ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 697 เซียงหนานผู้ไม่พูดอีกต่อไป
ภายในคฤหาสถ์เรียบ ๆ ที่ฮุ่ยโจว มู่หรงกวานเย่ว์สวมชุดสุภาพ
ยืนอยู่ข้างหน้าหน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิด
เงียบอยู่นาน
ออกจากเมืองหลวงคราวนี้ นางไม่ได้บอกใคร จากมาอย่างเงียบ
ๆ
หากบอกเฉินมั่วฉือ เขาต้องห้ามนางแน่นอน เพราะเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับหลิงอวี้จื้อ นางรู้ว่าเฉินมั่วฉือทำเองไม่ไหว ด้วยเหตุนี้
จึงลงมือเอง และไม่ได้คิดจะให้เฉินมั่วฉือรู้
“ไทเฮาเพคะ ข้างนอกลมแรง ปิดหน้าต่างนะเพคะ!”
เห็นมู่หรงกวานเย่ว์เปิดหน้าต่างไว้ตลอด จื่ออีก็เข้าไปหาอย่าง
นอบน้อม และอดไม่ได้ที่จะเตือนสักคำ
อากาศเดือนห้า กลางวันอบอุ่นมาก แต่กลางคืนกลับค่อนข้าง
หนาว มู่หรงหวานเย่ว์ยังคงไม่ปิดหน้าต่าง ปล่อยให้ลมหนาวเย็น
ปะทะหน้า ถามว่า
“เซียงหนานเป็นอย่างไรบ้าง”
จื่ออีลังเลสักครู่ถึงตอบว่า
“คุณชายน้อยยังไม่พูดจาเช่นเดิม และไม่ทานอะไรด้วย วันนี้ทั้ง
วันทานเพียงหมั่นโถวลูกเดียวเพคะ”
“เราจะไปดูเขาหน่อย”
มู่หรงกวานเย่ว์ถอนหายใจเบา ๆ ยื่นมือออกไปปิดหน้าต่าง เดิน
ผ่านระเบียงทางเดินยาว ๆ ไปอีกห้องหนึ่ง
ประตูห้องมีทหารยามเฝ้าอยู่สองคน เห็นมู่หรงกวานเย่ว์มา ก็พา
กันคารวะ
“ไทเฮา”
คนเหล่านี้เป็นทหารยามคนสนิทของมู่หรงกวานเย่ว์ นางจัด
ทหารยามไว้ทั่วฮุ่ยโจวอย่างหนาแน่น ขอเพียงหลิงอวี้จื้อย่างกราย
เข้ามาในฮุ่ยโจว ก็ไม่มีทางออกไปจากฮุ่ยโจวได้ ทหารรักษาการณ์ที่
ฮุ่ยโจวก็เป็นคนของมู่หรงกวานเย่ว์ นางเลือกมาเองกับมือ ดังนั้น
นางจึงเลือกสถานที่นัดพบเป็นฮุ่ยโจว
หลายปีมานี้มู่หรงกวานเย่ว์มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหาร
บ้านเมืองมาตลอด มีขุนนางข้าราชบริพารมากมายที่ภักดีต่อนาง
ทหารรักษาการณ์ที่ฮุ่ยโจวก็ซื่อสัตย์ภักดีต่อนาง สิ่งที่นางต้องการ
คือไม่ให้หลิงอวี้จื้อหนีรอดไปได้
มู่หรงกวานเย่ว์พยักหน้าแล้วเข้าไปในห้อง ในห้องจุดตะเกียง
น ้ามันอยู่ เด็กน้อยคนหนึ่งขดตัวอบู่บนเตียง กอดเข่าขดตัวเป็นก้อน
หูข้างซ้ายของเขาพันผ้าพันแผลสีขาวเอาไว้ เทียบกับเมื่อก่อน เขา
ผอมลงมาก ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีชีวิตชีวา มีแต่ความหวาดกลัว
“เซียงหนาน เหตุใดเจ้าไม่กินอะไรอีกแล้ว”
มู่หรงกวายเย่ว์เข้าไปหา น ้าเสียงอ่อนโยนมาก นางรู้ว่านางทำผิด
ต่อเด็กคนนี้ แต่นางก็ต้องแข็งใจทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นางต้อง
ยอมทิ้งเด็กคนนี้ หากเขายังมีชีวิตต่อไปได้ นั่นก็คือบุญของเขา
ได้ยินเสียงมู่หรงกวานเย่ว์ มู่หรงเซียงหนานก็ยิ่งหวาดกลัว สั่น
สะท้านไปทั้งตัว เขาไม่เข้าใจว่าป้าที่เคยรักและเมตตาต่อเขา
กลายเป็นคนน่ากลัวขนาดนี้ได้อย่างไร
มู่หรงกวานเย่ว์นั่งข้างเตียง ยื่นมือออกไปลูบหัวมู่หรงเซียง
หนาน เห็นร่างกายของมู่หรงเซียงหนานสั่นรุนแรงขนาดนั้น นางก็
เก็บมือกลับไป
“กินอะไรหน่อยเถิด”
มู่หรงเซียงหนานยังคงไม่พูดจาเช่นเดิม ตั้งแต่มู่หรงกวานเย่ว์ส่ง
คนมาตัดหูเขาแล้ว มู่หรงเซียงหนานก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ขดตัวอยู่
บนเตียงทุกวัน กลัวคนมาก หากไม่หิวสุดขีด เขาก็ไม่ยอมกินอะไร
เลย
มู่หรงเซียงหนานเมื่อก่อนสดใสน่ารัก ใคร ๆ ก็ชอบดวงตากลม
โตสีดำคู่นั้น มู่หรงเซียงหนานในตอนนี้หาความสดใสอย่าง
เมื่อก่อนไม่ได้แล้ว มีแต่เพียงความระแวงและหวาดกลัว แม้แต่จะ
พูดก็พูดไม่ได้แล้ว
จื่ออีที่อยู่ข้างหลังมู่หรงกวานเย่ว์ก็นับว่าเห็นมู่หรงเซียงหนานมา
ตั้งแต่เล็กจนบัดนี้ เห็นมู่หรงเซียงหนานกลายเป็นเช่นนี้ ในใจของ
นางก็เศร้า นางรู้สึกว่าทำเช่นนี้โหดร้ายเกินไปสำหรับเด็ก เมื่อก่อน
ทุกคนต่างโอบอุ้มเซียงหนานไว้ในมืออย่างรักใคร่เอ็นดู ตอนนี้ร่วง
หล่นลงบนพื้นดินเช่นนี้
“เซียงหนาน พรุ่งนี้พาเจ้าไปเล่นว่าวที่ลานบ้านดีหรือไม่”
มู่หรงกวานเย่ว์เริ่มใจอ่อน นางปล่อยวางเซียงหนานไม่ลง
ต้องการเพียงจะชดเชยสักเล็กน้อย
“แม่ ข้าต้องการแม่…”
ในที่สุดมู่หรงเซียงหนานก็เอ่ยปาก หยดน ้าตาไหลร่วงลงมา
ร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน