ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 748 ความมั่นใจของเซียวอวี่
แม้เซียวอวี่จะไม่ค่อยยิ้มแย้ม แต่น้อยนักที่จะแสดงท่าทีเคร่งขรึม
กับเซียวหนิงเช่นนี้ เซียวหนิงรู้ว่าต้องมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นแล้วเป็น
แน่ จึงไม่ได้พูดล้อเล่นกับเซียวอวี่อีก นางถามต่อทันทีว่า “เกิดเรื่อง
อะไรขึ้นหรือ”
“ข้าตามหาโจรที่ปล้นเงินและเสบียงทางการไปได้แล้ว พวกมัน
เป็นซ่องโจรขนาดใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่นี้ แค่กำลังของทหารในเฉาโจว
เกรงว่าจะทลายรังโจรพวกมันไม่ได้ เราต้องขอกำลังทหารเข้ามา
เสริมก่อนเมื่อวานข้าออกไปสังหารรองหัวหน้าโจรของพวกมัน
เกรงว่าพวกมันจะกลับมาแก้แค้น ตอนนี้กองกำลังทหารเสริมยังมา
ไม่ถึง ที่นี่นับว่าอันตรายมาก ข้ากลัวจะดูแลท่านไม่ได้ ท่านพี่ ช่วงนี้
ท่านจะอยู่กับข้าไม่ได้ มิเช่นนั้นอาจมีอันตรายถึงชีวิต”
“อันตรายเพียงนี้ เจ้าต้องระวังตัวนะ”
เมื่อได้ยินว่าเซียวอวี่จะมีอันตราย เซียวหนิงก็รู้สึกห่วงเขาขึ้นมา
อย่างมาก
เซียวอวี่กลับมั่นใจยิ่ง เหมือนไม่เห็นกลุ่มโจรพวกนั้นอยู่ใน
สายตาด้วยซ ้า “ข้าดูแลตนเองได้ ข้าห่วงแค่ท่าน ท่านอย่ามาคอยฉุด
ขาข้าให้ลำบากก็พอแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปส่งท่านที่ตระกูลมู่หรง มู่
หรงฮูหยินเป็นสหายของเสด็จแม่ ย่อมต้องดูแลท่านอย่างดีแน่”
“ตระกูลมู่หรงที่เฉาโจวเป็นตระกูลเดียวกันกับตระกูลมู่หรงใน
รัชกาลก่อนใช่หรือไม่”
“ใช่พวกเขานั่นแหละ มู่หรงฮูหยินเป็นสหายสนิทของเสด็จแม่
เดิมคิดว่าเมื่อเสร็จงานแล้วจะพาท่านไปเยี่ยมมู่หรงฮูหยินด้วยซ ้า
ฝากท่านไว้ให้มู่หรงฮูหยินดูแลข้าก็สามารถวางใจได้ พรุ่งนี้ไปส่ง
ท่านจะถือโอกาสไปเยี่ยนมคารวะด้วยเสียเลย”
เซียวหนิงให้ชุนฉินเอาขนมที่ซื้อไว้ออกมา นางเอาขนมยัดใส่มือ
เซียวอวี่ “ข้าซื้อมาให้เจ้า อาอวี่ รับปากข้าว่าเจ้าจะต้องกลับมารับข้า
อย่างปลอดภัย ข้าจะรอเจ้าที่ตระกูลมู่หรง”
“โถ่ ท่านพี่ แค่โจรไม่กี่คน หากข้าจัดการไม่ได้ ต่อไปจะบริหาร
บ้านเมืองได้อย่างไร” เซียวอวี่แม้อายุยังน้อย แต่ท่าทีน่าเกรงขามดู
บารมียิ่ง ความดุดันของเขามีมากกว่าเซียวเหยี่ยนผู้เป็นบิดาเสียอีก
“อย่าได้ดูเบาศัตรูไป” เซียวหนิงรู้ว่าเซียวอวี่วรยุทธ์สูงส่ง แต่ก็
กลัวว่าเขาจะมั่นใจเกินไปจนประมาทศัตรู จึงเอ่ยเตือน
“ข้ารู้ว่าต้องทำเช่นไร ข้าไม่ใช่พวกมีแค่เพียงบรรดาศักดิ์แต่ไร้
ความคิด โจรกลุ่มนี้กล้าปล้นชิงของราชสำนัก มันย่อมต้องมี
ความสามารถไม่ธรรมดา ข้าจะต้องเอาเงินและเสบียงกลับคืนมาให้
ได้”
เซียวหนิงเห็นเซียวอวี่เอ่ยเช่นนี้ก็ไม่พูดอะไรมากอีก ต้องไปอยู่
ตระกูลมู่หรง เช่นนั้นนางก็จะได้พบกับชายประหลาดที่เดินชนนาง
วันนี้ใช่หรือไม่
เซียวหนิงรู้สึกสนใจในตัวชายผู้นั้นไม่น้อย จึงเอ่ยถามต่อว่า
“อาอวี่ บุตรชายของมู่หรงฮูหยินเป็นคนไม่ใคร่ชอบพูดจาใช่
หรือไม่”
“ท่านหมายถึงมู่หรงเซียงหนานบุตรชายคนเดียวของมู่หรงฮู
หยินหรือ เขาเคยได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เยาว์วัยทำให้เสียหูไปหนึ่งข้าง
เป็นคนไม่ค่อยพูดจาจริงๆ ท่านคงไม่ได้ชอบเขาหรอกนะ”
“เจ้าพูดเหลวไหลอันใด ข้าแค่ถามไปอย่างนั้นเอง”
เซียวหนิงนึกถึงตอนที่นางพบกับมู่หรงเซียงหนาน ผมที่ร่วงตก
ลงมาปิดที่ใบหูของเขาทำให้นางไม่ได้สังเกตจุดนั้น ได้รับบาดเจ็บ
จากอะไรกันแน่ถึงทำให้เด็กผู้หนึ่งต้องเสียหูไปถึงข้างหนึ่ง เรื่องที่
เขาไม่ชอบพูดจาจะเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบเมื่อตอนเยาว์วัยหรือไม่ ยิ่ง
คิดเซียวหนิงก็ยิ่งรู้สึกสนใจในเรื่องราวของมู่หรงเซียงหนาน
“ท่านพี่ คิดอะไรอยู่ รีบกลับห้องเถิด ข้ายังต้องไปปรึกษาเรื่องจับ
พวกโจรกับใต้เท้าจังอีก”
“อย่านอนดึกเล่า และต้องกินขนมที่ข้าซื้อมาให้หมดด้วย”
เซียวหนิงเอ่ยกำชับแล้วเดินออกจากห้องเซียวอวี่ ก่อนหน้านี้นางไม่
เคยได้ยินหลิงอวี้จื้อพูดถึงสหายเก่าที่อยู่ในเฉาโจวเลย หรือหลิ
งอวี้จื้อก็เป็นคนไร้ไมตรีคนหนึ่งเช่นกัน
เมื่อนึกถึงมู่หรงเซียงหนานที่บังเอิญพบกันวันนี้ นางก็รู้สึกเฝ้ารอ
ที่จะได้ไปที่ตระกูลมู่หรงขึ้นมา คล้ายว่ามู่หรงเซียงหนานมี
บางอย่างที่แสนพิเศษที่สามารถดึงดูดนางเอาไว้ได้