ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 651 สำคัญยิ่งกว่าชีวิต
ตอนที่ 651 สำคัญยิ่งกว่าชีวิต
“เขาสำคัญสำหรับเจ้ามากขนาดนั้นเชียวหรือ?”
น ้าเสียงของเฉินมั่วฉือขมขื่นยิ่งนัก แต่นอกจากความขมขื่นแล้ว
กลับเจือไว้ด้วยความไม่สบอารมณ์อยู่ในที ทั้งๆ ที่เขาทำทุกอย่างได้
เพื่อหลิงอวี้จื้อ แต่มันก็ไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวได้
“ใช่ สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของหม่อมฉันด้วยซ ้า”
หลิงอวี้จื้อดึงรั้งผ้าห่มเล็กน้อย น ้าเสียงที่กล่าวขึ้นจริงจังอย่างที่
ไม่เคยเป็นมาก่อน
ได้ยินเช่นนั้น เฉินมั่วฉือก็นิ่งเงียบลงไป แม้ว่าเขาจะตัดสินใจ
แน่วแน่แล้ว แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่ยินยอมที่จะเอ่ยมันออกมาอยู่ดี
หลิงอวี้จื้อเงยหน้ามองเพดานห้องอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดจา ดู
ราวกับดอกไม้งามที่สูญเสียแรงขับเคลื่อนในการที่จะดำรงอยู่ต่อไป
อย่างไรอย่างนั้น
และนางก็มั่นใจในทักษะการแสดงละครของตนมากเสียด้วย
ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ นางจึงไม่ต้องการที่จะให้ความหวังอัน
ไร้ค่าอะไรกับเฉินมั่วฉืออีก ทั้งยังไม่ต้องการให้เฉินมั่วฉือต้องมา
เสียเวลากับนาง เพราะการกระทำเช่นนี้มิได้ส่งผลดีต่อใครทั้งสิ้น
นางต้องการให้เฉินมั่วฉือเข้าใจความรู้สึกของนางอย่างถ่องแท้
เข้าใจเสียทีว่านางและเขาอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้
“ข้าจะปล่อยเจ้าไป”
คล้ายกับตัดสินใจครั้งใหญ่ได้ในที่สุด จู่ๆ เฉินมั่วฉือก็เอ่ยปาก
ขึ้น
หลิงอวี้จื้อหันขวับมองมายังเฉินมั่วฉือ ราวกับไม่อยากเชื่อคำพูด
ของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ฝ่าบาท เมื่อครู่พระองค์ทรงรับสั่งว่าอะไรนะเพคะ?”
“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะไปหาเซียวเหยี่ยน ข้าจะปล่อยเจ้าไป”
“อวี้จื้อ แม้ว่าข้าอยากที่จะรั้งเจ้าเอาไว้ข้างกาย แต่ข้าก็ไม่ต้องการ
จะหลอกใช้เจ้า ระหว่างข้ากับเซียวเหยี่ยนจะต้องสะสางให้จบสิ้น
กันไปข้างหนึ่ง เรื่องระหว่างลูกผู้ชาย ข้าไม่อยากที่จะดึงเจ้าเข้ามา
เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังไม่ต้องการใช้เจ้ามาข่มขู่เซียวเหยี่ยนด้วย นี่คือ
ความในใจที่ข้ามีต่อเจ้า”
“ข้าต้องสยบเซียวเหยี่ยนด้วยวิธีการที่ถูกต้อง หากว่าเซียวเห
ยี่ยนตกอยู่ในกำมือของข้าละก็ อวี้จื้อ ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่ต้องมา
ขอร้องข้าละ เพราะอย่างไรข้าก็ต้องฆ่าเขาให้จงได้”
“หม่อมฉันจะไม่มาขอร้องแทนเขา และเขาก็มิได้คาดหวังให้
หม่อมฉันมาขอร้องแทนเช่นกัน เมื่อพ่ายแพ้ก็ต้องยอมรับในผลของ
มัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร หม่อมฉันต้องการแค่เพียงอยู่
เคียงข้างเขาเท่านั้นเพคะ”
หลิงอวี้จื้อเผยความในใจออกมาจนหมดเปลือก
เสือสองตัวต่อสู้กันย่อมต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบาดเจ็บ นี่คือ
ผลลัพธ์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรือขัดขวางได้ และสิ่งที่
พวกเขาทั้งสองคนต้องทำนั่นก็คือเดินหน้าต่อไป
เซียวเหยี่ยนคือผู้ที่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้ เพียงแต่นึก
ไม่ถึงว่าเฉินมั่วฉือที่อายุยังน้อยกลับมีความเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
พวกเขามิใช่คนต ่าช้า แม้นางจะไม่ต้องการจะเจอกันในสนามรบ
ในวันใดวันหนึ่งก็ตาม แต่หลิงอวี้จื้อก็ไม่มีหนทางใดที่จะ
เปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้ ทำได้เพียงแค่ยืนเคียงข้างเซียวเหยี่ยนและ
เดินหน้าต่อไป
ในตอนนั้นเองเสี่ยวเตี๋ยยกยาชามหนึ่งเข้ามา เฉินมั่วฉือหยิบชาม
ยาจากมือของเสี่ยวเตี๋ย ใช้ช้อนคนเบาๆ แล้วจึงเอ่ยปากว่า
“ข้าไม่เคยป้อนยาใครมาก่อน อวี้จื้อ ข้าอยากป้อนเจ้า”
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไหนเลยจะต้องลำบากฝ่าบาท หม่อมฉันกิน
เองได้เพคะ”
หลิงอวี้จื้อกล่าวจบก็รั้งมือของเฉินมั่วฉือเข้ามาใกล้แล้วกระดก
ดื่มยาจนหมดในครั้งเดียว โดยมีเฉินมั่วฉือถือชามยาเอาไว้
‘ยานี่ขมจริงเชียว’
หลิงอวี้จื้อเกือบจะอาเจียนออกมา นางยกมือปิดปากตนเองเอาไว้
แล้วฝืนบังคับตนเองให้กลืนยาทั้งหมดลงไป
“ขมหรือ?”
น ้าเสียงของเฉินมั่วฉืออ่อนโยนยิ่งนัก เดิมทีหลิงอวี้จื้อเตรียมที่
จะเอ่ยปากบอกออกไปว่าขม แต่ก็เกรงว่าเฉินมั่วฉือจะกระทำการ
อันน่าตกใจอะไรออกมาอีก ดังนั้นจึงฝืนใจเอ่ยตอบกลับว่า
“ไม่ขมเลยสักนิด”
“เช่นนั้นก็ดี ยังมีอีกชาม”
“……”
หลิงอวี้จื้อหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เฉินมั่วฉือก็เล่นไม้นี้กับนางเช่นกัน
ถึงได้ยังมีอีกชามรอนางอยู่
คำพูดที่ตนเองกล่าวออกไป ต่อให้ต้องกลั้นหายใจก็ต้องดื่มยานี่
เข้าไปให้หมด คิดได้ดังนั้นหลิงอวี้จึงอดกลั้นต่ออาการพะอืดพะอม
ฝืนดื่มยาอีกชามลงไปจนหมด
เห็นหลิงอวี้จื้อดื่มยาทั้งสองถ้วยลงไปเรียบร้อย เฉินมั่วฉือถึงได้
วาง