เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 782 วางแผนเวดดิ้งทริป
บทที่ 782 วางแผนเวดดิ้งทริป
ไหน ๆ ผู้อำนวยการเย่ก็ถามขึ้นมาแล้ว กู้ย่าฮุยจึงใช้โอกาสนี้พูดความคิดของตัวเอง “ผู้อำนวยการ พูดตามตรงนะครับ ผมเองก็อยากจะสอบเหมือนกัน ไม่สิ ผมไม่ได้อยากสอบ แต่ครอบครัวของผมให้ผมเอาแบบอย่างลู่ฮ่าว คุณก็รู้นี่ครับ เขาเป็นสามีของน้องสาวผม ถ้าหากเขาสอบเข้าเรียนปริญญาเอกได้ แล้วผมยังย่ำอยู่กับที่ กลัวว่าต่อไปผมคงไม่มีที่ยืนในบ้านแล้ว ดังนั้น ผมจึงได้แต่ต้องสอบด้วยเท่านั้น”
“พวกเธอสองคนปรึกษากันดีแล้วหรือ?” ผู้อำนวยการเย่มองไปทางพวกเขาด้วยสีหน้าหดหู่เล็กน้อย
กู้ย่าฮุยตอบว่า “ยังไม่ได้ปรึกษาหรอกครับ เพียงแต่เมื่อวานตอนกินอาหารเย็นที่บ้าน พ่อแม่ของผมตัดสินใจแทนผมไปแล้ว”
ผู้อำนวยการเย่ยืนขึ้น และตบไหล่ทั้งสองคนพลางพูดว่า “เยี่ยมมาก”
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่ควรจะบอกข่าวเรื่องนี้กับเขาหรือเปล่านะ?”
กู้ย่าฮุยมองไปทางประตูพลางพูดแขวะ
“ลูกศิษย์คนโปรดอย่างพวกเราสองคนกำลังเตรียมตัวสอบเข้าเรียนปริญญาเอกอยู่ ตาแก่นั่นก็ควรจะดีใจไม่ใช่หรือ? จะหดหู่ทำไมกัน?”
ลู่ฮ่าวมองไปทางประตูด้วยสีหน้าสับสน เขาเข้าใจความรู้สึกของผู้อำนวยการเย่
“พอพวกเราไป ที่แผนกก็คงจะไม่มีใครแล้ว การผ่าตัดก็อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ด้วย”
กู้ย่าฮุยส่ายหัว “ไม่หรอก เมื่อไม่กี่วันก่อนเสี่ยวหลิวที่ถูกย้ายมาที่นี่เป็นคนมีฝีมือ ยอดเยี่ยมมาก เธอสามารถแทนที่พวกเราได้ นอกจากนี้ นักศึกษาปริญญาโทที่ผู้อำนวยการพามาพวกนั้นก็ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นความหวังของแผนกศัลยกรรมกระดูก”
แม้ว่าลู่ฮ่าวกับกู้ย่าฮุยเองจะไม่แน่ใจว่าผู้อำนวยการเย่มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไง
แต่ในเมื่อทั้งสองคนจะตัดสินใจจะเรียนปริญญาเอกแล้ว ต่อจากนี้พวกเขาก็ต้องทุ่มเทให้กับการเรียน
กู้ย่าฮุยมีภาระงานหนักหน่วง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเจียดเวลามาเรียน รอให้ลู่ฮ่าวมาร์กจุดที่สำคัญเอาไว้ให้ แล้วค่อยหาเวลาอ่านเอาตอนกลางคืน
เมื่อก่อนตอนกลางคืนเขาจะนัวเนียอยู่กับภรรยาอยู่ตลอด แต่ตอนนี้เขามีเรื่องต้องทำ พอกลับมาถึงบ้านเขาก็หมกอยู่กับกองเอกสารข้อมูลการเรียน โดยที่ไม่แม้แต่เหลียวมองเฉินรั่วหลินเลยสักนิด
เฉินรั่วหลินจึงรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมา
ก่อนหน้านี้เธอคิดเพียงว่ากู้ย่าฮุยนั้นน่ารำคาญ แต่ตอนนี้พอเขาไม่สนใจตนเอง เธอกลับรู้สึกห่อเหี่ยวถึงขนาดนี้
ประกอบกับที่กู้หนานให้กำเนิดทารกที่แสนน่ารักเช่นนั้น เฉินรั่วหลินซึ่งเดิมทีได้แม่สามีให้กำลังใจให้เธอเป็นหญิงแกร่ง ก็เริ่มรู้สึกมีความปราถนาขึ้นมาอีกครั้ง
เธอเองก็อยากมีลูกน้อยแล้ว
แม้ว่าเธอจะเริ่มทำธุรกิจ ภายนอกดูองอาจห้าวหาญ แต่ที่จริงแล้วลึกลงไปภายในใจเธอก็ยังมีความคิดหัวโบราณอยู่
เธอกับกู้ย่าฮุยต่างก็อายุมากแล้ว ถึงเธอจะเป็นหญิงแกร่ง แต่ก็ควรจะมีลูกก่อนแล้วค่อยว่ากันสิ
ปีที่แล้วเธอกับกู้ย่าฮุยพยายามอย่างหนักติดต่อกันหลายเดือนเพื่อทำตามความคาดหวังของแม่ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ กู้หนานบอกว่าพวกเขาได้รับแรงกดดันมากเกินไป ยิ่งอยากจะตั้งครรภ์เท่าไหร่ก็ยิ่งตั้งครรภ์ได้ยากเท่านั้น
แม่สามีเห็นใจและกังวลว่าเธอจะหดหู่ จึงแนะนำให้เธอเปิดร้านและทำธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจและผ่อนคลายอารมณ์
หนึ่งปีมานี้ เธอได้รับมามากมายจริง ๆ
แต่เรื่องการมีลูกนี้ก็ยังอยู่ในใจของเธอมาตลอด
เธอรู้สึกว่าตนไม่สามารถหลบเลี่ยงมันได้อีกต่อไปแล้ว
ด้วยบทเรียนที่ได้รับเมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้เธอจะกดดันตัวเองกับกู้ย่าฮุยไม่ได้อีก พวกเขาจะต้องตั้งครรภ์ด้วยวิธีสบาย ๆ ไม่ตึงเครียด
เธอแอบโยนร่มคันเล็กในลิ้นชักทิ้งไป
จากนั้น หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็สวมชุดนอนเซ็กซี่และออกไปวนเวียนอยู่ข้างหน้ากู้ย่าฮุย
แต่ถึงอย่างนั้น กู้ย่าฮุยก็ยังหมกอยู่กับกองเอกสารการเรียนที่ลู่ฮ่าวให้มา โดยไม่เหลือบตามามองเธอเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่ได้สนใจจะหันมามองเธอเลย
เฉินรั่วหลินเซ้าซี้อยู่นาน จนกู้ย่าฮุยถึงกับเริ่มรำคาญเธอขึ้นมา “รั่วหลิน เบา ๆ หน่อยสิ อย่าทำให้กระทบต่อการเรียนของผม คุณรีบเข้านอนเถอะ ผมคิดว่าคงจะต้องอ่านโต้รุ่งน่ะ”
เป็นเช่นนี้อยู่หลายคืนติดต่อกัน จนเฉินรั่วหลินโมโห เตะกู้ย่าฮุยออกจากห้องนอนทันที
เพราะลู่ฮ่าวไม่จำเป็นต้องไปทำงาน เวลาจึงค่อนข้างยืดหยุ่น หลังจากกลับมาที่เมืองหลันเฉิง ก็มีคนต่อคิวอุ้มเด็กจนผลัดมาไม่ถึงมือเขา ดังนั้นเขาจึงมีเวลาเรียนอย่างเพียงพอ กู้หนานเอาใจใส่เขาอย่างมากและให้พื้นที่เขาเพียงพอ
ฉินเฟิงโทรมาในตอนเช้า พูดชักแม่น้ำทั้งห้า ชวนลู่ฮ่าวให้ไปช่วยตกแต่งบ้านใหม่ด้วยกันกับเขาได้
เมื่อคืนหิมะตกหนักมาก อุณหภูมิในตอนเช้าจึงลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ฉินเฟิงมาถึง ก็ประจวบเหมาะกับที่ลู่ฮ่าวพาพวกเขาไปกวาดหิมะที่ลานเล็กพอดี
กู้เจิ้งอันขับรถไม่ได้ เขาจึงเดินเท้าไประยะหนึ่งแล้วขึ้นรถบัสไปทำงาน
ก่อนที่ลู่ฮ่าวจะออกไปเขาก็ย้ำกำชับแล้วกำชับอีก ให้คุณปู่และกู้หนานอย่าออกไปข้างนอก
เดิมทีวันนี้กู้หนานวางแผนที่จะไปเยี่ยมเนี่ยเหล่าที่บ้าน แต่เมื่อได้ยินมาว่าถนนเต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ เธอจึงได้แต่ขังตัวเองอยู่แต่ในบ้าน
หลังจากที่ซุนเฉิงและเวิงอิ่งได้ข่าวว่าพวกกู้หนานกลับมาที่หลันเฉิงแล้ว พวกเขาก็มาเยี่ยมที่ตระกูลกู้ด้วยเช่นกัน “ทั้งสองคนมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย? ถนนลื่นหรือเปล่า?” กู้หนานมองเวิงอิ่งที่ทั้งโผล่ออกมาเพียงดวงตาคู่หนึ่งแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พวกเรานั่งแท็กซี่มาน่ะ ตอนนี้หิมะบนถนนถูกกวาดออกไปแล้ว ก็เลยไม่ลื่นมาก”
ในบ้านนั้นอบอุ่น ซุนเฉิงช่วยเวิงอิ่งถอดผ้าพันคอและหมวกของเธอด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง เวิงอิ่งถอดถุงมือออก จนเมื่อมืออุ่นขึ้นแล้ว เธอก็แทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อย
“น่ารักจังเลย”
ผู้หญิงนั้นเมื่อถึงวัยหนึ่ง เวลาที่เห็นเด็กทารกก็มักจะสวมบทบาทเป็นแม่โดยไม่รู้ตัวเสมอ
เวิงอิ่งในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น เธออุ้มถงถงเอาไว้ สิ่งที่คิดอยู่ในหัวคือไม่รู้ว่าสวรรค์จะโปรดให้ต่อไปเธอมีลูกน้อยที่น่ารักขนาดนี้บ้างหรือเปล่านะ
กู้หนานถามพวกเขาว่า “ซุนเฉิง เสี่ยวอิ่ง พวกเธอสองคนไม่ได้กลับไปที่กั่งเฉิงอีกเลยหรือ?”
ซุนเฉิงพยักหน้า “ไม่ได้กลับเลยครับ ผมค่อนข้างยุ่งกับงานที่นี่ เสี่ยวอิ่งเองก็เขียนนิยาย เรากลัวว่าถ้ากลับไปจะทำให้เสียสมาธิและส่งผลต่อสภาพการทำงานน่ะ”
สิ่งสำคัญคือถ้ากลับไปที่กั่งเฉิง ก็จะต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายมากมาย
ตอนนี้พ่อแม่ของซุนเฉิงยอมรับเวิงอิ่งเป็นลูกสะใภ้อย่างสมบูรณ์แล้ว
แต่เงื่อนไขคือ เวิงอิ่งห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลเวิง
พวกเขากลัวว่าหากกลับไปที่กั่งเฉิง คนของตระกูลเวิงพวกนั้นจะกลับมาก่อกวนพวกเขาถึงที่บ้านอีก
“พวกเฟิงจื่อกำลังจะจัดงานแต่งงาน พวกเธอสองคนคิดว่าไง? ได้คุยเรื่องกำหนดการกันหรือยัง?” กู้หนานถามด้วยรอยยิ้ม
ซุนเฉิงกับเวิงอิ่งยิ้มหวานพลางตอบว่า “พวกเราวางแผนจะไปเวดดิ้งทริปกันในช่วงปีใหม่ ตอนนี้มันเป็นที่นิยมอยู่เลยใช่ไหมล่ะ? พวกเราเองก็อยากตามกระแสบ้างเหมือนกัน หน้าหนาวที่เมืองหลันเฉิงนานมาก พวกเราสองคนอยากซุกอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีกะจิตกะใจจะจัดงานแต่งเลยจริง ๆ”
ความปรารถนาเดิมของซุนเฉิงคือจัดงานแต่งงานโดยให้ญาติ ๆ ทุกคนที่เมืองกั่งเฉิงเป็นสักขีพยาน โดยให้ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าภาพ และแต่งเวิงอิ่งเข้าบ้านมาอย่างยิ่งใหญ่ แต่คนในครอบครัวของเวิงอิ่งกลับล้ำเส้นเกินไป ถ้าหากพวกเขากลับไป คนตระกูลเวิงจะต้องไม่อยู่เฉย ๆ แน่นอน
“จะแต่งงานระหว่างท่องเที่ยวงั้นหรือ?” กู้หนานเลิกคิ้ว มองดูพวกเขาอย่างสงสัย
เวิงอิ่งพยักหน้า “ใช่ พวกเราคุยกันแล้วและวางแผนจะแต่งงานกันระหว่างท่องเที่ยว ฉันยังไม่เคยไปต่างประเทศเลย พี่เฉิงเลยบอกว่าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศ ส่วนงานแต่งงานพวกเราก็จะไม่จัดแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราทุกคนมากินข้าวด้วยกันสักมื้อก็ได้ ร่างกายของฉันไม่มีแรงจะจัดงานแต่งจริง ๆ”
ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บไม่เป็นมิตรกับผู้ที่เป็นโรคกระดูกและข้อเลยจริง ๆ ฤดูหนาวที่เมืองหลันเฉิงไม่ได้หนาวแบบธรรมดา เวิงอิ่งกลัวว่าอาการป่วยจะกำเริบ หลังจากเข้าฤดูหนาวเธอจึงแทบไม่ออกจากบ้าน
กู้หนานเคยบอกไว้ว่าอาการแบบนี้ของเธอเหมาะที่จะกลับไปพักรักษาตัวที่เมืองกั่งเฉิง พออากาศอบอุ่นขึ้นแล้วค่อยมาที่เมืองหลันเฉิงอีกครั้ง
แต่ว่า… เวิงอิ่งยิ้มอย่างขมขื่น เกรงว่าในเร็ววันนี้เธอคงจะกลับไปที่กั่งเฉิงไม่ได้หรอก
เวิงอิ่งไม่ได้เอ่ยออกมาเพราะกลัวจะเสียบรรยากาศ ตอนนั้นที่เธออยู่กับกู้หนานที่เมืองปักกิ่ง แม่และน้องชายของเธอไล่ตามไปถึงเมืองหลันเฉิง และสืบถามที่อยู่ของพวกเขาไปทั่ว ไม่รู้ว่าพวกนั้นใช้วิธีอะไร ถึงได้ตามมาเจอโรงงานทอเสื้อผ้าได้ ทั้งยังตามรังควานซุนเฉิง ซึ่งซุนเฉิงก็เน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่าตนเองเลิกกับเวิงอิ่งแล้ว หลังจากพวกเขาข่มขู่ไม่สำเร็จ ถึงได้กลับไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อนึกถึงญาติพี่น้องพวกนั้นของเธอ เวิงอิ่งก็ปวดหัวขึ้นมา
ในตอนนี้สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือวันใดวันหนึ่ง จู่ ๆ พวกเขาจะมาก่อกวนเธอ หรือก่อกวนคุณลุงของเธออีก