เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 761 แม่นายอยากได้ลูกชายเพิ่มไหม?
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 761 แม่นายอยากได้ลูกชายเพิ่มไหม?
บทที่ 761 แม่นายอยากได้ลูกชายเพิ่มไหม?
พอได้ยินว่ากู้หนานคิดจะแนะนำหนุ่มหล่อเธอให้รู้จัก เวิงอิ่งก็ระวังตัวขึ้นมาทันที “ไม่ได้ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้”
เธอหยิบยกเหตุผลมาสาธยาย “ฉันมีพี่เฉิงอยู่แล้ว ไม่ต้องพยายามแนะนำผู้ชายหล่อ ๆ ให้ฉัน ฉันจะไม่เปลี่ยนใจจากพี่เฉิง เพราะนอกจากเขาแล้ว ชีวิตนี้ฉันไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลยจริง ๆ”
หัวใจของเธอสามารถยอมรับเขาได้แค่คนเดียว
กู้หนานเลิกคิ้ว “แน่ใจหรือว่าไม่อยากรู้จัก?”
เวิงอิ่งนั่งหลังตรง ตอบอย่างจริงจัง “ฉันไม่อยากรู้จัก และจะไม่เปิดใจให้ใครทั้งนั้น”
“กล้าเดิมพันหรือเปล่า?” กู้หนานเห็นอีกฝ่ายจริงจังแบบนี้ก็ยิ่งอยากแกล้ง
“ต้องกล้าอยู่แล้ว”
“แต่ผู้ชายคนนี้เหมือนต้นหยกลู่ลมเลยนะ ขนาดมองไกล ๆ ยังโดดเด่น”
ไม่ว่าเธอจะพยายามหว่านล้อมอย่างไร เวิงอิ่งก็ไม่รู้สึกสนใจหรือประทับใจเลย ต่อให้ดารามายืนอยู่ตรงหน้า เธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากซุนเฉิง
ไม่สิ ไม่ว่าเขาจะหล่อแค่ไหน แต่เธอมีเพียงซุนเฉิงอยู่ในใจเท่านั้น
กู้หนานยังไม่ยอมหยุดแกล้ง ทุกครั้งที่เห็นท่าทางเขินอายและกระบิดกระบวนของเวิงอิ่ง เธอกลับรู้สึกว่ามันตลกมาก “เสิ่ยวอิ่ง อย่าทำตัวน่าเบื่อไปหน่อยเลยน่า พ่อหนุ่มคนนี้ที่เรารู้จักเขาเป็นคนสุดยอดมากจริง ๆ ใครว่าเขาไม่หล่อคงตาฝ้าฟางแล้วละ”
เวิงอิ่งได้ยินกู้หนานชมหนุ่มคนนี้อย่างเอาจริงเอาจัง ก็มองหน้าอีกฝ่ายแล้วถามว่า “อย่าบอกนะว่าคนที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือคุณหวัง?”
“คุณหวังไหนอีกล่ะ?” ตอนนี้เป็นกู้หนานซะเองที่สับสน
เวิงอิ่งกระแอมไอเบา ๆ พูดอย่างเชื่องช้า “หวังฉีไง ฉันรู้สึกว่าเขาค่อนข้างกระตือรือร้นที่จะเข้าหาฉันมากเกินไปหน่อย”
เธอเล่าต่อ “ครั้งล่าสุดที่เจอกัน ฉันไม่มีเวลาบอกเขาด้วยซ้ำว่าฉันมีแฟนแล้ว และกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ ถ้าเป็นเขาจริง ๆ เธอควรบอกเขาด่วนเลยว่าฉันกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนแล้ว อย่ามาจีบฉันเลย”
ผู้ชายเป็นเพศที่แสดงความสนใจต่อเพศตรงข้ามอย่างไม่ปิดบัง อีกทั้งก่อนหน้านี้เขายังถามข้อมูลส่วนตัวของเธอ ต่อให้ไม่มีประสบการณ์ก็มองออกว่าเขามีเจตนาอย่างไร
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ กู้หนานก็อ้าปากด้วยความตกใจ “ว้าว ใครบอกว่าเธอเป็นคนไร้เดียงสากัน? เจอกันแป๊บเดียวเธอก็จับสังเกตเขาได้แล้ว”
เวิงอิ่งพ่นลมหายใจอย่างเย่อหยิ่ง “ลืมแล้วหรือว่างานของฉันคืออะไร ฉันน่ะเก่งที่สุดเรื่องการมองทะลุจิตใจคน”
กู้หนานส่ายหัว “ไม่ใช่หรอก เขาเป็นใครเดี๋ยวเธอก็รู้เอง”
ความอยากรู้อยากเห็นของเวิงอิ่งถูกกระตุ้นโดยกู้หนาน
เธออยากกลับเข้าห้องตัวเอง แต่อีกใจก็อยากรู้ว่ากู้หนานคิดจะแนะนำใครให้เธอรู้จักกันแน่
ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อเล่นกันอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก
คิ้วของกู้หนานกระตุกเล็กน้อย
มากันแล้วสินะ
แต่ว่า
ทำไมเสียงผู้ชายที่กำลังพูดคุยกับลู่ฮ่าวในตอนนี้ฟังดูไม่เหมือนเสียงของซุนเฉิงเลย เหมือนเป็นเสียงของใครอีกคน
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ลู่ฮ่าวก็เปิดประตูเข้ามา ตามด้วยเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยซึ่งยืนยันการเดาของกู้หนาน
“แม่เจ้าโว้ย เหล่าลู่ นายนี่ใช้ชีวิตอย่างกับเป็นเศรษฐีหนุ่มเลยนะเนี่ย”
“มาอยู่ต่างเมืองแค่ชั่วคราว เล่นซื้อบ้านหลังใหญ่เฉย จะรวยเกินไปแล้ว!”
กู้หนานเห็นร่างสูงสวมแจ็กเก็ตสีแดงกำลังเดินเหมือนลอยลมเดินตามลู่ฮ่าวเข้ามา พร้อมกับถอนหายใจด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตาและความอิจฉา
เธอประหลาดใจเล็กน้อย
ทำไมกู้ย่าฮุยถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
เวิงอิ่งก็ตกใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าแขกที่ว่าก็คือกู้ย่าฮุย
หมอกู้คือหนุ่มหล่อที่กู้หนานพยายามจะแนะนำให้เธอรู้จักหรอกหรือ?
กู้หนานเดินเข้าไปหาเขาด้วยความตื่นเต้น “พี่ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?”
“ฉันตั้งใจมาหาเธอน่ะสิ พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่ชายคนนี้คิดถึงเธอม๊ากมาก”
กู้ย่าฮุยกำลังลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา พร้อมกับแบกกระเป๋าเป้สะพายหลัง
ในขณะที่เวิงอิ่งกำลังงุนงงอยู่นั้น ซุนเฉิงก็เดินเข้าเป็นคนสุดท้าย
เวิงอิ่งทั้งตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน เธอมองไปที่กู้หนาน เบิกตากลมโต สงสัยหนักมาก
กู้หนานยิ้มกว้าง “เซอร์ไพรส์ หนุ่มหล่อที่ฉันพูดถึงก็คือซุนเฉิงไงล่ะ ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องของฉัน ว่าก็ว่า ไม่ใช่ซุนเฉิงแล้วจะเป็นผู้ชายคนไหนไปได้”
แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่ากู้ย่าฮุยจะตามมาด้วย
“พี่ ซุนเฉิง เข้ามานั่งก่อน ทำตัวสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเองได้เลยนะ”
ลู่ฮ่าวช่วยพวกเขายกกระเป๋าเดินทาง แล้วเชิญให้พวกเขานั่งพัก
กู้ย่าฮุยเหลือบมองท้องของลูกพี่ลูกน้องเขาแล้วถามว่า “หนานหน่าน เธอท้องลูกแฝดหรือเปล่าเนี่ย? ท้องเธอดูใหญ่กว่าคนท้องทั่วไปอีกนะ?”
กู้หนานกลอกตาใส่ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มีแต่พี่คนเดียวแหละที่คิดแบบนั้น”
กู้ย่าฮุยทิ้งตัวลงบนโซฟาหนัง โอ้ มันยืดหยุ่นและนั่งสบายมาก
“ฉันเป็นตัวแทนของคุณปู่ คุณย่า พ่อ และแม่เพื่อมาเยี่ยมเธอที่นี่โดยเฉพาะ พวกเราทุกคนคิดถึงเธอมาก เส้นทางยาวไกลเกินไป ผู้เฒ่าทั้งสองนั่งรถผ่านหนทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อไม่ค่อยได้ พ่อแม่ก็มีงานการต้องทำมากมาย พวกเขาบอกว่าค่อยเจอกันอีกทีตอนที่เธอคลอดหลานเลย”
เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เปิดกระเป๋าเดินทาง หยิบของว่างและขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ออกมา “ฉันหิ้วสารพัดของอร่อยมาจากบ้านเลยนะ คุณย่าบอกว่าแม่ไก่แก่[1]*ตัวนี้จะช่วยบำรุงร่างกายของเธอ เลยแช่แข็งมาให้ ดีที่ยังไม่ละลาย รีบเอาไปเข้าตู้เย็นก่อนเร็ว”
“ฉันจัดการเอง” ลู่ฮ่าวพูดแล้วหิ้วแม่ไก่แก่ไปที่ห้องครัว
เมื่อกู้หนานเห็นสิ่งที่กู้ย่าฮุยอุตส่าห์นำมาฝาก หัวใจของเธอก็แผ่ซ่านไปด้วยความอบอุ่น และตื้นตันใจมากจนอยากจะร้องไห้ “ขอบคุณมากนะพี่ ฉันก็คิดถึงบ้านเหมือนกัน”
“ที่นี่ก็เป็นบ้านอีกหลังของเธอเหมือนกัน อยู่แล้วสงบสุขปลอดภัย” กู้ย่าฮุยมองห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีโคมระย้าหรูหราห้อยอยู่เหนือศีรษะ จากนั้นเขาก็เดาะลิ้น “ดูสิ ตอนนี้เธออาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ ใช้ชีวิตเหมือนเป็นภรรยาเศรษฐี นี่ยังไม่วิเศษพออีกหรือ ไม่เห็นต้องคิดถึงบ้านเลย”
เมื่อป้าหลิวกลับมาหลังจากซื้อของเสร็จ เห็นว่าแขกมาถึงบ้านแล้ว จึงกล่าวทักทาย แล้วรีบไปที่ห้องครัว ลู่ฮ่าวกำลังรินน้ำให้ทุกคนอยู่พอดี ป้าหลิวรีบโบกมือบอกเขาว่าไม่ต้องยุ่ง ออกไปรับรองแขกเถอะ ส่วนเธอจะรับหน้าที่ชงชาแล้วยกไปเสิร์ฟเอง
กู้ย่าฮุยยิ่งอิจฉามากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าคุณป้าแม่บ้านรู้หน้าที่และขยันขันแข็งแค่ไหน
“คุณลุงคุณป้านี่ใจกว้างจริง ๆ เลย เพิ่งย้ายมาปักกิ่งได้ไม่นานก็ซื้อบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ได้แล้ว แม่นายยังอยากได้ลูกชายบุญธรรมเพิ่มอีกไหม ถ้าพวกเขายอมรับฉันเป็นลูกบุญธรรมละก็ คงสบายไปทั้งชาติแน่ ๆ”
ลู่ฮ่าวเดินกลับมาจนบังเอิญได้ยินคำพูดของเขาพอดี จึงตอบกลับไปว่า “ทำไมนายถึงอยากได้พ่อแม่บุญธรรม ทั้ง ๆ ที่นายเองก็มีพ่อแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว?”
กู้ย่าฮุยตะคอก “ปู่ของฉันก็มีลูกชายแท้ ๆ ตั้งสองคน เขายังยอมรับอาสะใภ้เป็นลูกสาวบุญธรรมของเขาเลยไม่ใช่หรือไง? มีลูกเยอะยิ่งมีชีวิตชีวา”
“พี่พูดอย่างกับว่าตัวเองไม่ได้เป็นหลานเขยของคุณป้าอย่างนั้นแหละ?”
“นั่นก็ใช่ ฉันเป็นทั้งหลานเขยและเป็นลูกบุญธรรมของพวกเขาไปพร้อมกันก็ได้นี่”
ความสนใจของกู้ย่าฮุยตกอยู่ที่เวิงอิ่งซึ่งกำลังมีความสัมพันธ์พิเศษกับซุนเฉิง เขาถามว่า “ได้ยินมาว่าเสี่ยวอิ่งเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของลุงเดวิดหรือ?”
ตอนที่ซุนเฉิงเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังตอนอยู่ในหลันเฉิง เขาเองก็ตกใจมาก
พอเวิงอิ่งได้ยินกู้ย่าฮุยพูดถึงตัวเอง เธอก็กลับมามีสติ ละสายตาจากใบหน้าของซุนเฉิง ก่อนจะพยักหน้า
“ใช่ค่ะ ลุงเดวิดเป็นคุณลุงของฉันเอง”
“แม่เจ้า ฉันล่ะอยากมีลุงรวย ๆ แบบเขาจริง ๆ”
ใบหน้าหล่อเหลาของกู้ย่าฮุยเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “โธ่ ชีวิตฉันไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลย”
กู้หนานที่ทนฟังไม่ไหว เตือนเขาว่า “พี่ควรสร้างเนื้อสร้างตัวสร้างฐานะด้วยตัวเองสิ อย่าเอาแต่ฝากความหวังเรื่องเงินทองไว้กับคนอื่น”
กู้ย่าฮุยตอบอย่างมีเหตุผล “ฉันก็อยากสร้างตัวให้รวยเร็ว ๆ เหมือนกัน แต่มันทำได้ง่ายที่ไหนกันล่ะ ทุกวันนี้ลำพังเงินเดือนที่พวกเราได้รับ แค่จะเลี้ยงตัวเองให้รอดยังยากแล้ว เมื่อไหร่จะรวยซะที?”
“ฉันพยายามควงกะทำงานทุกวัน พอถึงสิ้นเดือนก็ยังได้เงินเดือนสองร้อยห้าสิบเท่าเดิม เมื่อไหร่ฉันจะมีเงินย้ายไปอยู่บ้านสักที?”
ลู่ฮ่าวเฝ้าดูกู้ย่าฮุยตัดพ้อและคร่ำครวญ จึงสั่งสอนด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “คนหนุ่มสาวไม่ควรโลภในความสะดวกสบาย”
กู้ย่าฮุยเยาะเย้ย พูดราวกับจะเย้ยหยัน “นายอยู่ในบ้านหรู สะดวกสบายมาตลอด แต่กลับมาสอนให้ฉันอย่าโลภเนี่ยนะ นายนี่จริง ๆ เลย”
ลู่ฮ่าว “…”
“พี่ตั้งใจมาที่นี่เพื่ออิจฉาพวกเราหรือ?”
ถึงเธอจะรู้ว่ากู้ย่าฮุยเป็นคนที่ชอบพูดไปเรื่อย แต่กู้หนานก็ทนฟังเขาพูดพล่ามต่อไปไม่ได้จริง ๆ แค่นเสียงตำหนิอีกฝ่าย “พี่คงลืมไปแล้วสินะว่าเมื่อก่อนลู่ฮ่าวต้องลำบากยังไงบ้าง? ลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่ฉันต้องอุดอู้อยู่แต่บ้านนอกมันแย่แค่ไหน? พอมีโอกาสแล้วจะไม่ให้เราสบายเลยรึไง?”
กู้ย่าฮุยรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นซะหน่อย ถึงจะอิจฉา แต่ฉันก็ยินดีกับความสำเร็จของพวกนายอยู่ดี”
เขาเลิกแสดงสีหน้าปลิ้นปล้อน มองลู่ฮ่าวและกู้หนานพร้อมกับพูดอย่างจริงใจ “สมัยพวกนายสองคนยังเด็ก ชีวิตต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว ตอนนี้ในที่สุดก็ได้อาศัยอยู่ในบ้านดี ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ฉันรู้สึกยินดีกับพวกนายด้วยจริง ๆ อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังมีตา”
[1] แม่ไก่แก่ คือไก่ตัวเมียที่มีอายุครบกำหนด หลังจากเลี้ยงมาได้ 400 วันก็สามารถเรียกว่าเป็นแม่ไก่แก่ได้แล้ว หรือต่อให้ผ่านการออกไข่มาแล้วก็สามารถเรียกแม่ไก่แก่ได้เช่นเดียวกัน นิยมนำมาแกง เพราะเชื่อว่ามันใช้เวลาเจริญเติบโตที่ยาวนานจึงมีไขมันเยอะ เวลานำไปตุ๋นน้ำแกงจะมีกลิ่นหอมกว่า ให้รสชาติกลมกล่อมกว่า