ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 693 อย่าหาว่าข้าใจดำ
หลังจากจูจิ่นไปหาเฉินมั่วฉือแล้ว เฉินมั่วฉือก็ใช้เวลาว่างไปที่วัง
ฉางเล่อกง ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ส่งหลิงอวี้จื้อออกไป เฉินมั่วฉือก็ไม่
ได้มาวังฉางเล่อกงอีก คราวนี้จู่ ๆ มาวังฉางเล่อกง ท่าทางก็ดูเย็นชา
มาก
ทำความเคารพเรียบร้อยแล้ว เฉินมั่วฉือก็นั่งลงบนเก้าอี้ถัดลงไป
จากมู่หรงกวานเย่ว์ พูดเปิดอย่างตรงไปตรงมา
“เสด็จแม่ ลูกอยากพาเซียงหนานไป”
“ฝ่าบาททรงยุ่งเรื่องการบ้านการเมือง จะมีเวลาดูแลเซียงหนาน
ได้อย่างไร อย่างไรแม่ก็ว่างไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว จึงพาเซียงหนาน
มาดูแลพอดี ฝ่าบาทก็มิไว้ใจแม่หรือ”
มู่หรงกวานเย่ว์ยังโกรธเฉินมั่วฉืออยู่ ดังนั้นน ้าเสียงจึงไม่มีความ
อบอุ่น
“เซียงหนานมีแม่แท้ ๆ เหตุใดจะต้องเอามาไว้ในวังฉางเล่อกง
เสด็จแม่ว่างถึงขนาดอยากเลี้ยงดูเด็กจริงหรือ”
มู่หรงกวานเย่ว์เหลือบตาขึ้น
“นางในวังหลังยังไม่มีลูกหลาน แม่ก็ได้แต่ดูแลเซียงหนาน มั่ว
ฉือ แม้แต่เรื่องนี้เจ้าก็ต้องยุ่งด้วยหรือ แม่เป็นแม่แท้ ๆ ของเจ้า หรือ
ว่าในวังนี้แม่ทำอะไรไม่ได้แล้ว เอาเด็กมาคนนึงฝ่าบาทถึงกับต้อง
มาถามด้วยพระองค์เองเชียวหรือ”
“ลูกผิดเอง ต่อไปลูกจะคิดถึงเรื่องวังหลังให้มากกว่านี้ เสด็จแม่
ไม่ต้องกังวล เสด็จแม่จะได้มีความสุขกับครอบครัวที่ลูกหลาน
รวมตัวกันทั่วหน้าแน่นอน
เซียงหนานอยู่ในวังนาน ท่านตากับน้าสะใภ้ต่างก็ต้องคิดถึง
พรุ่งนี้ลูกจะให้คนพาเซียงหนานกลับไปจวนมู่หรง หากเสด็จแม่
คิดถึงเซียงหนาน อีกสักพักก็ค่อยพาเขามาอยู่ใหม่ได้”
“อีกสักพักแม่จะส่งเซียงหนานกลับจวนมู่หรง หลายวันมานี้แม่
มักจะมีอาการแน่นหน้าอก มีเซียงหนานอยู่ข้าง ๆ ชีวิตก็สบายยิ่งขึ้น
เซียงหนานเด็กคนนี้น่ารักน่าชังใคร ๆ ก็ชอบ คล้ายฝ่าบาทตอนเด็ก
ๆ มาก แม่อยากให้เซียงหนานอยู่นานกว่านี้อีกสักพัก เขาเป็น
หลานชายแท้ ๆ ของแม่ แม่จะต้องดูแลเขาอย่างดีแน่นอน”
มู่หรงกวานเย่ว์ปฏิบัติต่อมู่หรงเซียงหนานอย่างไร เฉินมั่วฉือก็รู้
ดี หลายวันมานี้มู่หรงกวานเย่ว์ไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหาร
ราชการแผ่นดิน อยู่แต่ในวังฉางเล่อกงทุกวัน ให้มู่หรงเซียงหนาน
อยู่เป็นเพื่อนนางเช่นนี้ก็ไม่มีอะไร เขาก็ไม่อยากทะเลาะกับมู่หรงก
วานเย่ว์จนถึงทางตันเช่นนี้ เขารู้ว่าจูจิ่นคิดถึงลูกมาก จึงเพิ่มไปอีก
หนึ่งประโยค
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เสด็จแม่ก็ให้น้าสะใภ้พบเซียงหนานสักหน่อย
นางเป็นแม่แท้ ๆ ของเซียงหนาน”
“นางไปหาฝ่าบาทแล้วหรือ แม่แค่ว่านางไปไม่กี่คำ นางกลับวิ่ง
ไปฟ้องฝ่าบาทเสียแล้ว นางคิดแต่จะช่วยเซียวหยี่ยน ให้บทเรียน
นางสักหน่อยก็ดี
มั่วฉือ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่งแล้ว แม่แค่อยากให้เซียงหนาน
อยู่เป็นเพื่อนข้างกายระยะหนึ่งเท่านั้น เจ้าก็โตมาด้วยมือแม่ นี่ก็
หลายปีแล้ว เจ้าไม่ต้องการแม่อีกต่อไป แม่แค่อยากเลี้ยงดูเซียง
หนานให้ดี ๆ”
มู่หรงกวานเย่ว์พูดเช่นนี้แล้ว เฉินมั่วฉือก็ไม่พูดอะไรอีก ถือว่า
ยอมรับให้มู่หรงเซียงหนานอยู่ที่วังฉางเล่อกงต่อ
“ลูกมิใช่ไม่ต้องการเสด็จแม่แล้ว เพียงแต่หวังว่าเสด็จแม่จะ
วางมือจากเรื่องเหล่านี้ ลูกมิใช่เด็กเล็กตั้งนานแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่อง
เหล่านี้จะดูไร้สาระในสายตาของเสด็จแม่ ลูกก็ไม่เสียใจ และรู้ดีว่า
ตนเองกำลังทำอะไร
นี่คือชีวิตของลูก เสด็จแม่ไม่สามารถใช้ชีวิตแทนลูกได้ ลูกกับ
เสด็จแม่ไม่เคยเป็นคน ๆ เดียวกัน สิ่งที่สำคัญสำหรับเสด็จแม่
สำหรับลูกมิใช่สิ่งสำคัญ”
“มั่วฉือ แม่เพียงแต่อยากให้ลูกจำไว้ว่า เจ้าเป็นฮ่องเต้ บนบ่าเจ้ามี
ความรับผิดชอบที่เจ้าจะต้องแบกรับ”
เฉินมั่วฉือดูเหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่แล้ว พูดเน้นทุกพยางค์
“ลูกเข้าใจ ลูกกับราชวงศ์เว่ยตะวันตกต้องร่วมเป็นร่วมตายไป
พร้อมกัน”
ทิ้งประโยคนี้ไว่แล้ว เฉินมั่วฉือก็ออกไปจากวังฉางเล่อกง
มู่หรงกวานเย่ว์พิงเก้าอี้ เฉินมั่วฉือบอกว่าเขาเข้าใจ แต่ที่จริงไม่
เข้าใจอะไรเลย สิ่งที่เขาควรละทิ้งเขาไม่ละทิ้งเลยสักอย่าง การ
รับผิดชอบหมายถึงการยอมทิ้งสิ่งต่าง ๆ มากมาย บางครั้งอาจจะทำ
ให้ตนเองเจ็บปวดใจ แต่ก็ต้องยอมทิ้ง เพราะว่าเขาเป็นฮ่องเต้ บน
โลกนี้ต้องได้อย่างเสียอย่าง
มั่วฉือ อย่าหาว่าแม่ใจดำแล้วกัน