เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 804 เศรษฐีนีตัวน้อย
บทที่ 804 เศรษฐีนีตัวน้อย
เมื่อกู้เจิ้งอันรู้ว่าพ่อและอาของลู่ฮ่าวมาที่หลันเฉิง เขาก็ตั้งใจว่าจะเชิญครอบครัวอีกฝ่ายไปเลี้ยงอาหารด้วย แต่ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก และช่วงสิ้นปียังมีงานเยอะมากที่โรงงาน ทั้งยังต้องกลับบ้านเพื่อไปอยู่ดูแลกู้หลันในช่วงอยู่ไฟอีก
แม้ว่าจะมีพี่เลี้ยงเด็กคอยดูแลเธออยู่ที่บ้าน แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ แทบจะรอไม่ไหวที่จะกลับบ้านทันทีที่ทำงานเสร็จ
กู้หนานได้รับโทรศัพท์จากกู้เจิ้งอัน “พ่อคะ”
กู้เจิ้งอันถาม [พ่อสามีของลูกและคนอื่น ๆ มาถึงแล้วใช่ไหม?]
กู้หนานตอบว่า “ใช่ค่ะ”
[สองวันที่ผ่านมาพ่อยุ่งจนไม่มีเวลาไปต้อนรับพวกเขาเลย ช่วยนัดเวลาให้พ่อพาพวกเขาไปเลี้ยงข้าวหน่อยสิ]
เขาที่เป็นญาติฝ่ายหญิง ควรต้องสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายในฐานะเจ้าบ้าน
“พ่อ หยุดพักหลังกลับจากงานเหนื่อย ๆ เถอะค่ะ ไว้เราค่อยเจอกันที่งานเลี้ยงวันเกิดครบร้อยวันของถงถงในวันมะรืนนี้ก็ได้”
กู้หนานกำชับ “อย่าลืมดูแลแม่กับน้องชายของหนูให้ดีด้วยนะคะ”
[ได้ งั้นไว้เจอกันนะ]
หลังจากที่ลู่เซิ่งหมินเห็นเฉินหย่าจือ เขาก็กลายเป็นคนตาสว่าง ปมในใจของเขาถูกปลดออก เขาก็คิดว่าในฐานะพ่อของลู่ฮ่าว เขาเองก็ควรไปที่บ้านตระกูลกู้เพื่อเยี่ยมเยียนปู่ย่าตายายของกู้หนานและพ่อของเธอด้วย
ลู่เซิ่งหมินหารือเรื่องนี้กับผู้เฒ่าลู่ แต่ผู้เฒ่าลู่ไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงถามกู้หนานกับลู่ฮ่าว ซึ่งพวกเขาให้คำตอบว่าไว้ค่อยเจอกันวันมะรืนนี้ทีเดียว
ลู่ฮ่าวจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่ออ่านหนังสือ ในขณะที่กู้หนานว่าง
ถ้าลู่เซิ่งหมินและคนอื่น ๆ ไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ของเธอ ลู่ฮ่าวต้องติดตามพวกเขาไปด้วยอย่างแน่นอน กว่าพวกเขาจะเดินทางกลับไปกลับมา เวลาคงหมดไปเปล่า ๆ วันหนึ่งพอดี
เฉินหย่าจืออยู่ดูแลเด็ก ๆ ที่บ้าน ในขณะที่กู้หนานพาฟางกั๋วผิงและลู่ฮุ่ยฟางไปที่โรงพยาบาลหลันเฉิงเพื่อพบผู้อำนวยการเย่
ผู้อำนวยการเย่คุ้นเคยกับการได้ยินจากชื่อเสียงเรียงนามของฟางกั๋วผิง ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เห็นตัวจริงแล้ว ผู้อำนวยการเย่อดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าการเดินของเขาเป็นปกติมาก
ผู้อำนวยการเย่ขอให้เขาก้าวไปอีกสองสามก้าว แล้วถามว่า “คุณฟาง ผมจำได้ว่าลู่ฮ่าวเคยเล่าว่าก่อนหน้านี้คุณยังต้องใช้ไม้ค้ำยันไม่ใช่หรือ?”
ฟางกั๋วผิงพยักหน้าด้วยความเคารพ “ใช่ครับ ผมเคยใช้ไม้ค้ำ ไม่สามารถนั่งพับเพียบหรือยกขาสูงได้ แม้กระทั่งการใส่กางเกงก็เป็นเรื่องยาก แต่ตอนนี้อาการของผมฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว ถึงแม้ผมจะยังไม่สามารถนั่งยอง ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผม”
ผู้อำนวยการเย่ตรวจร่างกายเขา และตรวจสอบการทำงานของขาทั้งสองข้าง ก่อนจะถามเพื่อขอคำยืนยันอีกครั้ง “คุณได้รับการรักษาจากเสี่ยวกู้แค่ทางเดียว ไม่ได้ใช้วิธีการรักษาอื่นร่วมด้วยใช่ไหม?”
“ไม่เลยครับ หนานหน่านรักษาผมคนเดียวครับ” ฟางกั๋วผิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
กู้หนานยิ้มพร้อมกับถามว่า “ผู้อำนวยการเย่ คุณคิดว่ากระบวนการรักษาของฉันได้ผลหรือเปล่าคะ?”
“ใช่ ตอนนี้อาการภายนอกหายดีเชียวละ แต่เข้าไปเอกซเรย์กันก่อน”
ผู้อำนวยการเย่ออกใบส่งตัว กู้หนานจึงพาฟางกั๋วผิงและลู่ฮุ่ยฟางไปยังแผนกเอกซเรย์ หลังจากได้รับแผ่นภาพเอกซเรย์แล้ว พวกเขาก็นำกลับมามอบให้ผู้อำนวยการเย่
ผู้อำนวยการเย่สรุปว่าจากแผ่นภาพเอกซเรย์ อาจจะยังมองเห็นช่องว่างระหว่างกระดูกเบ้าสะโพกอยู่บ้าง และช่องว่างดังกล่าวนั้นเล็กกว่าข้อต่อปกติ แต่ตอนนี้อาการคงที่และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วย เขาก็ควรจะสานต่อการรักษาแบบแพทย์แผนจีนจากกู้หนาน คือกินยาอย่างสม่ำเสมอ และไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดอีกต่อไป
ผู้อำนวยการเย่คือแพทย์ผู้ชำนาญการประจำแผนกนี้ เมื่อเขาลงความเห็นว่าฟางกั๋วผิงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด อย่างน้อยก็อีกหลายปีข้างหน้า ฟางกั๋วผิงจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
พวกเขาขอบคุณผู้อำนวยการเย่ แล้วออกจากโรงพยาบาลด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลาย
ในที่สุดเขาก็สามารถออกไปชื่นชมทิวทัศน์ของหลันเฉิงได้โดยไม่ต้องกังวลอีกแล้ว
งานเลี้ยงครบรอบหนึ่งร้อยวันของถงถงได้รับการจัดเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแผนผังห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม หรือแม้แต่รายการอาหาร เฉินหย่าจือและลู่ฮ่าวก็ใจป้ำมาก
แขกทุกคนที่ได้รับเชิญต่างก็ตอบรับว่าจะมากันเป็นส่วนใหญ่
ในตอนเช้า กู้หนานแต่งตัวให้ถงถงเป็นชุดจั๊มสูทกำมะหยี่สีแดงสด รองเท้าหัวเสือ สวมหมวกเด็กที่เฉินหย่าจือซื้อมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ดูน่ารักและสดใส
กู้หนานเองก็สวมเสื้อคลุมสีแดง ดูแล้วเหมือนชุดครอบครัวพ่อแม่ลูก
เฉินหย่าจือพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวยิ่งกว่าทุกครั้ง เธอสวมชุดกี่เพ้าทับด้วยเสื้อคลุม รวบผมขึ้น แผ่ออร่าความสง่างามและน่าเกรงขามออกมา
เดวิดและลู่ฮ่าวสวมชุดสูทด้านใน ทับด้วยเสื้อคลุมด้านนอก ทั้งครอบครัวแต่งตัวกันอย่างเป็นทางการมาก
ทั้งครอบครัวมาถึงห้องจัดเลี้ยงแต่เช้า ผู้เฒ่าลู่และคนอื่น ๆ ก็ลงมารอที่ห้องจัดเลี้ยงก่อนเวลาเพื่อรอพบพวกเขา จากนั้นทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ เจ้าหญิงตัวน้อยที่แต่งตัวสวยงาม
“หนานหน่าน นี่คือของขวัญที่พ่อเตรียมไว้ให้”
ลู่เซิ่งหมินอาศัยประโยชน์จากสถานการณ์เงียบสงบ เพราะในงานมีแค่สมาชิกในครอบครัว เขาจึงหยิบกำไลเงินเส้นเล็กออกมา
ลู่เซิ่งหมินหยิบกำไลข้อมือเส้นเก่า ๆ มาจากในบ้าน แล้วนำไปให้ช่างเงินขึ้นใหม่
กู้หนานมองดูกำไลเงินที่พ่อสามีของเธอหยิบออกมา แล้วพูดว่า “คุณพ่อคะ กำไลข้อมือนี้สวยมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ลู่ฮ่าวดูประหลาดใจเมื่อเห็นกำไลเงินคู่นั้น เขานึกไม่ถึงว่าพ่อจะมอบของขวัญราคาแพงให้ลูกของเขา
“สวมให้หลานเลยสิคะ”
“ได้ พ่อจะใส่ให้”
“ถงถง นี่เป็นของขวัญจากคุณปู่นะ หนูชอบไหม?”
“ขอบคุณค่ะคุณปู่” หลังจากที่กู้หนานเห็นลูกสาวสวมกำไลเส้นนั้นแล้ว เธอก็โบกมือน้อย ๆ ของถงถงแล้วพูดเสียงเด็ก
จากนั้น ลู่ฮุ่ยฟางก็หยิบกระเป๋าอีกใบที่บรรจุเสื้อผ้าและรองเท้าออกมา “หนานหน่าน อาถักเสื้อกับกางเกงขายาวสำหรับเด็กให้หลาน ในนี้ยังมีเสื้อผ้ากับรองเท้าที่ผิงผิงและป้าฉินของเธอฝากมาให้ด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะอาหญิง ไม่นึกเลยว่าป้าฉินกับผิงผิงจะอุตส่าห์ฝากของขวัญมาให้ลูกฉันด้วย ขอบคุณทุกคนมากนะคะ”
หลังจากที่สมาชิกในครอบครัวมอบของขวัญเรียบร้อยแล้ว แขกก็ทยอยมาถึงทีละคน สมาชิกตระกูลกู้ก็มาถึงแล้ว
ทันทีที่พวกเขาเข้ามา ทุกคนก็กรูเข้าไปล้อมรอบถงถง มอบซองอั่งเปาสีแดงและของขวัญให้
หลังจากนั้นไม่นาน เด็กน้อยก็เต็มไปด้วยเงินทองเต็มแขน รวมถึงซองอั่งเปาสีแดงจำนวนหนึ่งที่ยัดอยู่ในอ้อมแขนของเธอ จนตอนนี้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยไปแล้ว
ลู่ฮ่าวยังพาพ่อและอาของเขาไปเยี่ยมผู้อาวุโสสองคนของตระกูลกู้ ทักทายกู้ฉางอันและกู้เจิ้งอันด้วย
ลู่เซิ่งหมินทักทายคนในตระกูลกู้อย่างสุภาพมาก แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อพวกเขาที่กรุณาดูแลและเมตตาลู่ฮ่าวลูกชายของตน
นี่เป็นครั้งแรกที่ตระกูลกู้ได้เจอหน้าลู่เซิ่งหมิน แต่ทุกคนก็รับรู้เรื่องราวระหว่างเขากับเฉินหย่าจือก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนี้มีกิริยาที่สง่างามสมกับเป็นปัญญาชน พวกเขาก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนี่ยอวี้ฮว๋า ขณะเธอกล่าวทักทายลู่เซิ่งหมินพลางมองดูเขา จากนั้นก็มองเลยไปที่เฉินหย่าจือและเดวิด
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ เธอก็เดินไปหาเฉินหย่าจือแล้วถามว่า “พี่หย่าจือ พี่ได้คุยกับพ่อของเสี่ยวฮ่าวแล้วหรือยัง?”
เฉินหย่าจือพยักหน้า “คุยแล้ว ก่อนหน้านี้ยังไปทานอาหารด้วยกันอยู่เลย”
“แล้วคุณเดวิดล่ะ เขาไม่หึงพี่เลยหรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋าถามอย่างสงสัย
ทันใดนั้นเดวิดก็หันกลับมามองที่เนี่ยอวี้ฮว๋า แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมไม่หึงหรอกครับ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าไม่มีท่าทีเขินอายเมื่อถูกคนที่ตัวเองกำลังพูดซุบซิบลับหลังจับได้ เธอยกนิ้วให้เดวิดพลางพูดว่า “พี่เขยพี่ใจกว้างมากจริง ๆ”
เดวิดยิ้มรับ จากนั้นก็เดินไปรับแขกต่อ
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พี่หย่าจือ คุณลู่คนนี้ดูเหมือนเป็นคนที่ได้รับการศึกษาพอตัวเลยนะ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเขาเป็นปัญญาชน”
เฉินหย่าจือมองไปที่เนี่ยอวี้ฮว๋าซึ่งกำลังมองไปทางลู่เซิ่งหมิน หัวเราะและต่อว่าอีกฝ่าย “เธอเองก็อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว? ตอนนี้ยังสวยอยู่เลย”
เนี่ยอวี้ฮว๋าตอบกลับ “ฉันแค่ประหลาดใจน่ะ”
นอกเหนือจากกู้หลันที่อยู่ในระหว่างพักฟื้น สมาชิกตระกูลลู่และตระกูลกู้ทั้งหมดต่างก็อยู่ที่นี่กันครบ ทั้งสองครอบครัวช่วยกันต้อนรับแขกคนอื่น ๆ ด้วยกัน
หลังจากญาติและเพื่อน ๆ มาถึงงานแล้ว พวกเขาต่างก็วิ่งไปหาเด็กน้อยเจ้าของงาน ก่อนจะมอบของขวัญให้
ห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน บรรยากาศที่มีชีวิตชีวา
ลู่ฮ่าวและกู้หนานอุ้มลูกสาว เดินไปกล่าวขอบคุณทุกคน
ทว่าในบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ยังมีนักธุรกิจบางคนที่ต้องการอาศัยประโยชน์ผ่านกู้เจิ้งอัน ใช้โอกาสนี้เข้าไปทำความรู้จักกับเฉินหย่าจือและเดวิดด้วย