เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 792 ทารกในครรภ์ไม่กลับหัว
บทที่ 792 ทารกในครรภ์ไม่กลับหัว
ฉินเฟิงถือแก้วเหล้ามาให้กู้ย่าฮุย “น้องเขย ดื่มเหล้ามงคลกันเถอะ”
เมื่อกู้ย่าฮุยได้ยินคำเรียกนั้น เขาก็กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย “เจ้าเด็กนี่จริง ๆ เลย… ”
กล้าปีนเกลียวเขาได้ง่าย ๆ ขนาดนี้เชียวหรือ
จากนี้ไปเจ้าเด็กนี่จะต้องเป็นพี่เขยของเขา
ฉินเฟิงพูดอย่างมีความชอบธรรม “น้องเขย ใส่ใจการใช้คำพูดของนายหน่อยนะ”
เพราะแขกทุกคนกำลังมองอยู่ เขาจึงไม่สามารถละทิ้งมารยาทได้ และยิ่งกว่านั้น ในที่สุดพี่สาวหัวโบราณของเขาก็ได้แต่งงาน เขาเองก็ดีใจมากเช่นกัน
กู้ย่าฮุยยืนขึ้น เขามองไปยังคู่บ่าวสาวและอวยพรให้พวกเขาอย่างจริงใจ “พี่สาว พี่เขย ผมขอให้พวกคุณมีความสุขในชีวิตคู่ และประสบแต่ความสุขสมบูรณ์”
“ขอบคุณนะ”
“ดูแลพี่สาวของฉันให้ดีล่ะ ต่อไปหาเงินให้มาก ๆ แล้วก็ห้ามหนีไปไหน นายต้องซื่อสัตย์ต่อเธอไปตลอดชีวิตห้ามคิดนอกใจ ไม่อย่างนั้นละก็…” กู้ย่าฮุยทำหน้าดุ
ส่วนฉินเฟิงก็จริงจัง “ผมขอรับประกัน ไม่ว่าจะยามมีหรือยามยาก ก็จะรักเธอเหมือนเดิมเสมอ”
“มาเถอะ พี่ชายน้องสาว นี่ให้พวกเธอ” ฉินเฟิงยื่นแก้วเหล้าไปเบื้องหน้าเฉินรั่วหลิน
ในขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังแจกเหล้ามงคลให้กับแขกอยู่นั้นเอง
กู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋าก็พาแม่ของฉินเฟิงไปทักทายและขอบคุณผู้อาวุโสที่มาร่วมงานแต่งงาน จากนั้น คู่สองสามีภรรยาก็มาทักทายทำความรู้จักกับเหล่าญาติพี่น้องจากบ้านเกิดของฉินเฟิง
ถึงยังไงลูกสาวของพวกเขาก็กำลังจะแต่งเข้าไปเป็นคนในครอบครัวคนอื่นแล้ว พวกเขาจึงมาทักทายทำความรู้จักกับเหล่าญาติผู้ใหญ่ และหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะดูแลลูกสาวของพวกตนให้ดี
ออร่าของพวกเขาสองสามีภรรยานั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ โดยเฉพาะเนี่ยอวี้ฮว๋า ผู้เป็นตัวแทนของแวดวงสังคม ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ล้วนเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจ
แม่ของฉินเฟิงแนะนำให้พวกเขารู้จักกับญาติที่บ้านเกิดของเธอ
กู้ฉางอันก็จับมือกับลุงของฉินเฟิงก่อน
“สวัสดีครับ เราเป็นพ่อแม่ของกู้ย่าถิง ขอบคุณที่พวกคุณเดินทางตั้งไกลมาเพื่อร่วมงานแต่งของเด็ก ๆ นะครับ ช่วงนี้พวกเราค่อนข้างยุ่ง จึงไม่ได้จัดการต้อนรับให้ดี ขอโทษด้วยนะครับ”
ลุงของฉินเฟิงรีบจับมือกลับ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มประหม่า “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร พวกเราเข้าใจ พวกคุณต่างก็เป็นคนมีการงาน ทั้งยังต้องจัดงานแต่งงานของพวกเด็ก ๆ อีก คงยุ่งน่าดู”
“นี่อาสามกับอาสะใภ้สามของเฟิงจื่อ”
“นี่คือพี่ชายคนโตของฉัน ลุงใหญ่ของเฟิงจื่อ แล้วก็ลุงเล็กกับป้าสะใภ้เล็กของเฟิงจื่อค่ะ”
แม่ของฉินเฟิงแนะนำพวกเขาทีละคน กู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าเองก็ทักทายและพูดคุยเล็กน้อยกับพวกเขาแต่ละคนเช่นกัน
“ทุกท่านกินดื่มให้เต็มที่นะครับ หลังงานแต่งจบแล้วก็พักอยู่ที่หลันเฉิงสักสองสามวัน ไปเดินเที่ยวชมให้ทั่ว ให้เฟิงจื่อดูแลพวกคุณเสมือนแขกมาบ้านนะครับ”
“ได้เลย”
ระหว่างที่กู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋ากำลังต้อนรับโต๊ะอื่น ๆ อยู่นั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ของฉินเฟิงก็ดึงชายเสื้อของแม่ฉินเฟิง แล้วกระซิบว่า
“น้องสาว แม่ยายของลูกชายเธอเองก็โก้ไม่เบาเลยนะ ดูไปแล้วไม่เหมือนกับคนอายุสามสิบกว่าเลย”
แม่ฉินเฟิงตอบกลับ “เธออายุสี่สิบหกปีแล้วละ”
“โอ้สวรรค์ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ สาวซะขนาดนี้ ดูเสื้อผ้าที่เธอใส่สิ เหมือนกับที่นักแสดงในโทรทัศน์เขาใส่ไม่มีผิด”
อาสะใภ้สามของฉินเฟิงถอนหายใจ “คนฝั่งครอบครัวเจ้าสาวดูมีสง่าราศีมากเลย แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดา ดูน้องชายของย่าถิงสิ อย่างกับดาราแน่ะ”
แม่ของฉินเฟิงพูดขึ้น “นั่นน่ะ พวกคุณดูผู้อาวุโสที่สวมชุดราชวงศ์ถังท่านนั้นที่นั่งอยู่บนโต๊ะเจ้าภาพสิ นั่นคุณตาของย่าถิง เขาเป็นศาสตราจารย์เกษียณ ทักษะทางการแพทย์ล้ำเลิศมากเชียวนะ”
คนอื่น ๆ ต่างก็ชะโงกหน้าเพื่อดูหน้าของศาสตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ มีเพียงป้าสะใภ้ใหญ่ของฉินเฟิงเท่านั้นที่นั่งแทะเมล็ดแตงแล้วพูดอย่างอิจฉาตาร้อน “เฟิงจื่อนี่ตกถังข้าวสารจริง ๆ”
แม่ฉินเฟิงโต้กลับอย่างไม่พอใจ “ตกถังข้าวสารอะไรกัน? เฟิงจื่อเองก็เก่งมากเหมือนกันนั่นแหละน่า”
“ใช่ ๆๆ ลูกชายของเธอเองก็ยอดเยี่ยมมากจ้า”
ในตอนที่คู่บ่าวสาวดื่มเหล้ามงคลเสร็จ ทันใดนั้นกู้หลันก็ดึงกู้เจิ้งอันมาพูดด้วยสีหน้าย่ำแย่
กู้เจิ้งอันพลันเคร่งเครียดขึ้นมา “เสี่ยวหลัน เป็นอะไรหรือ?”
กู้หลันจับท้องและพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “รีบพาฉันไปโรงพยาบาลหน่อย”
กู้เจิ้งอันสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารีบช้อนตัวอุ้มกู้หลันขึ้นมาแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“เจิ้งอัน เสี่ยวหลันเป็นอะไรไป?” ผู้อาวุโสคนรองของตระกูลกู้เห็นกู้เจิ้งอันอุ้มกู้หลัน ก็พลันลุกขึ้นยืนด้วยความเป็นกังวล
“เสี่ยวหลันรู้สึกไม่ดีน่ะครับ”
กู้เจิ้งอันเดินเร็วมาก เขาอุ้มเธอออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว
“เธอจะคลอดแล้วหรือเปล่า?”
คุณย่ากู้เป็นกังวลมากเช่นกัน คิดจะรีบตามพวกเขาออกไป เพราะนั่นเป็นทั้งลูกสาวของเธอและลูกสะใภ้ของเธอด้วยเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงต้องรีบตามไปดูแล
“ย่าถิง พวกเราไปก่อนนะ เดี๋ยวพวกเธอก็คอยส่งแขกกับเพื่อน ๆ ด้วยล่ะ”
ตอนนี้โดยพื้นฐานก็นับได้ว่างานแต่งเสร็จสิ้นลงแล้ว เหลือแค่รอส่งแขกหลังจบงานเลี้ยงเท่านั้น
เมื่อเห็นผู้อาวุโสรองตระกูลกู้วิ่งออกไป เหล่าแขกก็พากันรวมกลุ่มกระซิบกระซาบ
“น้องสาว เกิดอะไรขึ้น? หญิงท้องคนนั้นเป็นใครหรือ? เธอสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ? นั่งยังไม่ทันจบงานก็ไปซะแล้ว” ป้าสะใภ้ใหญ่ของฉินเฟิงแทะน่องไก่พลางเหลือบมองผู้อาวุโสที่ไล่ตามออกไป
แม่ฉินเฟิงอธิบายว่า “นั่นอาหญิงของย่าถิง ไม่สิ เป็นอาสะใภ้รองของเธอ กำลังจะคลอดแล้วน่ะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่ของฉินเฟิงส่งเสียงจิ๊ปาก “ตายจริง จะคลอดลูกอยู่แล้วยังจะมาร่วมงานแต่งอีก เลินเล่อซะจริง ๆ”
แม่ฉินเฟิงกลอกตาใส่เธอ “เบาเสียงหน่อยเถอะ หลานสาวของชาวบ้านเขาแต่งงาน มาร่วมงานแต่งแล้วมันมีอะไรเลินเล่อกัน?”
ป้าสะใภ้ใหญ่ของฉินเฟิงทำเสียงชิชะ ก่อนพึมพำด้วยสีหน้าสอดรู้ “ยังจะไม่เชื่ออีก ถ้าไม่ได้เลินเล่อแล้วจะถูกอุ้มออกไปได้ไงล่ะ?”
เมื่อกู้หลันไปถึงโรงพยาบาลแล้ว ลู่ฮ่าวก็ถามไถ่กับกู้หนาน “พวกเราต้องไปดูสักหน่อยไหม?”
กู้หนานมองดูทารกที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของเธอแล้วส่ายหัว “ฉันอุ้มลูกอยู่ คงไปโรงพยาบาลไม่สะดวก พวกเรารอฟังข่าวกันก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกทีเถอะ”
คุณปู่กับคุณย่ารีบออกไปแล้ว ถ้าหากพวกเขาเองก็ตามไปด้วยมันจะหยาบคายเกินไปหน่อย ถึงยังไงแขกก็ยังไม่ได้กลับกันเลย
หลังจากงานแต่งงานสิ้นสุดลง พวกเขาได้ส่งกู้ย่าถิงเข้าสู่ครอบครัวใหม่ในฐานะครอบครัวบ้านฝ่ายหญิง จากนั้นถึงได้มีเวลาและกะจิตกะใจไปเป็นห่วงเรื่องคลอดลูกของกู้หลัน
กู้หนานโทรหากู้เจิ้งอันแล้วถามถึงสถานการณ์
น้ำเสียงของกู้เจิ้งอันเป็นกังวล [หนานหน่าน ยังไม่คลอดเลย ตอนนี้แม่ลูกมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอบอกว่าทารกในครรภ์ไม่กลับหัว จึงยังคลอดไม่ได้ ลูกคิดว่าสถานการณ์นี้มีวิธีอะไรดี ๆ ที่สามารถทำให้เธอทรมานน้อยลงและคลอดออกเร็ว ๆ บ้างไหม?]
กู้หนานพูดอย่างลำบากใจ “พ่อคะ หนูไม่ใช่สูตินรีแพทย์นะ เรื่องพวกนี้หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พ่อฟังที่หมอบอกเถอะ การคลอดลูกมันหลีกเลี่ยงที่ต้องทรมานไม่ได้หรอกค่ะ แค่อดทนให้ผ่านไปก็ได้แล้ว แต่ถ้าคลอดตามธรรมชาติไม่ไหวจริง ๆ ก็มีแต่ต้องผ่าคลอดเท่านั้นแล้วละค่ะ”
[พ่อเข้าใจแล้ว]
กู้เจิ้งอันนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวของตนเองก็ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้เหมือนกันเมื่อไม่นานมานี้ และเขาเองในฐานะพ่อกลับไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ เขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ ที่มาขอคำแนะนำกับเธอในเรื่องนี้อีก
จากนั้นเขาหาสูตินรีแพทย์ที่มีประสบการณ์มากที่สุดในหลันเฉิงให้กับกู้หลัน และคิดว่าทั้งแม่และเด็กจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน
ส่วนเนี่ยอวี้ฮว๋ารอจนกู้หนานวางสาย จึงรีบร้อนถามว่า “พ่อหนูบอกว่ายังไงบ้างจ๊ะ?”
กู้หนานตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เขาบอกว่าทารกในครรภ์ไม่กลับหัว เลยทำให้คลอดยากค่ะ”
“เฮ้อ เสี่ยวหลันเองก็อายุอานามปูนนี้แล้ว การคลอดลูกของหญิงที่อายุมากต้องไม่ง่ายอยู่แล้ว ไปกันเถอะ พวกเราไปดูที่โรงพยาบาลกัน ไม่อย่างนั้นคุณย่าที่บ้านคงได้เป็นลมเป็นแล้งเพราะกังวลแน่ ๆ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ากำชับกับฉินเฟิงและกู้ย่าถิงอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงทักทายญาติ ๆ ของฉินเฟิง แล้วเตรียมจะไปที่โรงพยาบาล
และหันมาพูดกับกู้หนานอย่างเป็นห่วง
“หนานหน่าน อากาศหนาวขนาดนี้พวกหนูอย่าไปเลยดีกว่า รีบกลับไปเถอะ อย่าให้เจ้าตัวน้อยหนาวเกินไป เดี๋ยวพอแม่หนูคลอดแล้วฉันจะโทรหานะ”
กู้หนานพยักหน้า “ได้ค่ะ”
ลู่ฮ่าวและกู้หนานอุ้มทารกน้อย แล้วกลับไปที่บ้านกู้เจิ้งอันพร้อมกับคุณปู่
“เสี่ยวฮ่าว หนานหน่าน แม่ของหนูกลับมาแล้วต้องอยู่เดือน พวกเราอยู่ที่นี่คงไม่ค่อยสะดวก เรากลับไปที่บ้านพักพนักงานเถอะ”