ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 768 ตอนพิเศษ เจ้าว่างนักหรือ
“ไม่ คราวหน้าเจ้าเดินระวังหน่อย อย่าไปชนอะไรให้ตัวเองเจ็บ”
เซียวอวี่พูดจบก็เดินไปข้างหน้า เมื่อครู่เซียวหนิงไม่ได้พูดความ
จริง เขายอมรับว่าวินาทีที่ได้เห็นแม่นางชุดขาว เขารู้สึกอัศจรรย์ใจ
หลายปีมานี้เขาพบสาวงามมาไม่น้อย เดิมทีนึกว่าตนเองไม่มี
ความรู้สึกกับของสวยๆ งามๆ คิดไม่ถึงว่าก็มีคนที่ทำให้เขารู้สึก
อัศจรรย์ใจ แม่นางคนนี้บุคลิกภาพดีจริงๆ
เซียงหนิงเองก็หาโอกาสเก่งเหลือเกิน เมื่ออาหารยกมาแล้ว นาง
ก็ให้เสี่ยวเอ้อร์พาแม่นางคนนั้นเข้ามา
เหลียนอีอุ้มผีผา ยังคงมีท่าทางเย็นชา
“คุณหนูและคุณชายอยากฟังเพลงอะไรเจ้าคะ”
“เจ้าเลือกให้พวกเราสักหนึ่งเพลง”
เซียวหนิงยังคงหัวเราะคิกคัก ส่วนเซียวอวี่ถลึงตาใส่เซียวหนิง
ช่างหาเรื่องจริง ๆ
“เช่นนั้นข้าเลือกเพลงด้วยตนเองนะเจ้าคะ”
เหลียนอีพูดจบแล้วก็เริ่มดึงสายผีผา
เซียวหนิงฟังอย่างเข้าถึงอารมณ์ทุกท่วงทำนอง มองดูเซียวอวี่ที่
นั่งข้างๆ เป็นระยะๆ เห็นเขาดูเหมือนจะตั้งใจฟัง นางก็รู้สึก
ประหลาดใจ ที่แท้เซียวอวี่ก็สนใจสตรีผู้นี้เช่นกันหรือ เดิมทีนางนึก
ว่าสมองของเซียวอวี่จะมีแต่เรื่องการปกครองชาติบ้านเมืองเสียอีก
บทเพลงจบลงแล้ว เหลียนอีลุกขึ้น คารวะพวกเขา
“คุณหนู คุณชาย มีบทเพลงใดที่พวกท่านอยากฟังอีกหรือไม่
บ่าวจะเล่นให้พวกท่านฟังเจ้าค่ะ”
“แม่นาง เจ้ามีนามว่าอย่างไรหรือ เป็นคนที่ใดกัน”
เซียวหนิงรู้ว่าเซียวอวี่คงกระดากปากที่จะถามเรื่องเหล่านี้ จึง
ถามแทนเซียวอวี่ อย่างไรเซียวอวี่ก็ต้องสนใจแน่นอน
เหลียนอียังมีท่าทีเย็นชา แม้แต่น ้าเสียงก็เยือกเย็น
“บ่าวชื่อเหลียนอีเจ้าค่ะ เป็นคนฮุ่ยโจว เพิ่งมาเมืองหลวงได้ไม่
นาน”
“เจ้าเล่นดนตรีได้ไพเราะยิ่ง คงจะมีญาติอยู่ที่เมืองหลวงใช่
หรือไม่”
เหลียนอีส่ายหน้าเบา ๆ
“เดิมทีข้ามาเมืองหลวงเพื่อขอหลบภัยกับญาติๆ แต่เมื่อมาถึง
เมืองหลวงแล้วถึงได้รู้ว่าพวกเขาย้ายออกไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าไป
ทิศทางใด ยังดีที่ข้าเล่นดนตรีได้ ถือว่าเป็นทักษะในการเลี้ยงชีพ จึง
ปักหลักที่นี่อีกครั้งเป็นการชั่วคราวเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นไม่ง่ายเลย”
ตอนนี้เองข้างนอกมีคนเรียกเหลียนอีอีก เหลียนอีเห็นว่าพวกเขา
ไม่มีทีท่าว่าจะฟังเพลงต่อ จึงโค้งตัวแล้วออกไปก่อน
เซียวหนิงศอกเซียวอวี่เบาๆ
“อาอวี่ อยากพาเข้าวังหรือไม่”
“ไม่ต้อง เสด็จพี่ เจ้าว่างงานนักหรือ”
“เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า หากเจ้ามิใช่น้องชายแท้ๆ ของข้า ข้าก็
คงไม่ยุ่งหรอก”
เซียวหนิงทำเสียงหึเบาๆ เห็นว่าเซียวอวี่ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ
นางก็ตัดสินใจไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวอีก ตอนที่ทั้งสองคนออกจากห้อง
ทานอาหารส่วนตัว ก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทกันจากห้องข้างๆ
รวมถึงเสียงผู้หญิงร้องไห้ด้วย หมายความว่านี่คือเสียงร้องไห้ของ
เหลียนอี
ได้ยินเสียงเหลียนอีร้องไห้ เซียวหนิงก็อยากไปดูสถานการณ์
นึกไม่ถึงว่าเซียวอวี่ผู้ไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของใครก็ตามนางมา
ติดๆ โดยไม่รู้ตัว
เหลียนอีนั่งกับพื้นถือผ้าเช็ดหน้าเช็ดน ้าตา ที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง
เป็นผู้ชายร่างอ้วนคนหนึ่ง
ชายวัยกลางคนผู้นี้ไว้เครา ชี้เหลียนอีที่อยู่บนพื้นด้วยสีหน้า
เหลืออด
“ข้าอุตส่าห์ถูกใจเจ้า นั่นถือเป็นการยกย่องเจ้าแล้ว นึกไม่ถึงว่า
เจ้าจะไม่รู้จักดีชั่ว วันนี้ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ต้องไปกับข้า ใครก็ช่วย
เจ้าไม่ได้”
“ข้าไม่ยอมไปกับท่านเด็ดขาด ข้าขายศิลปะมิได้ขายเรือนร่าง
นายท่านโปรดเคารพตนเองด้วย”
“จะเสแสร้งอะไรกัน เจ้าหน้าตาสะสวยเพียงนี้ หากขายศิลปะ
อย่างเดียวจะไม่น่าเสียดายหรอกหรือ เสียของเปล่าๆ รีบลุกขึ้นไป
กับข้า ข้าซื้อตัวเจ้าไปแล้ว”
ผู้คนที่มุงดูพากันชี้ชวนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่มีสักคนที่กล้ายื่น
มือเข้าช่วย เพียงแต่มองดูเรื่องสนุกเท่านั้น เซียวหนิงไม่รู้จักคนผู้นี้
แต่จากปฏิกิริยาของทุกคนก็พอจะเดาออกสองสามข้อ ชายผู้นี้ต้องมี
ฐานะอยู่บ้าง เพียงแต่ทำเรื่องเช่นนี้กลางวันแสกๆ ช่างน่าละอายใจ
นัก