ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 720 บังเกิดข้อพิพาทอีกครั้ง
ตอนที่ 720 บังเกิดข้อพิพาทอีกครั้ง
เมื่อเขากล่าวจบ หลิงอวี้จื้อก็มองเห็นสายตาอันลึกซึ้งจากเขาที่
กำลังทอดมองมายังตนเอง นางจึงไอขัดขึ้นเล็กน้อย
“เอ่อ…ฝ่าบาท ข้าจะทำอย่างไรต่อๆ ไปดี? มั่วชิง ยังอยู่ในมือ
ของไทเฮานะสิ”
“ข้าจะไปช่วยนางออกมา”
“จริงหรือเพคะ?”
หลิงอวี้จื้อตาลุกวาว
“เช่นนั้นหม่อมฉันก็ต้องขอบพระทัยฝ่าบาทแทนมั่วชิงด้วย”
“เจ้าเพียงแค่รับปากข้าก็พอ อวี้จื้อ หากว่าเจ้ากล้าคืนคำละก็ นอก
เสียจากว่าข้าตาย มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเซียวเหยี่ยนทุก
คน”
วูบหนึ่งที่นางมองเห็นนัยน์ตาของเฉินมั่วฉือสว่างวาบขึ้นอย่าง
น่ากลัว แววตาเช่นนี้เองที่ทำให้หลิงอวี้จื้อหวาดหวั่นใจยิ่งนัก แต่ว่า
นางกลัมิได้เกรงกลัวเฉินมั่วฉือแต่อย่างใด เพราะหากว่าเซียวเยี่ยน
พ่ายแพ้ขึ้นมาจริง เช่นนั้นเขาก็ยากที่จะรอดพ้นจากความตายไปได้
ถึงตอนนั้นนางก็ยอมตายพร้อมกันกับเขา
ทว่า คำพูดเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้เฉินมั่วฉือรับรู้ หลิงอวี้จื้อจึง
เงียบปากลงไม่พูดไม่จาเสียเลย
“เจ้ารีบพักผ่อนเสียเถอะ ที่นี่จะไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้า”
หลิงอวี้จื้อพยักหน้ารับ หลังจากที่เฉินมั่วฉือกลับออกไปจาก
ห้อง หลิงอวี้จื้อก็นอนไม่หลับ นางนั่งจุมปุกอยู่บนเตียง ที่นี่ไม่
ปลอดภัยก็จริง แต่เมื่อมีเฉินมั่วฉืออยู่ นางกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย
สักนิดว่ามู่หรงกวานเย่ว์จะมาทำร้ายอะไรนางได้
บัดนี้เขามิใช่เฉินมั่วฉือเฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่กลับเป็นเฉิน
มั่วฉือที่ต้องการหลุดพ้นจากการควบคุมบงการจากผู้ใหญ่ต่างหาก
ซึ่งมู่หรงกวานเย่ว์ไม่เคยเข้าใจในจุดนี้เลย
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เฉินมั่วฉือกำลังร่วมวงหารือในเรื่องยุทธวิธี
ในการทำสงครามกับแม่บรรดาทัพทั้งหลายอยู่นั้น จู่ๆ มู่หรงกวาน
เย่ว์ก็เข้ามา เมื่อเห็นมู่หรงกวานเย่ว์เข้ามา ทุกคนต่างก็พากันทำความ
เคารพทันที
มู่หรงกวานเย่ว์เดินเข้าไปหาเฉินมั่วฉือ ซึ่งเฉินโมฉื่อก็ยังแสดง
ท่าทางห่างเหินเช่นเดิม
“เสด็จแม่เสด็จมาที่นี่แต่เช้าตรู่เช่นนี้ ทรงมีเรื่องสำคัญอะไรหรือ
พ่ะย่ะค่ะ?”
“พวกเจ้าว่าต่อไป ข้าอยากจะฟังแผนการของแม่ทัพหลินดูเสีย
หน่อย”
แม่ทัพหลินที่อยู่ ณ ที่นั้นเหลือบมองไปยังเฉินมั่วฉือเล็กน้อย
พลันเขาสีหน้าของเขาก็แลดูอึดอัดขึ้นมาในทันใด จะพูดก็ไม่ดี จะ
ไม่พูดอะไรเลยรึก็ไม่ได้ ในท้ายที่สุดบรรยากาศความสัมพันธ์
ระหว่างเฉินมั่วฉือและมู่หรงกวานเย่ว์ช่างลุ่มลึกยิ่งนัก ซึ่งในจุดนี้
บรรดาขุนนางสำคัญในราชสำนักต่างก็มองออก
“เสด็จแม่ นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกครองบ้านเมือง เสด็จ
แม่มิบังควรก้าวก่าย เชิญเสด็จกลับไปก่อนจะดีกว่าเรื่องพวกนี้
หม่อมฉันจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเอง”
เฉินมั่วฉือตอบปฏิเสธอย่างเย็นชา กล่าวจบก็ยังสั่งการอีกว่า
“ท่านอาจื่ออี ท่านช่วยส่งเสด็จแม่กลับไปพักผ่อนด้วย เดี๋ยวนี้”
“ฮ่องเต้ แม้แต่ฟังข้ายังฟังด้วยมิได้อย่างนั้นหรือ?”
มู่หรงกวานเย่ว์นึกไม่ถึงเลยว่าเฉินมั่วฉือจะขับไล่ตนเองได้ สี
หน้าของพระนางสับสนยิ่งนัก ทั้งผิดหวัง ทั้งคาดไม่ถึง และเจือ
เอาไว้ด้วยความอ่อนล้า นางไม่อยากที่จะโต้เถียงกับเฉินมั่วฉือ แต่
บัดนี้เฉินมั่วฉือมีท่าทีห่างเหินกับนางถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ขอ
ความคิดเห็นจากนางอีกต่อไปเท่านั้น ยังปฏิเสธการที่นางเป็นฝ่าย
เอ่ยปากช่วยเหลืออีกด้วย
“วังหลังไม่ควรก้าวก่ายเรื่องราชกิจ ขอเสด็จแม่ทรงปฏิบัติเป็น
แบบอย่างต่อสนมกำนัลทั้งหลายแห่งวังหลังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรงกวานเย่ว์มิได้กล่าวอะไร ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเย็น
ยะเยือกถึงขีดสุด ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นั้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ทั้งห้อง
เงียบงันได้ยินเพียงแค่เสียงลมหายใจเท่านั้น
เฉินมั่วฉือเองก็ไม่ลดราวาศอดเลยสักนิด ยังดีที่แม่ทัพหลินเอ่ย
ขึ้นมาทำเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่แสนตึงเครียดว่า
“ฝ่าบาท หารือจนเกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว หม่อมฉันจะรีบไป
จัดการ หม่อมฉันทูลลา”
เมื่อแม่ทัพหลินริเริ่ม คนอื่นจึงค่อยว่าตามกัน ทุกคนถอยออกไป
จากห้องหนังสือของเฉินมั่วฉือ ทั้งยังปิดประตูลงกลอน เรียบร้อย
ด้านในห้องจึงหลงเหลือเพียงเฉินมั่วฉือและมู่หรงกวานเย่ว์เท่านั้น
“มั่วฉือ ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ หรือเจ้าคิดว่าข้าจะมีใจคิดร้ายต่อ
เจ้าได้?”
เฉินมั่วฉือยิ้มเยาะ
“ท่านตาก็เป็นท่านพ่อของเสด็จแม่ แต่เสด็จแม่ก็ยังให้ร้ายท่าน
จนตายมิใช่หรือ? เสด็จแม่ทรงลงมือเ**้้ยมโหดกับญาติพี่น้องของ
ตนเองเพียงนี้ พระองค์ทรงทำเพื่อหม่อมฉันตรงไหนกัน เสด็จแม่
ทรงทำเพื่อตัวเองทั้งสิ้น หม่อมฉันไม่อยากเป็นหุ่นเชิดของเสด็จ
แม่”
“เจ้า…”
คำพูดของเฉินมั่วฉือทำให้มู่หรงกวานเย่ว์โกรธเคืองอย่างที่สุด
“คำพูดเหล่านี้หลิงอวี้จื้อเป็นคนบอกกับเจ้าสินะ”