ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 645 ต้องเป็นปีศาจแน่
เพราะไม่ต้องการให้เฉินปี้นำเรื่องนี้ไปบอกมู่หรงกวานเยว่
เฉินม่อฉือจึงวางยาพิษเฉินปี้ เพื่อให้เฉินปี้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
ตอนนี้เฉินปี้พูดไม่ได้ มือก็ถูกเขาหักแล้ว ต่อให้นางจะอยู่ใน
ตำหนักฉางเล่อก็ไม่มีทางบอกความลับนี้กับมู่หรงกวานเยว่ได้ ยาม
นี้เขาต้องเร่งหายาลบความทรงจำนั้นให้เร็วที่สุดเพื่อให้หลิงอวี้จื้
อลืมอดีตทุกอย่าง
ขอเพียงหลิงอวี้จื้อลืมเซียวเหยี่ยน เรื่องนี้ก็จะจบลง เขาไม่อยาก
ให้หลิงอวี้จื้อเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องของเขากับเซียวเหยี่ยน ต่อให้
ต้องเสียโอกาสอันดีไปเขาก็ไม่เสียใจ
อวี้จื้อ ทุกอย่างกำลังจะจบลงแล้ว ต่อไปเซียวเหยี่ยนก็จะหายไป
จากความทรงจำของเจ้า
เมื่อหลินฮองเฮาทราบเรื่องที่หลิงอวี้จื้อลงมือฆ่าเฉินปี้ต่อหน้า
ผู้คนในอุทยานหลวงก็ตกใจยิ่ง ผ่านไปนานจึงเรียกสติกลับมาได้
“ฮองเฮา หยวนเฟยช่างเหิมเกริมนัก ถึงกับกล้าสังหารคนต่อหน้า
บ่าวไพร่”
ไห่ถังก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อเช่นกันและที่รู้สึกเหลือเชื่อมากที่สุด
คือท่าทีของเฉินม่อฉือ
เขาไม่ได้ลงโทษอันใดหลิงอวี้จื้อเลย เรื่องนี้จึงผ่านไปเช่นนี้ การ
โอนอ่อนเช่นนี้ทำให้คนรู้สึกยากจะยอมรับและเข้าใจ
ไห่ถังเริ่มรู้สึกห่วงหลินฮองเฮาขึ้นมาบ้างแล้ว เฉินม่อฉือรักใคร่
หยวนเฟยเพียงนี้ หากปล่อยให้อยู่ในวังต่อไป ภายหน้าต้องเป็น
อันตรายต่อตำแหน่งของคุณหนูนางแน่
“ฝ่าบาทต้องถูกนางทำเสน่ห์ใส่แน่เพคะถึงได้แยกผิดถูกไมม่
ออกเช่นนี้ หยวนเฟยทำผิดใหญ่หลวง แต่กลับไม่ตำหนิสักคำ”
หลินฮองเฮาเจ็ดปวดใจยิ่ง แววตาจึงหม่นหมองขึ้นมาทันที
แม้นางจะเป็นฮองเฮา แต่ความจริงแล้วนางอิจฉาหยวนเฟยยิ่ง
นางได้รับความรักทั้งหมดของเฉินม่อฉือ แม้แต่พฤติกรรมอัน
เหลวไหลนั้น เฉินม่อฉือก็ยังอภัยให้นาง หากเปลี่ยนเป็นตนเองคง
ถูกปลดจากตำแหน่งฮองเฮาไปนานแล้ว
หยวนเฟยกระทำการเหิมเกริมเช่นนี้ในวังหลังแต่เฉินม่อฉือยัง
ปกป้อง นางที่เป็นฮองเฮายังไม่เทียบไม่ได้กับสตรีไร้หัวนอนปลาย
เท้าผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นท่าทีเศร้าหมองของหลินฮองเฮา ไห่ถังจึงรีบเอ่ยปลอบ
“ฮองเฮา หยวนเฟยต้องเป็นปีศาจแน่เพคะ ฝ่าบาทแค่ลุ่มหลงนางไป
ชั่วขณะ ต่อไปจะต้องได้เห็นธาตุแท้ของนางแน่เพคะ”
“ฝ่าบาทคงไม่ทรงสนพระทัยถึงธาตุแท้ของหยวนเฟยว่าเป็นเช่น
ไรหรอก แต่ข้าเป็นฮองเฮา คงไม่อาจยอมให้สตรีผู้หนึ่งมาทำลายฝ่า
บาทได้แน่ ไห่ถังเจ้าไปตำหนักฉังเล่อกับข้าที”
“ฮองเฮาจะไปเยี่ยมใต้เท้าเฉินหรือเพคะ”
แววตาของหลินฮองเฮาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าจะไปหา
ไทเฮา ยามนี้มีเพียงไทเฮาเท่านั้นที่จะหยุดฝ่าบาทได้ ไม่ว่าหยวนเฟย
จะเป็นหลิงอวี้จื้อหรือไม่ ข้าก็คงต้องให้นางเป็นหลิงอวี้จื้อแล้ว ไป
กันเถิด” “การปล่อยให้หยวนเฟยอยู่ในวังนั้นเป็นเรื่องผิดมหันต์
จริงๆ ฮองเฮาไปเฝ้าไทเฮาก็ดีเหมือนกัน อย่างไรพระองค์ก็เป็นพระ
มารดาแท้ๆ ของฝ่าบาท เรื่องบางอย่างฮองเฮาไม่อาจออกหน้าได้
ไทเฮาออกหน้าย่อมดีกว่า”
ไห่ถังเห็นด้วยกับวิธีการของหลินฮองเฮายิ่ง นางรีบประคอง
หลินฮองเฮาไปที่ตำหนักฉังเล่อทันที
วันต่อมา หลังจากหลิงอวี้จื้อกินข้าวเช้าเสร็จก็ไปเดินเล่นหน้า
ลานศาลาฟังฝน ปากของเธอยังคงบวมอยู่ จึงไม่เหมาะจะไปพบเจอ
ผู้คน เฉินม่อฉือให้คนส่งยามาให้ หลังจากทาแล้ว อาการบวมกลับ
ไม่ทุเลาลงเลยมีแต่บวมยิ่งขึ้น เธอได้แต่ลอบด่าเขาอยู่ในใจ
เวลานี้เองเสียงของเสี่ยวเตี๋ยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “หยวนเฟย ฮู
หยินมู่หรงมาเพคะ”
“มู่หรงฮูหยินคนใด”
หลิงอวี้จื้อยังไม่ทันเข้า แต่เมื่อเธอนึกได้ว่าคนผู้นั้นคือใครก็รีบ
หันกลับไปมองทันที
และนางก็เห็นจูจิ่นเดินเข้ามากับนางกำนัลผู้หนึ่ง เพียงแต่นาง
กำนัลผู้นั้นกลับเป็นจื่ออี โธ่เอ้ย ทำไมถึงเป็นจื่ออีไปได้ นี่มันเรื่อง
อะไรกัน
หากเทียบกับเมื่อห้าปีก่อน จูจิ่นในตอนนี้ดูสุขุมขึ้นมาก ให้
ความรู้สึกของคนที่เป็นมารดาแล้ว นางสวมชุดสีแดง รวบผมขึ้น จู่
จิ่นทำความเคารพหลิงอวี้จื้อตามธรรมเน