ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 643 ไม่ให้เจ้าไป
ตอนที่ 643 ไม่ให้เจ้าไป
เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็เห็นเจียงสือที่สวมชุดดำทั้งตัวและปิดหน้าไว้
เกือบมิด มีเพียงแววตาดุดันที่โผล่ออกมา หลิงอวี้จื้อแค่เห็นก็จำได้
แล้วว่าเป็นเจียงสือ
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงสือจะแทรกซึมเข้ามาในวังได้ เธอลุกขึ้น
ทันทีแล้วฝืนใจเอ่ยออกมาว่า “ท่านพี่ ท่านมาได้อย่างไร”
แม้เจียงสือจะดีต่อเธอมาก แต่แค่เห็นเจียงสือ เธอก็คิดไปถึงศพ
ทั้งหลายและวิธีการลงโทษอันโหดร้ายของสำนักอู๋จี๋ขึ้นมาทันที มัน
เป็นฝันร้ายที่เธอไม่มีทางลืมไปได้ชั่วชีวิต มันช่างสยดสยอง
เหลือเกิน
“ข้ามาพาเจ้าออกไป รีบตามข้ามาเถิด”
“ท่านพี่ วังหลวงเวรยามแน่นหนา เราจะออกไปได้อย่างไร”
หลิงอวี้จื้ออยากจะออกไปเช่นกัน การตามเจียงสือไปก็ดีไม่น้อย
ไม่เช่นนั้นเธอก็คิดไม่ออกว่าจะไปจากที่นี่ได้อย่างไร หากอยู่ต่อก็
เหมือนเป็นลูกแกะรอเชือด
“ตามข้ามา”
เจียงสือไม่พูดอะไรมาก นางจูงมือหลิงอวี้จื้อเดินออกไปด้าน
นอก หลิงอวี้จื้อตามเจียงสือไป ได้แต่ภาวนาให้ออกจากวังได้อย่าง
ปลอดภัย
เจียงสือวรยุทธ์เก่งกาจจึงพาหลิงอวี้จื้อออกจากศาลาฟังฝนได้
อย่างราบรื่น นางพาหลิงอวี้จื้อกระโดดขึ้นไปบนหลังคา หลิงอวี้จื้
อถูกเจียงสือลากเดินไปอย่างทุลักทุเลบนหลังคา
แต่โชคร้ายที่พวกนางกลับถูกองครักษ์ในวังหลวงพบเห็นเข้า
เสียก่อน
องครักษ์กลุ่มใหญ่เข้ามาล้อมหลิงอวี้จื้อและเจียงสือเอาไว้
เจียงสือรู้ว่าไม่มีทางพาหลิงอวี้จื้อหนีไปได้แล้วแต่ก็ไม่ยอมทิ้งหลิ
งอวี้จื้อ นางยังคงเลือกจะต่อสู้
เมื่อเห็นว่าเจียงสือได้รับบาดเจ็บ หลิงอวี้จื้อจึงอดที่จะเอ่ยไม่ได้
ว่า “ท่านพี่ ท่านหนีไปก่อนเถิด ข้าไม่เป็นอะไร ฝ่าบาทไม่ทำร้ายข้า
หรอก หากช้ากว่านี้ท่านจะหนีไม่ได้แล้วนะ หากท่านอยากช่วยข้าก็
ให้พาคนคนหนึ่งมาพบข้าด้วย ข้าอยากพบจูจิ่น”
เจียงสือรู้ว่าตอนนี้หลิงอวี้จื้อเป็นหยวนเฟย เรื่องนี้ทำนางแปลก
ใจมาก
จู่ๆ เหตุใดเฉินม่อฉือถึงได้มาชมชอบน้องสาวของนางได้ ทั้งยัง
แต่งตั้งเป็นหยวนเฟย ได้ยินว่าทรงโปรดปรานหยวนเฟยมาก เรื่องนี้
ทำให้นางมึนงงยิ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดจะให้น้องสาวตนอยู่ที่วังหลังนี้จึง
ได้แฝงตัวเข้ามายามราตรีเพื่อพาหลิงอวี้จื้อหนีไป
“เจ้าระวังตัวด้วย ข้าจะกลับมาช่วยเจ้าแน่”
เมื่อไร้หนทาง เจียงสือจึงทำได้เพียงปล่อยหลิงอวี้จื้อไว้แล้วรีบ
หนีไปทันที ไม่นานองครักษ์ก็เร่งรุดตามนางไป
พอทราบข่าวเฉินม่อฉือก็ตามมาทันที เห็นชัดว่าเขาหวั่นใจยิ่ง
เมื่อเห็นว่าหลิงอวี้จื้อยังอยู่ เขาก็ยื่นมือเข้าไปกอดเธอมาไว้แนบอก
ทันที “อวี้จื้อ เราบอกแล้วว่าเจ้าหนีไปไหนไม่ได้หรอก”
“ปล่อยหม่อมฉันได้แล้ว หม่อมฉันจะขาดใจตายแล้ว”
หลิงอวี้จื้อขัดขืนไม่หยุด แต่เฉินม่อฉือก็ไม่ยอมปล่อย “เจ้า
รับปากเรามาก่อนว่าจะไม่ไปไหน เราถึงจะปล่อย”
“เจียงสือเป็นคนพาหม่อมฉันไปต่างหากเพคะ”
“แล้วเจ้าอยากไปหรือไม่”
แน่นอนว่าอยากไป แม้แต่ฝันก็ยังอยากจะไป คำพูดนี้ หลิงอวี้จื้
อไม่กล้าพูดให้เฉินม่อฉือได้ยินเพราะกลัวว่าเขาทำจะทำอะไร
บุ่มบ่ามขึ้นมาอีก
แต่จะให้เธอโกหกตาใสก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่เงียบไม่พูดจา แต่เมื่อ
เธอเงียบกลับทำให้เฉินม่อฉือกระวนกระวายขึ้นมา เขาเชยคางหลิ
งอวี้จื้อขึ้นเพื่อบังคับให้เธอมองตนเอง ในแววตานั้นแฝงไปด้วย
โทสะ “อยู่กับเรามันทำให้เจ้าฝืนทนเพียงนั้นเลยหรือ”
“หม่อมฉันบอกฝ่าบาทไปแล้วว่า เรื่องความรักไม่อาจฝืนกันได้
ไม่ใช่ฝ่าบาทไม่ดี ฝ่าบาทไม่มีทางทำให้หม่อมฉันต้องลำบาก แต่ใจ
ของหม่อมฉันไม่มีพื้นที่เหลือให้ผู้ใดอีกแล้ว ฝ่าบาทให้หม่อมฉัน
ไปเถิดเพคะ ถือว่าหม่อมฉันขอร้อง หม่อมฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่มีความสุข
ความจริงฝ่าบาทก็ไม่มีความสุข หม่อมฉันชอบทำให้ฝ่าบาททรง
กริ้ว ทั้งยังนำความยุ่งยากมาให้ฝ่าบาทอีกมากมาย”
หลิงอวี้จื้อเอ่ยขอร้องโดยไม่สนว่ามันจะเป็นผลหรือไม่ เธอเพียง
รู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเป็นบ้าแล้ว เธอพยายามทุกทางเพื่อให้ได้
กลับมาที่แคว้นเว่ยตะวันตกนี้ แต่กลับต้องมาถูกขังอยู่ที่นี่ เธอร้อน
รนกลัดกลุ้