เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 730 ฉันอยากมีลูกชายที่เก่งแบบเธอจริง ๆ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 730 ฉันอยากมีลูกชายที่เก่งแบบเธอจริง ๆ
บทที่ 730 ฉันอยากมีลูกชายที่เก่งแบบเธอจริง ๆ
กู้เจิ้งอันและเดวิดหยิบถุงน้อยใหญ่ทั้งหมดจากท้ายรถของกู้เจิ้งอัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอาหารเสริมที่กู้เจิ้งอันซื้อมาให้กู้หนานโดยเฉพาะ
“พ่อคะ ทำไมซื้อของมามากมายอย่างนี้ล่ะ? ที่ปักกิ่งมีครบทุกอย่างอยู่แล้วนะคะ” เมื่อมองดูกล่องบรรจุภัณฑ์ พบว่าก็ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเหมือนกัน หลายอย่างก็เป็นสิ่งของที่ไม่จำเป็น
“กว่าพวกเราจะมาถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย จะให้เรามาโดยที่ไม่เอาอะไรมาฝากลูกเลยได้ยังไง?”
กู้เจิ้งอันมองลูกสาวของเขา ถามด้วยความกังวลว่า “หนานหน่าน ตอนนี้ลูกไม่สะดวกไม่ใช่หรือ? จะเดินขึ้นห้างไปซื้อของได้ยังไง”
กู้หนานตอบกลับ “ไปได้สิคะ ฉันกับแม่ไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หนาน กู้เจิ้งอันก็เสนอทันทีว่า “งั้นเราไปห้างสรรพสินค้าปักกิ่งกันเถอะ จะได้เลือกซื้อรถเข็นเด็กกับเปลนอนสำหรับเด็กไว้เลย”
“พ่อคะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามเดือนก่อนที่เขาจะคลอด อย่าเพิ่งรีบซื้อไปเลยค่ะ”
รถเข็นเด็กยังไม่ใช่ของที่ต้องเตรียมไว้อย่างเร่งด่วน ถึงแม้เด็กเพิ่งคลอด ก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้มัน
กู้เจิ้งอันแย้ง “พ่อคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน จริง ๆ ก่อนมาที่นี่พ่อซื้อทุกอย่างไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ปินเฉิงแล้ว แต่ขนทั้งหมดใส่รถยนต์มาไม่หมดจริง ๆ”
“แม่คะ ช่วยห้ามพ่อเขาหน่อยสิ” กู้หนานทำได้เพียงหันมองไปทางกู้หลันเพื่อขอความช่วยเหลือ
แม่สามีของเธอและลู่ฮ่าวเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเอาไว้หมดแล้วเพื่อรอเด็กคลอดออกมา ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อตอนนี้ ดีไม่ดีจะกลายเป็นเปลืองพื้นที่ใช้สอยในบ้านเปล่า ๆ
กู้หลันส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันปรามเขาไม่ได้จริง ๆ ขนาดบ้านในปินเฉิงยังเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รถเข็นเด็ก เปลนอน ไหนจะของเล่น เขาซื้อทุกอย่างมาสองเท่า เตรียมไว้สำหรับลูกและหลานอย่างละหนึ่ง แต่ในรถเต็มไปด้วยอาหารเสริมจนไม่มีที่ว่างให้ของอย่างอื่นเลย เขาตั้งใจไว้ว่าถ้ามาถึงปักกิ่งแล้วจะซื้อแยกต่างหาก ส่วนของที่ปินเฉิง พวกเราจะเก็บไว้ใช้เผื่อวันหนึ่งเธอพาลูกไปที่นั่นด้วยนะ”
“พ่อ ของพวกนั้นยังไม่จำเป็นจริง ๆ ค่ะ”
กู้เจิ้งอันมองหน้ากู้หนาน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “หนานหน่าน ตอนที่ลูกยังเด็ก พ่อไม่เคยซื้ออะไรให้ลูกเลย ยิ่งคิดพ่อก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อมีโอกาสแล้วพ่อไม่อยากปฏิบัติต่อหลานของพ่อแบบนั้นอีก”
กู้หนานกลัวว่าพ่อจะร้องไห้ถ้าเธอยังยืนกรานปฏิเสธ ดังนั้นจึงได้แต่ประนีประนอม “ก็ได้ค่ะ ในเมื่อพ่ออยากซื้อ ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นเถอะ”
“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี ลู่ฮ่าวได้หยุดงานพักผ่อน ไว้พวกเราค่อยไปด้วยกัน”
กู้หนานสังเกตเห็นว่ากู้หลันนั่งอยู่นานแล้วแอบยกมือขึ้นลูบเอวตัวเอง จึงพูดกับกู้เจิ้งอันว่า “พ่อคะ พาแม่เข้าไปนอนพักก่อนเถอะ”
ป้าแม่บ้านได้ทำความสะอาดห้องไว้รองรับพวกเขาแล้ว
“อืม เข้าไปพักสักหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่”
กู้เจิ้งอันและกู้หลันเข้าไปในห้องพักเพื่อพักผ่อน เฉินหย่าจือหันมาพูดกับกู้หนานว่า “แม่รู้สึกว่าพ่อของเธอเขาดูร่าเริงมากกว่าเมื่อก่อนมาก แถมยังยิ้มบ่อยขึ้น”
กู้หนานก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวของผู้เป็นพ่อโดยธรรมชาติ จึงตอบกลับยิ้ม ๆ “เขากำลังจะได้เป็นทั้งพ่อคนและตาของหลาน จะไม่ให้มีความสุขได้ยังไงคะ?”
เดวิดพูดเสริม “ใช่ หัวหน้ากู้ก็อายุมากแล้ว ไม่แปลกหรอกที่เขาจะอารมณ์ดี”
เฉินหย่าจือได้ยินคำพูดของเดวิด จึงมองหน้าเขาจากด้านข้าง
ใบหน้าเดวิดยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม จนไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าเจือความโดดเดี่ยวของเฉินหย่าจือ
กู้หนานกำลังแยกกองของฝาก เธอตอบกลับว่า “ใช่ค่ะ พ่อของฉันอายุมากแล้ว”
ผู้หญิงสามารถรับรู้ได้ถึงความอ่อนไหวโดยสัญชาตญาณ เมื่อกู้หนานพูดแบบนี้ ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง จึงเงยหน้ามองเดวิดและเฉินหย่าจือ
เดวิดมีรอยยิ้มประดับใบหน้า แต่เฉินหย่าจือกลับเศร้าหมองไปเล็กน้อย
เธอมองเห็นแววตาเครียดในดวงตาของเฉินหย่าจือตอนนี้ จึงรับรู้ได้ทันทีว่าเฉินหย่าจือเองก็กำลังคิดมากเหมือนกัน
กู้หนานหันไปบอกป้าแม่บ้าน “คุณป้าคะ ช่วยจัดการกับของพวกนี้ที”
“ค่ะ ฉันจะเอาไปเก็บเรียงไว้ในตู้”
คุณป้าหอบของฝากต่าง ๆ ไปเก็บเข้าที่ ใช้เวลาสักพักกว่าจะจัดของทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
กู้หนานมองเฉินหย่าจือ และเสนอขึ้นว่า “คุณแม่ ลุงเดวิด เย็นนี้พวกเราออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารกันดีกว่า จะได้ถือโอกาสพาพ่อแม่ออกไปชมวิวเมืองปักกิ่งยามค่ำคืนด้วยไงคะ”
เฉินหย่าจือตอบรับ “อืม ดีเหมือนกันจ้ะ”
“คุณป้า คืนนี้ไม่ต้องทำกับข้าวนะคะ พวกเราจะออกไปกินข้าวข้างนอกกัน”
กู้หนานยืนขึ้น ตะโกนบอกคุณป้าที่กำลังเก็บของย้ำอีกว่า “ทำกับข้าวสำหรับคุณคนเดียวก็พอค่ะ”
“ค่ะ เข้าใจแล้ว”
“ลุงเดวิด คุณแม่ ฉันขอเข้าไปพักในห้องก่อนนะคะ”
กู้หนานเข้าไปในห้อง นั่งอยู่คนเดียวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ระหว่างนั้นก็อดคิดไม่ได้
พ่อของเธอกำลังจะได้เป็นพ่อคนอีกครั้ง
ลุงเดวิดจะรู้สึกอิจฉาเขาบ้างไหม?
เขามีธุรกิจใหญ่โตขนาดนั้นอยู่ในความดูแล แก่ตัวไปแล้วถ้าไม่มีทายาทของตัวเอง เขาคงรู้สึกว่างเปล่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ด้วยอายุและสุขภาพร่างกายของเฉินหย่าจือ การมีลูกคนที่สองคงเป็นเรื่องยากกว่ากู้หลัน
กู้หนานคิดกับตัวเองว่าอีกหน่อยเธอและลู่ฮ่าวจะพยายามทำงานให้หนักขึ้น หารายได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาเงินของเฉินหย่าจือบ่อย ๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เดวิดจะได้ไม่มีความรู้สึกอยากมีลูกชายเป็นของตัวเอง
หลังจากที่ลู่ฮ่าวกลับมา ทุกคนก็ออกไปทานอาหารเย็นด้วยกัน
โชคดีที่มีร้านอาหารอยู่ใกล้บ้าน ทุกคนจึงค่อย ๆ เดินไปโดยไม่ต้องขับรถ
เมื่อไม่ต้องขับรถ กู้เจิ้งอันจึงสั่งไวน์มาหนึ่งขวด แล้วรินให้ผู้ชายทั้งสองบนโต๊ะอาหารดื่มรวมถึงตัวเขาเองด้วย
กู้เจิ้งอันชอบดื่มกับลู่ฮ่าวเป็นพิเศษ
ลูกเขยคนนี้ ปกติแล้วมักจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่และสงบเสงี่ยม แต่ถ้าไวน์ไหลลงคอเมื่อไหร่ เขาจะช่างพูดช่างจาจนยอมเรียกตนว่าพ่อ
กู้เจิ้งอันเปิดจุกไวน์ แล้วหันไปพูดกับสาว ๆ ว่า “น่าเสียดายที่สาว ๆ ดื่มกันไม่ได้ หนุ่ม ๆ อย่างพวกเราคงต้องรับจบอีกแล้วสินะ”
ลู่ฮ่าวเอื้อมไปหยิบขวดไวน์มา แล้วรินไวน์ให้พวกเขา “คุณพ่อ ลุงเดวิด เดี๋ยวผมรินให้เองครับ”
หลังจากรินไวน์เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เทเครื่องดื่มให้กับกู้หนานและคนอื่น ๆ หลังจากนั้นเดวิดก็เสนอว่า “วันนี้เป็นโอกาสหายากที่พวกเราจะได้มารวมตัวกัน มา ทุกคนชนแก้วกันเถอะ”
“แม่ หนานหน่าน ชนแก้วกันเถอะ”
ทั้งกู้เจิ้งอันและเดวิดกระดกดื่มหมดแก้ว กู้เจิ้งอันยกแก้วไวน์ขึ้นมา มองดูลูกเขยของตัวเองด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “เสี่ยวฮ่าว ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยจริง ๆ ว่าเธอจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในเวลาสั้น ๆ หลังจากย้ายมาที่เมืองใหญ่ได้ไม่กี่เดือน พวกเราทุกคนภูมิใจในตัวเธอมาก”
ลู่ฮ่าวเหลือบมองเดวิดแล้วพูดว่า “พ่อครับ เรื่องนี้คงไม่ราบรื่นอย่างที่เห็น ถ้าขาดความช่วยเหลือจากลุงเดวิดไป”
เดวิดยิ้มรับ “เพราะเธอเขียนบทความคุณภาพจนได้รับการตีพิมพ์เลยได้โควตามาเพราะความสามารถของตัวเองต่างหาก”
“แต่ถ้าคุณลุงไม่มอบโควตาให้กับโรงพยาบาลปักกิ่ง ต่อให้บทความของผมได้รับการตีพิมพ์ ก็ไม่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศอยู่ดีครับ”
ลู่ฮ่าวลุกขึ้น รินเครื่องดื่มอีกแก้วให้เดวิด “ผมอยากดื่มอวยพรคุณลุงครับ”
จากนั้นก็พูดต่อไปอย่างจริงใจ “ขอบคุณสำหรับกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการพัฒนาเวชศาสตร์ศัลยกรรมกระดูกและข้อให้กับประเทศของเรา”
“ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างแม่ของผมมาโดยตลอด”
เดวิดยกแก้วไวน์ขึ้นมาอย่างให้ความร่วมมือ พูดว่า “เราทุกคนต่างเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าสุภาพเกินไปเลยน่า”
“ครับ เราคือครอบครัวเดียวกัน”
“ใช่แล้ว พวกเราทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน” กู้เจิ้งอันจับมือพวกเขาอีกครั้ง “มา พวกเราสามคนหมดแก้ว”
เนื่องจากอาชีพของเขา โดยปกติแล้วลู่ฮ่าวจะกินแอลกอฮอล์น้อยมากในทุก ๆ โอกาส นอกเหนือจากเวลาที่เขากับกู้เจิ้งอันดื่มด้วยกัน ตอนแต่งงานกับกู้หนานแล้ว เขาก็พยายามควบคุมกำลังตัวเองไม่ให้เมาจนเกินไปมาตลอด
แต่วันนี้ กู้เจิ้งอันกับเดวิดพูดคุยกันออกรสมากที่สุด ในขณะที่ลู่ฮ่าวเป็นผู้ฟังอยู่เงียบ ๆ เมื่อพวกเขาออกมาจากโรงแรม ลู่ฮ่าวประคองกู้หนาน เฉินหย่าจือประคองกู้หลัน ส่วนเดวิดกับกู้เจิ้งอันกอดคอกันเอง
ถึงเดวิดไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน แต่เขาก็อาศัยอยู่ในย่านไชน่าทาวน์ ทั้งยังมีเพื่อนมากมายที่เป็นคนร่วมชาติ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับเกมไชฉวน[1]*และเกมอื่น ๆ เป็นอย่างดี เวลาปกติเขาจะวางมาดสุขุมตามแบบนักธุรกิจใหญ่ แต่วันนี้เขาทำตัวเป็นกันเองเป็นพิเศษ มีปฏิสัมพันธ์กับกู้เจิ้งอันในฐานะพี่น้อง
จากระยะเวลาเดินเท้าแค่สิบนาที พอเมากลับใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงเต็ม หลังจากลู่ฮ่าวเดินไปส่งกู้หนานถึงบ้านแล้ว เขาก็วิ่งออกมาพากู้เจิ้งอันและเดวิดที่ยังเดินโซซัดโซเซอยู่บนถนนสายหลักกลับบ้าน
เฉินหย่าจือกับกู้หลันเป็นห่วงพวกเขา ไม่กล้ากลับเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องทันที จึงออกมายืนรอพวกเขาอยู่หน้ารั้วบ้าน
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ลู่ฮ่าวพูดกับเฉินหย่าจือและกู้หลันว่า “แม่ครับ เข้าไปก่อนเถอะ ผมจะพาพวกเขาเข้าไปในบ้านเอง”
เมื่อเห็นลู่ฮ่าว เดวิดก็เลิกกอดคอกับกู้เจิ้งอัน โงนเงนไปคว้าแขนของลู่ฮ่าวพลางมองหน้าเขา “เสี่ยวฮ่าว เธอเป็นลูกชายที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
พูดพร้อมกับตบไหล่ลู่ฮ่าว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโดดเดี่ยว “ฉันก็อยากมีลูกชายเก่ง ๆ เหมือนเธอสักคน”
[1] เกมไชฉวน ก็คือเกมเป่ายิงฉุบ แต่กรณีนี้สำหรับคนแพ้จะถูกปรับโดยการดื่มเหล้า