ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 769 ตอนพิเศษ วีรบุรุษช่วยโฉมงาม
ถึงแม้คนที่ถูกรังแกจะไม่ใช่เหลียนอี เซียวหนิงก็จะช่วย
นับประสาอะไรกับหญิงสาวที่ทำให้น้องชายของนางรู้สึกดีด้วย
นางเอ่ยปากทันที
“อุเหม่ กลางวันแท้ๆ เหตุใดจึงมีหมาเข้ามาเห่าไม่หยุด ข้าได้ยิน
มาว่าเป่าเย่ว์โหลวเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ไม่ดูแลสักหน่อยหรือ ระหว่าง
คนกับหมาเหตุใดจึงแยกไม่ออกเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะปล่อยหมา
เข้ามาได้”
ชายวัยกลางคนได้ยินเสียงคนกำลังประชดเสียดสีเขา จึงบันดาล
โทสะทันที เงยหน้า เห็นคนที่พูดประชดเขาเป็นหญิงสาวเยาว์วัย ก็
โมโหกราดเกรี้ยว
“นังนี่มาจากที่ใดกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร เจ้าเบื่อโลกแล้วใช่
หรือไม่ พวกเจ้าเข้ามา มาพาพวกนางไปให้หมด”
ชายวัยกลางคนสั่งการ มีคนใช้วิ่งเข้ามาทันที
“แม่นาง เจ้ารีบไป นี่มิใช่เรื่องของเจ้า”
เหลียนอีเห็นคนใช้มา ก็รีบเอ่ยปากทันที
เซียวหนิงถลึงตาใส่เซียวอวี่ เป็นสัญญาณว่าเซียวอวี่สามารถพูด
ได้แล้ว เซียวอวี่เหลือบมองชายวัยกลางคนแวบหนึ่งอย่างเย็นชา
“ปากดีเหลือเกิน เจ้าคงเป็นน้องชายของต่งปินกระมัง!”
“เจ้าเป็นใคร กล้าเรียกชื่อพี่ชายข้าตรงๆ อย่างนั้นรึ”
เซียวอวี่ทำเสียงหึหนึ่งครั้ง
“เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้ว่าข้าเป็นใคร เจ้าทำให้ต่งปินเสียหน้าจริงๆ ถึงกับ
ปล้นสาวชาวบ้านข้างถนน”
“เจ้าหนู ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่ามายุ่งเรื่องคนอื่น”
ชายวัยกลางคนไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร
กันแน่ จากการแต่งตัวอนุมานได้ว่าคงจะเป็นลูกหลานขุนนาง
เพียงแต่เหตุใดคนผู้นี้ถึงกล้าเรียกชื่อต่งปิน พี่ชายคนโตของเขา
ตรงๆ
“น่าเสียดายที่เรื่องนี้อย่างไรข้าก็ต้องยุ่ง”
เซียวอวี่กวักมือคราวเดียว จู่ๆ องครักษ์จำนวนไม่น้อยก็กรูเข้ามา
จากทุกทิศทาง เมื่อเห็นเครื่องแต่งกายขององครักษ์เหล่านี้ ชายวัย
กลางคนก็เข่าเกือบทรุด คนเหล่านี้มิใช่องครักษ์จากตำหนักบูรพา
หรอกหรือ
ในเมื่อเป็นองครักษ์จากตำหนักบูรพา เช่นนั้นชายหนุ่มที่อยู่
ตรงหน้าก็ต้องเป็นองค์รัชทายาท ตนเองมีตาหามีแววไม่ ปะทะกับ
องค์รัชทายาทอยู่ยังไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย
ชายวัยกลางคนคุกเข่าทันที กำลังเตรียมจะโขกหัวขอความ
เมตตา แต่เซียวอวี่ก็มิได้ให้โอกาสเขาทำเช่นนั้น สั่งการด้วยสีหน้า
รังเกียจ
“เอาตัวไป”
ชายวัยกลางคนจึงถูกลากไปเช่นนั้น ผู้คนที่มุงดูอยู่ถูกองครักษ์
ไล่ไปนานแล้ว ทั้งโถงทางเดินมีเพียงพวกเขาสามคน
เซียวหนิงยื่นมือไปประคองเหลียนอีที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ถามอย่าง
ห่วงใยว่า
“แม่นางเหลียนอี เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
เหลียนอีส่ายหน้า
” ข้าไม่เป็นอะไร เมื่อครู่ขอบคุณคุณชายและคุณหนูที่ช่วยชีวิต
เจ้าค่ะ”
“จะขอบคุณก็ขอบคุณน้องชายข้าเถิด แม่นางเหลียนอี นี่น้องชาย
ข้า”
เซียวหนิงยิ้มขณะชี้เซียวอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ นาง สองคนนี้นิสัย
คล้ายกันจริงๆ ไม่คุยเล่นยิ้มแย้มแจ่มใสต่อหน้าผู้อื่น เซียวอวี่เป็น
เช่นนี้ เหลียนอีก็เป็นเช่นนี้
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณชาย”
เหลียนอีโค้งตัว
“แม่นางเหลียนอีมิต้องเกรงใจ เรื่องเล็กน้อย ไม่ทราบว่าแม่นาง
เหลียนอีพักอยู่ที่ใด ข้าจะให้คนไปส่ง แม่นางเหลียนอีวางใจก็พอ
ต่อไปเขาไม่กล้าหาเรื่องเจ้าอีกแล้ว”
“ข้า… ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ข้าจะกลับเองเจ้าค่ะ!”
เหลียนอีดูเหมือนจะเก็บซ่อนสิ่งที่พูดออกมาลำบาก ลังเลสักครู่
สุดท้ายก็จากไปโดยไม่พูดอะไร เซียวหนิงรู้สึกว่าผิดปกติ จึงตามไป
“แม่นางเหลียนอี ยังมีเรื่องใดที่เจ้าลำบากอีกหรือไม่ พูดมาใน
คราวเดียวเลยเถิด วันนี้ได้พบกันถือว่าเป็นวาสนา ไม่แน่ว่าพวกเรา
อาจจะช่วยเจ้าได้”
“ไม่ปิดคุณหนู สองสามวันก่อนแม่ของข้าเสียชีวิตจากอาการ
ป่วย สัญญาเช่าหมดลง จัดการเรื่องงานศพของแม่เสร็จแล้ว ก็ไม่มี
เงินเหลืออีก ตอนนี้ข้าไร้บ้านจะกลับไปเจ้าค่ะ”
พูดถึงประโยคสุดท้าย เหลียนอีก็ก้มหน้า ดูเหมือนลำบากใจ
อย่างยิ่ง
“เจ้าเกิดมาหน้าตาสะสวยเพียงนี้ อยู่เมืองหลวงอันตรายมาก
เกรงว่าจะเจอผู้ชายมากตัณหาอยากได้คนสวยอย่างเจ้าอีก เหลียนอี
เจ้ายินดีจะอยู่กับข้าหรือไม่ หากยินดี ข้าจะพาเจ้าเข้า