ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 701 ฝ่าบาทคงไม่ซาบซึ้งกับการกระทำของท่าน
ตอนที่ 701 ฝ่าบาทคงไม่ซาบซึ้งกับการกระทำของท่าน
มู่หรงกวานเย่ว์นั่งอยู่หัวโต๊ะ สวมชุดสุภาพสีม่วง ถึงแม้ว่าไม่ได้
ดูหรูหราสูงส่งเท่ากับในวัง แต่ก็ยังดูสูงศักดิ์น่าเคารพกว่าใคร
เช่นเดิม เมื่อเห็นหลิงอวี้จื้อมา นางก็ยกปากยิ้ม
“เราไม่รู้ว่าควรจะเรียกเจ้าอย่างไรแล้ว ควรจะเรียกว่าพระชายา
หยวนเฟยหรือพระชายาเซียวอ๋อง”
“ท่านเรียกข้าว่าอวี้จื้อก็พอ ทั้งสองคำเรียกนั้นอันที่จริงท่านไม่ได้
อยากจะเรียกเลยสักชื่อ มิจำเป็นต้องฝืนตนเอง เซียงหนานล่ะ”
“ไม่ต้องรีบร้อน นั่งลงทานอะไรก่อนเถิด”
มู่หรงกวานเย่ว์ยกซุปขึ้นมาชามหนึ่ง คนช้อนอย่างผู้ดี พูดชวน
กิน
“ก่อนมาข้าทานเรียบร้อยแล้ว ท้องยังอิ่มอยู่ ทานไม่ลงแล้ว ที่จริง
ข้านับถือไทเฮามาก ท่านโหดเ**้้ยมอำมหิตจริง ๆ เพื่อจะบังคับ
ให้ข้ามาปรากฏตัวต่อหน้า ถึงกับใช้เซียงหนานเป็นเป้าล่อ
หลานชายของท่านแท้ ๆ ไม่กลัวว่าบิดาของท่านจะไม่ยกโทษให้
ตลอดชาตินี้หรือ”
มู่หรงกวานเย่ว์ดื่มซุปไปหนึ่งคำ ถึงพูดต่อ
“เขาไม่ยกโทษให้แล้วเกี่ยวอะไรกัน ตั้งแต่เราเข้าวังไปแล้ว เราก็
มิใช่ลูกสาวของเขาแล้ว”
“ข้ากลัวก็แต่ว่าฝ่าบาทคงไม่ซาบซึ้งกับการกระทำของท่าน”
“แม่ลูกหัวใจเชื่อมถึงกัน ต้องมีสักวัน เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราทำ
เพื่อเขา”
หลิงอวี้จื้อพูดประชด
“ท่านกับไต้เท้ามู่หรงก็มีความสัมพันธ์พ่อลูกหัวใจเชื่อมถึงกัน
ท่านก็ไม่เห็นจะเข้าใจบิดาของตนเอง มิเช่นนั้นคงไม่ลงมือกับ
หลานชายของเขาทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าหลานชายคนนี้เป็นชีวิตจิตใจของเขา
ทำเช่นนี้มิใช่จะเอาชีวิตของบิดาท่านไปหรอกหรือ ท่านทำเรื่อง
เหล่านี้ลับหลังฝ่าบาท ท่านไม่เห็นฝ่าบาทอยู่ในสายตาแม้แต่นิด
เดียว”
“เจ้าเป็นใคร มิใช่กงการอะไรของเจ้าต้องมาสั่งสอนข้า”
มู่หรงกวานเย่ว์แววตาเย็นชาทันที คนอื่นเห็นแววตาเช่นนี้ต่าง
กลัวหัวหด แต่หลิงอวี้จื้อกลับไม่กลัว มองปะทะสายตากับมู่หรงก
วานเย่ว์ตรง ๆ
นางกับมู่หรงกวานเย่ว์นับว่าเป็นคนเคยคุ้น ความสัมพันธ์
ระหว่างสองคนนี้ซับซ้อนจนไม่สามารถใช้ประโยคเพียงประโยค
เดียวมาสาธยายได้ มู่หรงกวานเย่ว์ก็มิใช่คนที่สูญเสียความรู้สึกผิด
ชอบชั่วดี เลวร้ายสุดขีดเช่นนั้น
ผู้หญิงคนนี้มีความซับซ้อนมาก ซับซ้อนกว่าเจียงสือ บางเรื่องที่
นางทำก็น่าโมโห เช่นเรื่องที่นางทำกับมู่หรงเซียงหนาน อย่างไร
ผู้หญิงคนนี้ก็ใจโหดจริง
“เราไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระกันแล้ว ข้าก็มาแล้ว ท่านรีบส่งเซียง
หนานกลับไปเถิด”
“เจ้าเป็นห่วงเซียงหนานจริงหรือ”
“เขาเป็นลูกคนเดียวของนี่อวิ๋น ในฐานะพี่สาวแท้ ๆ ของนี่อวิ๋น
ท่านลงมือทำเช่นนี้กับลูกของเขา ท่านสู้หน้านี่อวิ๋นได้หรือ”
“เราต้องสู้หน้าราชวงศ์เว่ยตะวันตกให้ได้มากกว่า”
หลิงอวี้จื้อยังมองมู่หรงกวานเย่ว์อยู่เช่นเดิม
“ท่านทำเช่นนี้เพื่อราชวงศ์เว่ยตะวันตก ท่านทำเช่นนี้เพื่อฝ่าบาท
ท่านอยากช่วยฝ่าบาทปกป้องชาติบ้านเมือง เพียงแต่น่าเสียดายที่
บางครั้งผลที่ได้กลับตรงกันข้าม ท่านคิดจะทำเช่นนี้ แต่สวรรค์ก็ไม่
เป็นใจให้ท่านเสียอย่าง จิตใจคนควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ฝ่าบาทต้องการ
กับสิ่งที่ไทเฮาต้องการไม่เหมือนกันเลย”
“เขาเพียงแต่ถูกเจ้าปั่นหัวเท่านั้น”
หลิงอวี้จื้อขี้เกียจจะคุยเรื่องเหล่านี้กับมู่หรงกวานเย่ว์ ตอนนี้เธอ
คิดถึงแต่เซียงหนาน จากนั้นพูดว่า
“ข้าอยากเจอเซียงหนาน”
มู่หรงกวานเย่ว์พยักหน้าให้จื่ออี เป็นสัญญาณให้จื่ออีพาหลิ
งอวี้จื้อไปพบมู่หรงเซียงหนาน จื่ออีทำท่าเชิญหลิงอวี้จื้อ แล้วเดิน
นำทางข้างหน้า
หลิงอวี้จื้อไม่รู้ว่าตอนนี้เซียงหนานเป็นอย่างไรบ้าง เดินตามจื่ออี
ไป เมื่อจื่ออีผลักประตูเปิดออกแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ไม่ได้พบเซียง
หนานทันที สุดท้ายก็พบเซียงหนานอยู่ที่มุมห้อง เด็กน้อยที่เคยยิ้ม
แย้มแจ่มใส ตอนนี้ขดตัวอยู่มุมผนัง มุดหัวอยู่ในเข่า หากไม่สังเกต
ก็มองไม่เห็นเขาเลย
เห็นเซียงหนานกลายเป็นเช่นนี้ หลิงอวี้จื้อก็ปวดใจ เธอรีบเดิน
เข้าไปหามู่หรงเซียงหนาน นั่งยองลง เรียกเบา ๆ ว่า