ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 749 พักอาศัยในจวนมู่หรง
เช้าวันต่อมาเซียวอวี่ก็พาเซียวหนิงไปที่ตระกูลมู่หรง เมื่อรู้ว่า
พวกเขามา จูจิ่น มู่หรงฮูหยินจึงพามู่หรงเซียงหนานมาต้อนรับที่
หน้าประตูด้วยตนเอง เมื่อเห็นเซียวหนิงและเซียวอวี่มาถึง นางก็พา
บ่าวไพร่ในจวนแสดงความเคารพอย่างนบน้อมทันที “หม่อมฉัน
ถวายพระพรไท่จื่อและองค์หญิงเพคะ”
เซียวอวี่ก้าวเข้าไปข้างหน้าแล้วพยุงจูจิ่นให้ยืนขึ้น “มู่หรงฮูหยิน
ไม่ต้องมากพิธี ข้ากับพี่ใหญ่ต่างหากที่มารบกวนท่านแล้ว”
“ไท่จื่อกับองค์หญิงมาพักที่นี่ นับเป็นวาสนาของจวนมู่หรง
ไท่จื่อ องค์หญิง เชิญเพคะ”
จูจิ่นผายมือเชิญทั้งสองเข้าไปที่ห้องโถงใหญ่ สาวใช้ต่างยกน ้าชา
เข้ามาต้อนรับทันที
จูจิ่นลอบสังเกตเซียวอวี่และเซียวหนิงอยู่เงียบๆ เด็กสองคนนี้
ช่างคล้ายบิดามารดานัก องค์หญิงคล้ายเซียวเหยี่ยน เซียวอวี่คล้ายห
ลิงอวี้จื้อยิ่ง
หลังจากที่มาตั้งรกรากอยู่ที่เฉาโจว นางก็ไม่ได้จากเฉาโจวไป
ไหนอีกเลย นางกับหลิงอวี้จื้อและเซียวเหยี่ยนไม่ได้พบกันมาเกือบ
ยี่สิบปีแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก ยังจำตอนที่ร ่าสุราด้วยกันได้อยู่
แท้ๆ พริบตาเวลาก็ผ่านไปถึงยี่สิบกว่าปีแล้ว
มู่หรงเซียงหนานที่นั่งอยู่ด้านข้างเอาแต่เงียบไม่พูดจา จู่จิ่นกำลัง
เอ่ยถามไถ่พวกเขาอยู่ นางจึงถามต่ออีกว่า “ฮ่องเต้กับฮองเฮาทรง
สบายดีหรือไม่”
“เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ทรงสบายดี ก่อนหน้านี้มักจะได้ยินเสด็จ
แม่เอ่ยถึงมู่หรงฮูหยินอยู่บ่อยครั้ง ทราบดีว่าฮูหยินเป็นสหายสนิท
ของเสด็จแม่ เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้าสักที ในที่สุดวันนี้ก็ได้
พบแล้ว มารบกวนกะทันหันเช่นนี้เป็นเรื่องไม่สมควรยิ่ง แต่ข้ามี
เรื่องสำคัญต้องไปทำจึงไม่อาจดูแลพี่ใหญ่ได้ คงได้แต่ฝากพี่ใหญ่ไว้
ที่นี่ชั่วคราวก่อน หวังว่ามู่หรงฮูหยินจะช่วยดูแลนางสักหน่อย”
“ไท่จื่อพูดอันใดกัน องค์หญิงมาพักที่จวนมู่หรงนับเป็นเกียรติ
กับจวนมู่หรงแท้ๆ” จูจิ่นมีท่าทีอ่อนโยนยิ่ง ใบหน้าก็แต้มด้วย
รอยยิ้มอยู่เสมอ
เซียวหนิงที่ชมชอบเจรจาอยู่เสมอกลับไม่พูดแทรกอันใดเลย
นางกำลังลอบสังเกตมู่หรงเซียงหนาน เมื่อวานตอนที่เดินชนเขา เขา
รีบเดินหนีไปจึงไม่ทันสังเกตว่าเขามีหน้าตาเช่นไร ยามนี้ได้มามอง
ใกล้ๆ นางจึงได้เห็นชัดกับตาแล้ว
มู่หรงเซียงหนานนับเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง นัยน์ตาหงส์
องคาพยพทั้งห้าคมเข้ม จมูกเป็นสัน ผิวขาว เพียงแต่หน้าตาเย็นชา
มากไปสักหน่อย ตลอดเวลานางไม่เคยได้ยินเขาพูดเลยสักคำ หาก
ไม่รู้จักกันคงคิดว่าเขาเป็นใบ้แน่ๆ
เมื่อเห็นว่าเซียวหนิงเอาแต่ลอบมองมู่หรงเซียงหนาน เซียวอวี่ก็
แค่นเสียงแผ่วเบาขึ้นคราหนึ่งเป็นการเตือนสติเซียวหนิงว่าอย่าจ้อง
บุรุษอย่างเปิดเผยถึงเพียงนั้น อย่างน้อยนางก็เป็นถึงองค์หญิง
เซียวหนิงเห็นจูจิ่นมองมาที่ตนพอดี ยิ่งรู้สึกประหม่า เมื่อครู่นาง
คงมองอย่างเปิดเผยเกินไปใช่หรือไม่ นางจึงเผยรอยยิ้มเจิดจ้าให้กับ
จูจิ่น “ฮูหยิน ท่านกับเสด็จแม่รู้จักกันมานานแล้วหรือ”
“นานแล้ว ยี่สิบกว่าปีได้เพคะ”
“ตอนที่เสด็จแม่ยังเป็นเพียงสาวน้อย ท่านเป็นเช่นใดหรือ แล้ว
รู้จักกับเสด็จพ่อได้อย่างไร…” เซียวหนิงสนใจเรื่องในอดีตเหล่านี้
มาก แต่หลิงอวี้จื้อไม่ยอมบอกนาง ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบกับสหาย
เก่าของเสด็จแม่เมื่อตอนยังเป็นสาวน้อย นางไม่มีทางปล่อยโอกาส
ดีๆ เช่นนี้ให้หลุดไปได้แน่
เซียวอวี่คิดไม่ถึงว่าเซียวหนิงจะถามคำถามเหล่านี้ นางคิดว่าที่นี่
คือในวังหรืออย่างไร
เขาแค่นเสียงฮึเป็นการเตือนสติคราหนึ่ง “พี่ใหญ่ อย่าเสีย
มารยาท ที่นี่ไม่ใช่วังหลวง”
“หากองค์หญิงอยากทราบ ประเดี๋ยวอยู่กันสองคน หม่อมฉันจะ
เล่าให้ฟังเองเพคะ”
จู่จิ่นกลับชอบเซียวหนิงยิ่ง นางมีอุปนิสัยตรงไปตรงมา ดูแล้ว
คล้ายหลิงอวี้จื้อนัก โดยเฉพาะยามยิ้มยิ่งเหมือนหลิงอวี้จื้อ