เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 757 ชายผู้มีบุตรยากจิตบิดเบี้ยว
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 757 ชายผู้มีบุตรยากจิตบิดเบี้ยว
บทที่ 757 ชายผู้มีบุตรยากจิตบิดเบี้ยว
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว ป้าหลิวตกใจมากจนตัวแข็ง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
หวังฉีตะโกนขึ้นมา “เปิดประตูเร็วเข้า จะได้พาเธอเข้าไป”
ได้ยินแบบนั้นป้าหลิวถึงได้สติแล้วรีบเปิดประตู
กู้หนานซึ่งนั่งอยู่ริมสวนได้ยินเสียงเอะอะของหวังฉี ก็ลุกขึ้นและรีบเดินออกไปดู พอเห็นเวิงอิ่งถูกประคองเข้ามาโดยที่เลือดแดงฉานโชกแขนเสื้อสีขาว เธอก็ตกใจมากและตื่นตระหนกอย่างยิ่ง “นี่มันอะไรกัน?”
“หมอกู้ เธอเป็นเพื่อนของคุณใช่ไหม? เธอได้รับบาดเจ็บ” หวังฉีพูดอย่างวิตกกังวลขณะที่เขาช่วยเวิงอิ่งที่มีใบหน้าซีดเซียวเข้าไปในลานบ้าน
“เธอบาดเจ็บได้ยังไง?”
อาจารย์หยางเดินตามหลังมาด้วยท่าทีแตกตื่น ละล่ำละลักขอโทษด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หมอกู้ ฉันขอโทษจริง ๆ ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรแนะนำให้อาจารย์จางมาหาหมอเลย”
“แม่ อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย ช่วยพี่สาวคนนี้ให้นั่งลงเร็ว ๆ จะได้ห้ามเลือด ต้องดูว่าอาการบาดเจ็บของเธอสาหัสมากแค่ไหน จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลไหม”
“ป้าหลิว เข้าไปหยิบชุดปฐมพยาบาลในห้องฉันออกมาเร็วเข้า”
ว่าแล้วก็พยุงเวิงอิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่น จัดแจงให้นั่งลงบนโซฟา ใบหน้าของเวิงอิ่งซีดขาวไร้เลือดฝาด แต่ด้วยกลัวว่ากู้หนานจะกังวล จึงฝืนปลอบเธอ “หนานหน่าน ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไร แค่เจ็บแขนนิดหน่อย โชคดีที่สองคนนั้นมาช่วยทันเวลา และไล่คนบ้าคนนั้นออกไปแล้ว”
ป้าหลิวกลับออกมาจากห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับชุดปฐมพยาบาล กู้หนานรีบตรวจสอบบาดแผลของเวิงอิ่งถึงบาดแผลจะไม่ลึกมาก แต่ก็กรีดเนื้อเป็นแนวยาว
ถึงอย่างนั้นเธอก็เสียเลือดมาก จนเสื้อสีขาวเปื้อนเลือดแดงไปหมด
เนื่องจากอาชีพของพวกเขา ลู่ฮ่าวและกู้หนานจึงมียาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นติดไว้ อีกทั้งในบ้านยังมีตู้ยาและอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบครัน
“หมอกู้ คุณไม่สะดวก ให้ผมจัดการเอง” หวังฉีเคยเป็นเภสัชกรมาก่อน งานทำแผลเหล่านี้จึงเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเขา
หลังจากฆ่าเชื้อ และใช้ผ้าก๊อซพันแผลไว้เพื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว หวังฉีก็พูดว่า “ผมจะส่งพี่สาวคนนี้ไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล บาดแผลของเธอค่อนข้างร้ายแรง ถ้าปล่อยไว้ไม่เย็บ แผลอาจติดเชื้อได้”
“ได้ งั้นฉันขอตามไปด้วย”
กู้หนานว่าแล้วก็ตั้งท่าเตรียมจะลุกขึ้นเช่นกัน
“หมอกู้ อยู่รอฟังข่าวที่บ้านเถอะครับ ผมไปส่งเธอเอง ผมพอรู้จักคนในโรงพยาบาลอยู่แล้ว จะได้ช่วยลัดคิวเธอเข้าห้องฉุกเฉินทันที”
“โอเค รบกวนด้วยนะคะ”
เธอถามหวังฉี “คุณหวัง มีใครแจ้งตำรวจหรือยังคะ?”
หวังฉีตอบกลับ “ยังเลย ผมมัวแต่รีบดูแลเธอ คนคนนั้นก็เลยวิ่งหนีรอดไปได้ เราไม่มีเวลาไล่ตามไปจริง ๆ”
“ไม่เป็นไร ช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดก็พอ ทางฉันจะโทรแจ้งตำรวจเอง”
หลังจากที่พวกเขาออกไป กู้หนานมองไปที่อาจารย์หยางแล้วถามว่า “อาจารย์หยาง เรื่องเป็นมายังไงกันแน่คะ?”
อาจารย์หยางทำสีหน้าเหมือนมีความผิด “เธอถูกสามีของอาจารย์จางแทง บางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคุณ”
กู้หนาน “???”
อาจารย์หยางอธิบายเพิ่มเติม “ครั้งก่อนที่ฉันพาอาจารย์จางมาหาคุณ แล้วคุณบอกความจริงเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของเธอ อาจารย์จางถึงได้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ คนที่มีภาวะมีบุตรยากมานานหลายปีไม่น่าใช่ตัวเอง”
“หลังจากกลับถึงบ้าน เธอก็ทะเลาะกับสามีตัวเองยกใหญ่ แทบจะพลิกบ้านเพื่อหาเอกสารผลการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลของสามีเมื่อหลายปีก่อน ปรากฏว่าสามีของเธอมีภาวะมีบุตรยากจริง ๆ โดยที่เจ้าตัวรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่เพราะกลัวว่าตัวเองจะเสียหน้า จึงเอาผลตรวจร่างกายไปซ่อน”
“ที่ผ่านมาอาจารย์จางคิดว่าภาวะมีบุตรยากเป็นเพราะเธอ จึงพยายามหาทางรักษาโรคนี้ ไปหาหมอแทบทุกที่ที่รู้จัก และต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปี ทั้ง ๆ ที่สามีของเธออยู่เคียงข้าง แต่กลับไม่ยอมบอกความจริงกับเธอเลยสักครั้ง อาจารย์จางโกรธมากถึงขั้นฟ้องหย่าหลังจากรู้ความจริง แต่สามีของเธอไม่ยินยอมท่าเดียว อาจารย์จางจึงบุกเข้าพบหน่วยงานของเขา จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อนร่วมงานทุกคนของสามีเธอรู้ทันทีว่าเขามีภาวะมีบุตรยาก เรื่องยุ่งยากต่าง ๆ จึงตามมา”
“ผู้ชายคนนั้นเสียหน้าอย่างรุนแรง ระหว่างที่ยังไม่หย่าร้างกัน ทั้งคู่ทะเลาะกันที่บ้านทุกวัน บางทีช่วงที่ทะเลาะกันอาจารย์จางอาจจะเผลอพูดว่าตัวเองรู้ความจริงเพราะผลวินิจฉัยของคุณ เขาเลยมาดักรอคุณถึงหน้าประตูบ้านเพื่อแก้แค้น”
หลังจากฟังอาจารย์หยางเล่าต้นสายปลายเหตุยาวเหยียดแล้ว กู้หนานก็ค่อนแคะด้วยความไม่เข้าใจ
“ผู้ชายคนนี้สมองกลับหรือเปล่า ร่างกายตัวเองมีปัญหา แทนที่จะไปปรึกษาหมอ กลับมาดักฉันถึงหน้าประตูบ้านเพื่อแก้แค้นเนี่ยนะ?”
กู้หนานไม่อาจเข้าใจวงจรสมองของผู้ชายคนนั้นเลย
มาดักรอหน้าประตู เพราะไม่พอใจที่ฉันให้ข้อมูลกับคนไข้ในฐานะหมองั้นหรือ?
มันถึงกับต้องเอามีดมาฆ่าแกงกันเลยหรือไง?
อาจารย์หยางพร่ำขอโทษกู้หนานซ้ำ ๆ “หมอกู้ ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่คิดว่าเรื่องจะออกมาเป็นแบบนี้ ไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะสภาพจิตบิดเบี้ยวขนาดนี้”
กู้หนานเริ่มกลัวขึ้นมาเหมือนกันหลังจากได้ยินแบบนั้น
ไม่น่าเชื่อว่าการทำหน้าที่ตามจรรยาบรรณแพทย์จะเป็นการนำภัยเข้าตัว
ความจริงการที่ผู้ชายคนนั้นสามารถเก็บความลับดังกล่าวไว้ได้นานหลายปี ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน
ในใจเขาอาจจะคิดว่าถ้ามีลูกไม่ได้ก็เหมือนเป็นชายไม่สมชาย และอาจหวาดกลัวสายตาจากบุคคลภายนอก จึงเฝ้าดูภรรยากินยารักษาอย่างเห็นแก่ตัว ดีกว่าสารภาพความจริงกับเธอ
ทันทีที่ความลับถูกเปิดเผย จึงไม่สามารถยอมรับผลที่ตามมาจากการกระทำของตัวเองได้ ประกอบกับเมื่อได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากโลกภายนอก ผนวกกับการขอหย่าของภรรยา ทำให้ชายคนนี้เกิดอาการจิตใจบิดเบี้ยว
เขาถึงขั้นมาดักรอคนอื่นถึงหน้าบ้านเพื่อทำร้าย เป็นไปได้ว่าวันข้างหน้าเขาอาจจะย้อนกลับมาอีก
กู้หนานถามอาจารย์หยาง “เขาชื่ออะไรคะ? ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
อาจารย์หยางรีบบอกชื่อ ที่อยู่ และสถานที่ทำงานของผู้ชายคนนั้น เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วกู้หนานก็โทรติดต่อไปยังสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเพื่อรายงานสถานการณ์
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ส่งคนมาสอบสวน
โดยมีอาจารย์หยางให้ปากคำในฐานะพยาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็รออยู่ที่บ้านจนกระทั่งเวิงอิ่งและหวังฉีกลับมา
หลังได้เย็บแผล และได้รับยาปฏิชีวนะครบแล้ว หวังฉีก็กลับมาส่งเธอที่บ้าน
ตำรวจเริ่มสอบปากคำพวกเขาอีกครั้งพร้อมกับจดบันทึกไปด้วย
เมื่อเวิงอิ่งเผชิญหน้ากับตำรวจ เธอให้ปากคำด้วยความสะเทือนใจมาก “สหายตำรวจคะ พวกคุณต้องเร่งจับกุมตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด หมอกู้ท้องใกล้คลอดแล้ว ถ้าครั้งหน้าคนคนนั้นยังมาปองร้ายเธออีก ผลที่ตามมาคงร้ายแรงกว่านี้มาก”
“ไม่ต้องกังวลครับ”
เมื่อเห็นว่าแขนของเวิงอิ่งมีผ้าพันไว้ สภาพจิตใจของเธอก็ไม่สู้ดีนัก สหายตำรวจจึงพูดว่า “คุณอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป พวกเรารับปากว่าจะจัดการทุกอย่างให้คลี่คลายโดยเร็ว”
เวิงอิ่งชี้ไปที่หน้าอกของเธอแล้วพูดต่อ “ตอนนั้นปลายมีดของเขาเกือบแทงทะลุตำแหน่งหัวใจของฉันแล้ว ในสถานการณ์คับขันแบบนั้น ทำให้ฉันยกมือขึ้นปิดกั้นโดยสัญชาตญาณ โชคดีที่คุณหวังมาทันเวลา มีดจึงเฉือนแขนของฉัน ผู้ชายคนนั้นไม่ได้บ้าอย่างเดียว เขาจะฆ่าคนอยู่แล้ว”
“ไม่สิ เขาทำร้ายผิดคน เขาเข้าใจผิดนึกว่าฉันเป็นกู้หนาน ที่จริงเขาต้องการฆ่ากู้หนานต่างหาก”
เธอเน้นย้ำซ้ำ ๆ ด้วยอารมณ์โกรธ “นี่เข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่า แถมยังเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรงมาก พวกคุณไม่สามารถตัดสินลงโทษคนร้ายแค่สถานเบาเพียงเพราะเราป้องกันตัวได้ทันเวลา ทำให้ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตนะคะ”
ใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลยังระบุด้วยว่า บาดแผลของเธอร้ายแรงมาก ต้องเย็บถึงห้าเข็ม
หลังจากที่ตำรวจจดบันทึกปากคำเสร็จ พวกเขาก็ออกไปเพื่อทำเรื่องจับกุมคนร้าย
กู้หนานมองไปที่เวิงอิ่งด้วยความรู้สึกผิด “เสี่ยวอิ่ง ฉันขอโทษนะ เธอต้องมารับเคราะห์แทนฉัน”
เวิงอิ่งเห็นว่ากู้หนานตกใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนหน้าซีด อีกทั้งสีหน้ายังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ก็ฝืนยิ้มบนใบหน้าพลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรหรอกหนานหน่าน แค่บาดเจ็บนิดหน่อยเท่านั้นเอง บาดแผลภายนอกไม่นานก็หายแล้ว โชคดีที่วันนี้เป็นฉันที่ออกไป”
ถ้ากู้หนานออกจากบ้านพร้อมกับท้องใหญ่โตอย่างนี้ เธอไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
อาจารย์หยางมองกู้หนานสลับกับมองเวิงอิ่ง ยังไม่หยุดพูดขอโทษด้วยความเสียใจ “หมอกู้คะ ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ถ้ารู้แต่แรกฉันคงไม่แนะนำให้อาจารย์จางมาที่นี่”
“อาจารย์หยางคะ ถึงยังไงเรื่องก็เกิดขึ้นไปแล้ว อย่าเอาแต่โทษตัวเองเลยค่ะ”
พูดได้คำเดียวว่าเธอโชคไม่ดีเอง
ชาติที่แล้วเธอรักษาคนไข้มานับไม่ถ้วน เจอคนไข้ที่มีนิสัยสุดโต่งมาคอยก่อปัญหาก็มากมาย ผู้ป่วยหลายคนโกรธแค้นเพราะอาการหลังเข้ารับการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือบางครั้งโรคก็กำเริบด้วยตัวมันเอง แต่พวกเขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการรักษาของเธอ จึงบุกมาสร้างปัญหา
แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากมีชีวิตอยู่มาสองช่วงภพชาติ นี่ถือเป็นครั้งแรก
วันนี้กู้หนานไม่มีอารมณ์ที่จะรักษาผู้ป่วยแล้ว หวังฉีและแม่ของเขาจึงขอโทษขอโพยพวกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นก็ขอตัวจากไป