่เดิมคิดว่าการถักเสื้อไหมพรมสำหรับมือใหม่คงจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ใครจะรู้ว่าเธอคิดน้อยเกินไป ครั้งแรก ๆ ก็มีหลวมบ้างแน่นบ้าง หรือบางทีก็มีรูโผล่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ดังนั้นลู่เซี่ยจึงรื้อแล้วถัก ถักแล้วรื้อ จนถึงตอนนี้ก็ยังถักไม่เสร็จ
แต่เธอคิดว่าตอนนี้ชำนาญแล้ว ครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน
ขณะที่ลู่เซี่ยกำลังต่อสู้กับเสื้อไหมพรมอยู่นั้น เจียงจวินโม่ก็อ่านจดหมายจบแล้ว
จากนั้นเขาก็หันมาถามลู่เซี่ย “คุณจะอ่านไหม?”
ลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้ว ทั้งยังเห็นว่าดวงตาของเขาชื้นนิดหน่อย แต่ดูเหมือนว่าไม่อยากจะให้เธอเห็นสักเท่าไหร่ เธอจึงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่น “ให้ฉันอ่านเหรอ? ไม่ดีหรอกมั้ง”
เจียงจวินโม่ส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก คุณดูได้ ครอบครัวของผมรู้เรื่องที่ผมแต่งงานแล้ว”
ลู่เซี่ยลังเล แต่เมื่อเห็นเขายืนยันหนักแน่น เธอจึงรับจดหมายมาอ่าน
กระดาษแผ่นแรกเป็นจดหมายจากลุงใหญ่ ในจดหมายแสดงความประหลาดใจที่เขาแต่งงานอย่างกะทันหัน แต่ก็บอกว่าเชื่อในการตัดสินใจของเขา และบอกว่าหากมีโอกาส ต้องพาภรรยากลับมาให้พวกเขารู้จักให้ได้ ทั้งยังบอกว่าหากขาดเหลืออะไรก็ขอให้รีบส่งจดหมายบอกทางบ้าน
ถัดมาเป็นข้อความจากคุณปู่ เมื่อคุณปู่รู้ว่าเขาแต่งงานแล้วก็บอกว่าต่อไปนี้เขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ให้เขาทำหน้าที่ของผู้ชายและรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว
ส่วนกระดาษอีกไม่กี่แผ่นที่เหลือเป็นจดหมายจากพี่สาวของเจียงจวินโม่
ในจดหมายเห็นได้ว่า หลังจากพวกเธอรู้เรื่องที่เขาแต่งงานอย่างกะทันหันแล้ว พวกเธอทั้งตกใจและโกรธ ด้วยตั้งใจจะมาเยี่ยมแต่ไม่มีเวลา จึงได้แต่เขียนจดหมายมาดุว่าเขาหุนหันพลันแล่น แต่เป็นเพราะความห่วงใยและกังวลเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับส่งของใช้สำหรับคู่รักที่เพิ่งแต่งงานมาให้ด้วย
เนื้อหาในจดหมายของพี่สาวแต่ละคนคล้าย ๆ กัน แสดงถึงความรักและห่วงใยที่มีต่อน้องชายคนนี้
ลู่เซี่ยวางจดหมายลงแล้วถอนหายใจ ตอนนี้เธอเห็นเจียงจวินโม่กลับมาเป็นปกติแล้ว และกำลังเปิดพัสดุที่ส่งมาทางไปรษณีย์
ของที่ส่งมามีของเยอะมาก ทั้งผ้าห่มผืนใหญ่สีแดง ปลอกหมอนชุดหนึ่งที่มีตัวอักษรมงคลปักอยู่ ดูก็รู้ว่าเป็นของใช้สำหรับคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน
นอกจากนี้ยังมีเสื้อคลุมทหารตัวหนาอีกสองตัว คงกลัวว่าพวกเขาจะหนาวเกินไปในฤดูหนาว จึงส่งมาให้เป็นพิเศษ
ใต้เสื้อคลุมทหารมีนมผงอีกหลายกระป๋อง ขนมแต่งงานถุงใหญ่ น้ำตาลทรายแดงอีกหลายจิน แม้กระทั่งช็อกโกแลตซึ่งเป็นของที่หาซื้อค่อนข้างยากก็ยังส่งมา
นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ ยังมีของบางอย่างที่แยกบรรจุเป็นห่อเล็ก ๆ และมีชื่อเขียนไว้ด้านบน
เจียงจวินโม่ผลักของพวกนั้นให้เธอ “ของพวกนี้เป็นของขวัญทักทายจากคนในครอบครัวของผม มันเป็นของคุณทั้งหมด”
“อะไร?” ลู่เซี่ยตกใจ เธอเปิดหนึ่งในนั้นออกดูด้วยความตกใจ พบว่าเป็นของจากคุณปู่ ซึ่งด้านในมีธนบัตรใบละร้อยหยวนสิบใบ
ลู่เซี่ยประหลาดใจเล็กน้อย เงินเยอะแยะแต่กลับห่อพัสดุแบบสบาย ๆ ไม่กลัวหายระหว่างทางเหรอ?
หลังจากนั้นของจากลุงใหญ่ก็เป็นเหมือนกัน มีธนบัตรใบละร้อยหยวนห้าใบ
แต่ของจากป้าใหญ่แตกต่างออกไป ด้านในถูกห่อไว้หลายชั้น เมื่อเปิดออกก็พบว่าเป็นกำไลหยกที่ทำขึ้นอย่างปราณีต
เจียงจวินโม่เห็นแล้วก็บอกกับเธอ “นี่เป็นของคุณย่าผม แม่ผมก็มีอันหนึ่ง พี่สาวที่ออกเรือนไปแล้วก็ให้ผมเก็บไว้ ตอนนี้อยู่ที่บ้านในเมืองหลวง อันนี้น่าจะเป็นของที่คุณย่าให้ป้าใหญ่เอาไว้”
ลู่เซี่ยได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าของชิ้นนี้ร้อนมือขึ้นมาทันที ยังไม่ต้องพูดถึงว่าของชิ้นนี้ควรจะเก็บไว้ให้ลูกสะใภ้แท้ ๆ ของพวกเขาหรือเปล่า แค่คิดว่าพวกเขากล้าส่งของแบบนี้มาทางไปรษณีย์เฉย ๆ เหรอ? ไม่กลัวว่าจะถูกเสียหายระหว่างทางหรือยังไง?
ลู่เซี่ยทึ่งกับความใจกล้าของพวกเขา
ของขวัญจากพี่สาวทั้งสี่คนนั้นค่อนข้างธรรมดา ทั้งหมดเป็นผ้าสีสันสดใส เห็นได้ชัดว่าเหมาะสำหรับผู้หญิง คาดว่าพวกเขาคงไม่รู้สัดส่วนของเธอ จึงไม่ได้ตัดเย็บเป็นเสื้อผ้ามาให้