ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 750 มู่หร่งเซียงหนานผู้แปลกประหลาด
นางเป็นองค์หญิงเพียงพระองค์เดียวของแผ่นดิน ความโปรด
ปรานที่ได้รับนั้นไม่ต้องคิดก็ทราบได้ แต่กลับไม่ได้ถูกเอาใจจนเสีย
นิสัย หลิงอวี้จื้อช่างรู้วิธีอบรมบุตรดีนัก ไม่ได้เลี้ยงอย่างเอาใจจน
กลายเป็นองค์หญิงผู้เหย่อหยิ่งชอบวางอำนาจ แต่แววตากลับ
กระจ่างใส ดูน่ารักมีชีวิตชีวายิ่ง
“ดียิ่ง”
เซียวอวี่รู้จักเซียวหนิงดี ถึงจะเตือนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาเองยังมี
ภารกิจที่ต้องทำ ไม่อาจอยู่ที่จวนมู่หรงได้นานจึงพูดเพียงไม่กี่
ประโยคก็จากไป เซียวหนิงไปส่งเขาถึงหน้าประตู เซียวอวี่จึงเอ่ย
เตือนว่า “พี่ใหญ่ ที่นี่คือจวนมู่หรง ท่านอย่าลืมฐานะของตนเองเล่า”
“อาอวี่ เจ้าเป็นพี่สาวหรือข้าเป็นพี่สาวกันแน่ เจ้าถึงกับมาสอนข้า
แล้วหรือ”
“เสด็จแม่มีคำสั่งว่า หากออกจากวัง ท่านต้องเชื่อฟังข้า นอกจาก
อายุที่มากกว่าข้าแล้ว พี่สาวอย่างท่านมีอันใดเก่งกาจกว่าข้าบ้าง”
เซียวอวี่ทำสีหน้ารังเกียจให้เซียวหนิง
“เหตุใดข้าถึงมีน้องชายน่ารำคาญเช่นเจ้าได้ รีบไปเดี๋ยวนี้เลย ยัง
ดีที่ข้าอายุมากกว่า มิเช่นนั้นเจ้าคงปีนขึ้นศีรษะข้าแล้ว รีบไปสะสาร
ภารกิจของเจ้าเสีย และต้องกลับมาอย่างปลอดภัยด้วย ไม่ต้องห่วง
ข้าหรอก”
เซียวอวี่กลั้นยิ้มไว้แต่ก็มิได้โต้เถียงกับเซียวหนิงอีก เขากระโดด
ขึ้นม้า แล้วควบม้าออกไปจากจวนมู่หรงอย่างรวดเร็ว
กระทั่งไม่เห็นแม้แต่เงาของเซียวอวี่แล้ว เซียวหนิงจึงกลับเข้าไป
ในจวนมู่หรง เมื่อเดินเข้าไปก็พบเข้ากับมู่หรงเซียงหนาน
“คุณชายมู่หรง”
เซียวหนิงเรียกให้มู่หรงเซียงหนานหยุด
มู่หรงเซียงหนานหยุดฝีเท้า แต่ยังคงไม่พูดจา
“องค์หญิงอย่างข้าน่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ ตั้งแต่ข้ามาถึงที่นี่
ท่านไม่พูดกับข้าเลย ข้ามาเป็นแขก อย่างน้อยท่านก็น่าจะพูดจา
ต้อนรับสักหน่อย”
เซียวหนิงยิ้มตาหยี นางไม่เชื่อว่ามู่หรงเซียงหนานจะไม่พูดเลย
นางอยากรู้จริงๆ ว่าประโยคแรกที่เขาจะพูดคืออะไร
มู่หรงเซียงหนานพยักหน้าให้เซียวหนิง แล้วเตรียมเดินจากไป
เซียวหนิงไหนเลยจะยอมปล่อยเขาไปโดยง่าย นางขวางเขาไว้อีก
“พยักหน้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้าชื่อเซียวหนิง ท่านไม่
แนะนำตัวกับข้าผู้เป็นองค์หญิงหน่อยหรือ”
มู่หรงเซียงหนานเดินตรงไปเช่นเดิมโดยไม่สนใจเซียวหนิง
เซียวหนิงยังยืนอยู่ที่เดิม นางรู้สึกโมโหเล็กน้อย นี่มันเรื่องราวใด
กัน ทำไมมู่หรงเซียงหนานถึงไม่ยอมพูดอะไรเลย
ภาพเมื่อครู่จูจิ่นเห็นในสายตาทั้งหมด นางจึงเดินมาหาเซียวหนิง
แล้วเอ่ยขอโทษไปว่า “โปรดทรงอภัยด้วย เซียงหนานเป็นคนพูด
น้อย แม้แต่กับหม่อมฉัน หนึ่งปีพูดด้วยเพียงไม่กี่ประโยค อย่าว่าแต่
กับองค์หญิงเลยเพคะ”
“เขาเป็นเช่นนี้เสมอมางั้นหรือ”
ในแววตาของจูจิ่นมีความรู้สึกผิดและห่วงใยอยู่อย่างชัดเจน
“เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ห้าขวบแล้ว ตอนเด็กๆ เขาเป็นเด็กน่ารักและร่า
เริงมาก แต่เพราะหม่อมฉันผู้เป็นแม่ไม่สามารถปกป้องเขาเอาไว้
ได้”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”
จูจิ่นมองไปยังที่แสนไกล “มันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถิด เรื่องที่
เซียงหนานไม่อยากจะไปนึกถึงเหล่านั้น หม่อมฉันเองก็ไม่อยากพูด
ถึงมันอีก องค์หญิงอย่าได้ถือสาเขาเลยเพคะ เขาไม่ได้มีเจตนาไม่
เคารพพระองค์เลย”
“ข้ารู้ ข้าก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น หลายปีมานี้ฮูหยินคงได้รับความทุกข์
ไม่น้อย ใช่แล้ว ฮูหยิน ท่านช่วยเล่าเรื่องของเสด็จพ่อกับเสด็จแม่
สมัยหนุ่มสาวให้ข้าฟังหน่อยเถิด พวกเขาชอบทำเป็นความลับ ไม่
ยอมบอกข้าสักนิด”
เรื่องในอดีตผุดขึ้นมาตรงหน้าจูจิ่นมากมาย เมื่อนึกแล้วก็ยิ้ม
ออกมา ตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ นางคิดว่าตนเองลืมไป
แล้ว ไม่นึกว่าจะจำได้ชัดเจนแจ่มแจ้งเพียงนี้
“ได้เพคะ เชิญองค์หญิงไปที่เรือนหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันจะเล่า
ให้ฟังเพคะ”
เซียวหนิงพยักหน้าโดยแรงแล้วตามจูจิ่นไปที่เรือนนาง จูจิ่น
ค่อยๆ เรื่องในอดีตให้เซียวหนิงฟัง นางก็ฟังอย่างตั้งใจ บางคราก็
หัวเราะออกมาเสียงดัง ที่แท้เรื่องราวของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของ
นางช่างสนุกและน่าสนใจถึงเพีย