เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 733 พาคนป่วยมารักษา
บทที่ 733 พาคนป่วยมารักษา
กู้เจิ้งอันและกู้หลันอยู่ที่เมืองปักกิ่งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่จะกลับไปที่เมืองปินเฉิง
แต่เพราะพวกเขาต้องขับรถกลับ กู้หนานจึงกังวลมาก
เธอพูดกับกู้เจิ้งอัน “พ่อคะ บนถนนปลอดภัยหรือเปล่า ทำไมไม่นั่งรถไฟกลับกันล่ะ ทิ้งรถไว้ที่นี่ก่อนก็ได้”
แม่ของเธอกำลังตั้งครรภ์ ทั้งสองจะขับรถกลับเองแบบนี้ ทำให้เธอกลัวจริง ๆ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
กู้เจิ้งอันที่กำลังทำความสะอาดรถยกยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ถนนสายนี้กำลังพัฒนาอยู่ ระหว่างทางมีคนงานอยู่ตลอดทาง และมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขนของด้วย ลูกไม่ต้องกังวล”
“หนานหน่าน ไม่ต้องห่วงนะ แม่โทรหาคนขับรถบรรทุกของบริษัทเราแล้ว เขาจะมารับเราสองคนครึ่งทางน่ะ”
หลังจากที่กู้หลันมาถึงเมืองปักกิ่ง และได้ยินกู้หนานบ่นว่าทั้งสองคนกล้าเกินไป กู้หลันจึงรู้สึกกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากมีคนร้ายดักอยู่กลางทางเช่นกัน
แม้ว่าระยะทางจากเมืองปักกิ่งไปจนถึงเมืองปินเฉิงจะอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีคนอยู่ตลอดทาง
กู้เจิ้งอันที่อยู่ในวัยสี่สิบเศษยังคงทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มผู้ห้าวหาญ เขาไม่กลัวอะไรเลย
กู้หลันจึงโทรหาพนักงานของบริษัทเมื่อคืนนี้ และให้คนขับรถก็พาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทมาดักคอยระหว่างทางไว้
ได้ยินเช่นนั้น กู้หนานรู้สึกโล่งได้ และยกนิ้วให้กู้หลัน
“แม่คะ แม่ยังรอบคอบอยู่เสมอเลย แม่กับพ่อต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยให้มากนะคะ”
“หนานหน่าน ไม่ต้องกังวล เราจะโทรหาลูกเมื่อไปถึงปินเฉิงนะจ๊ะ”
เฉินหย่าจือเตรียมอาหารให้พวกเขานำไปไว้ในรถ
หลังจากส่งทั้งสองแล้ว กู้หนานและเฉินหย่าจือก็ถูกทิ้งไว้ที่บ้าน ส่วนลู่ฮ่าวและเดวิดต้องไปทำงานในช่วงกลางวัน และบางครั้งเฉินหย่าจือก็ต้องไปทำงานกับเดวิดด้วย ทำให้กู้หนานเบื่อการอยู่บ้านมาก
ความจริงมันก็สบายดี แต่เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง เธอกลับคิดถึงวันชื่นคืนสุขที่หลันเฉิง บ้านเกิดของเธอมาก
ที่นั่นมีญาติและเพื่อนฝูงมากมาย ทำให้ต้องยุ่งทั้งวัน แต่ตอนนี้ ทำได้เพียงเดินไปรอบ ๆ บ้านพักหลังใหญ่หลังนี้เพียงลำพังอย่างเบื่อหน่าย
เธอไม่ใช่คนเกียจคร้าน ตอนนี้เธออยากไปรักษาคนไข้จริง ๆ
เธอกวาดสายตามอง และความสนใจก็ไปตกที่ป้าหลิวที่กำลังทำความสะอาดโต๊ะอยู่
เธอเห็นว่าริมฝีปากของป้าหลิวแห้งผาก ถุงใต้ตาใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติ
เธอพูดกับป้าหลิว “คุณป้าคะ พักบ้างเถอะค่ะ มานั่งคุยกับฉันสักพักก็ได้”
ป้าหลิววางผ้าขี้ริ้วลง แล้วเดินไปหากู้หนาน “คุณหนานหน่าน มีอะไรหรือคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มาคุยกันเถอะ” กู้หนานดึงเธอให้นั่งลง แล้วมองเธอ “สุขภาพคุณป้าเป็นยังไงบ้างคะ?”
ป้าสะดุ้งเมื่อได้ยิน ก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วตอบว่า “หนานหน่าน ฉันสบายดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร ฉันสุขภาพดีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว เลยมีสุขภาพดีกว่าสามีอีกค่ะ”
เมื่อเห็นว่าเธอกังวลมาก กู้หนานก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุณป้า นั่งลงสิคะ ฉันจะจับชีพจรให้”
“ทำไมต้องตรวจชีพจรด้วยล่ะ?”
คุณป้ารู้ว่ากู้หนานเป็นแพทย์แผนจีน เมื่อเห็นเธออยากสัมผัสชีพจรของตน จู่ ๆ หัวใจเธอก็ตึงเครียด
เป็นไปได้ไหมว่าเธอมีอาการป่วยร้ายแรง ที่กู้หนานสังเกตเห็นได้?
นึกถึงความเป็นไปได้นี้ หัวใจของป้าหลิวก็สั่นเทา ขาก็อ่อนแรงด้วยความตกใจ
ถ้ากู้หนานวินิจฉัยว่าเธอป่วยจริง ๆ คงจะไล่เธอออกแน่นอน
แล้วเธอจะหางานที่มีเงินเดือนดี และงานสบายแบบนี้ได้ที่ไหน?
ที่สำคัญคือเธอป่วยเป็นโรคอะไร?
“คุณป้า ขอมือหน่อยสิคะ แล้วฉันจะตรวจให้ ยังไงซะตอนนี้ฉันก็ว่างอยู่แล้ว”
กู้หนานจับข้อมือของป้าหลิว แล้วเริ่มสัมผัสชีพจร
ทั้งกายและใจของป้าหลิวสั่นสะท้าน
กู้หนานมองมือที่สั่นเทาของอีกฝ่าย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณป้า ทำไมถึงกังวลล่ะ? ฉันแค่จะตรวจชีพจรดูเท่านั้น”
ป้าหลิวพูดอย่างไม่สบายใจว่า “หนานหน่าน ฉันสบายดีจริง ๆ ค่ะ ไม่ได้ป่วย ฉันเพิ่งตรวจร่างกายเมื่อสองสามปีที่แล้วเอง”
“คุณป้า อย่าเพิ่งพูดค่ะ ตอนตรวจชีพจรพูดไม่ได้นะคะ”
ป้าหลิวทำได้เพียงปล่อยให้เธอสัมผัสชีพจรของตนต่อไป
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันค่อนข้างยาวนาน
หลังจากตรวจชีพจร กู้หนานขอให้เธออ้าปาก เพื่อตรวจดูลิ้น
คุณป้ากลัวมากจนปากสั่น
แต่ถูกบังคับให้อ้าปาก
“อืม…” กู้หนานสังเกตลิ้นของป้าหลิว สีหน้าของหญิงสาว บ่งบอกว่าสามารถยืนยันการคาดเดาเมื่อสักครู่นี้ได้แล้ว
“หนานหน่าน มีอะไรหรือเปล่า? สุขภาพของฉันผิดปกติหรือเปล่าคะ?
“คุณป้า ม้ามกับกระเพาะไม่ค่อยดี ย่อยอาหารยากหรือเปล่าคะ? แสบร้อนทางเดินอาหารไหมคะ?”
“เอ๊ะ? เหมือนว่าจะมีอาการเหล่านี้นะ”
แม้ป้าหลิวจะลังเล แต่ก็ยอมรับ
สิ่งที่กู้หนานพูดนั้นถูกต้อง ท้องไส้ของเธอไม่ค่อยดีนัก กินอาหารเข้าไปแล้วก็ย่อยได้ไม่ค่อยดี แต่เธอไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้เลย
เธออายุเกือบห้าสิบแล้ว จึงไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับตอนยังเป็นเด็กได้
อีกทั้งการทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านของกู้หนาน ในแต่ละวันก็ไม่ค่อยมีงานหนักมากนัก ส่วนใหญ่ก็ทำแค่อาหารสามมื้อ
“หนานหน่าน อาการของฉันร้ายแรงไหมคะ?” ป้าหลิวถามอย่างระมัดระวัง
กู้หนานตอบว่า “ไม่ร้ายแรงค่ะ แค่กินยาบำรุงกระเพาะ และใส่ใจกับอาหารให้ดีก็พอ”
ป้าหลิวถามเบา ๆ “มันจะไม่ส่งผลกระทบต่องานใช่ไหม?”
“ไม่แน่นอนค่ะ หลายคนมีภาวะเกี่ยวกับทางเดินอาหารนี้ ป้าแค่ต้องใส่ใจเรื่องอาการให้ดีค่ะ”
ได้ยินคำพูดของกู้หนาน ป้าหลิวก็ยกมือทาบอก แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไอ้หยา คุณทำให้ฉันกลัวแทบตาย คิดว่าตัวเองป่วยหนักซะแล้ว”
“ฉันกลัวว่าคุณจะไล่ฉันออกถ้าฉันป่วย หัวใจแทบวายเลยค่ะ”
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลเกินความคาดหมายป้าหลิว ปากของกู้หนานก็กระตุกเบา ๆ
“ฉันแค่เบื่อเพราะไม่มีอะไรทำ เลยนึกสนุกอยากตรวจชีพจรให้ป้า แต่ทำให้ป้าคิดไปไกลเลยหรือคะ?”
ทำให้ป้าหลิวหวาดกลัว กู้หนานรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
คนงานนั้นน่าเห็นใจ
เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่เป็นอะไร แค่ต่อไปต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น”
“ถ้ามันไม่กระทบงานของฉันก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ฉันยังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร ถ้าไม่ไม่ได้ทำงานนี้”
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
“งั้นฉันจะไปทำความสะอาดสวนแล้วนะคะ”
กู้หนานมองดูป้าหลิววิ่งหนีไป ราวกับว่าได้รับการอภัยโทษ แล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้น และคิดว่าจะกลับไปอ่านหนังสือที่ห้อง
ทันทีที่นั่งลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
กู้หนานรับสาย
คนที่โทรมาคืออาจารย์หยาง ภรรยาของผู้อำนวยการหวัง
เมื่อได้ยินเสียงอาจารย์หยาง กู้หนานก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วพูดอย่างสุภาพว่า “อาจารย์หยาง สวัสดีค่ะ”
[เสี่ยวกู้ วันนี้เธอยุ่งหรือเปล่า?] เสียงของอาจารย์หยางฟังดูอ่อนโยนกว่าครั้งสุดท้ายที่พบกันมาก
กู้หนานตอบว่า “ไม่ยุ่งเลยค่ะ อยู่บ้านเฉย ๆ”
[เสี่ยวกู้ ฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาเธอ] อาจารย์หยางที่อยู่ปลายสายพูด
กู้หนานพิงหัวเตียง ถือโทรศัพท์แล้วพูดว่า “อาจารย์หยางบอกมาได้เลยค่ะ”
[พอดีว่าฉันมีเพื่อนร่วมงานที่สุขภาพไม่ค่อยดี เลยอยากให้ช่วยตรวจดูให้หน่อย สะดวกหรือเปล่า?]
อาจารย์หยางแสดงคำขอ
กู้หนานขมวดคิ้วเล็กน้อย อาจารย์หยางจะแนะนำคนไข้ให้เธอหรือ?
เธอที่รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่แล้วจึงถามไปว่า
“เพื่อนร่วมงานของอาจารย์เป็นอะไรหรือคะ?”
อาจารย์หยางชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า [คือว่าประจำเดือนของเธอมาไม่ปกติ จนรู้สึกไม่สบาย หล่อนมาหาฉันเมื่อสองวันก่อน และได้ยินว่าฉันกำลังรักษาตัวกับเธออยู่ จึงอยากให้ฉันช่วยแนะนำให้ ถ้าสะดวกฉันจะพาหล่อนไปที่นั่นนะ]
กู้หนานยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าคุณสะดวก และไม่กลัวว่าจะเกิดปัญหาให้กับผู้อำนวยการหวังก็มาได้เลยค่ะ”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้อาจารย์หยางรู้สึกอับอายมาก
เธอหัวเราะแห้ง ๆ แล้วอธิบายให้กู้หนานฟัง [เสี่ยวกู้ อย่าถือสาเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลยนะ]
[ฉันได้ยินมาจากผู้อำนวยการหวังว่า บริษัทของเดวิดได้หารือเรื่องความร่วมมือกับโรงพยาบาลแล้ว เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลของพวกเขามาก เมื่อก่อนฉันคิดมากไปเอง อย่าโกรธเคืองกันเลย มันเป็นเพราะมีคนเข้าหาผู้อำนวยการหวังมากเกินไป ฉันเลยกังวลเกินไปเองน่ะ]
กู้หนานกล่าวว่า “ฉันเข้าใจค่ะ คุณเป็นอาจารย์ที่เที่ยงธรรมและมีมนุษยธรรมค่ะ”
“งั้นตอนบ่ายเจอกันนะคะ”