เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 727 โรงพยาบาลวางแผนแย่งบุคลากร
บทที่ 727 โรงพยาบาลวางแผนแย่งบุคลากร
เมื่อได้ยินว่ากู้หนานอาสาอ่านรายชื่อยาให้กับเขา เนี่ยเหล่าจึงระมัดระวังมากขึ้น [เดี๋ยวก่อน ฉันจะเข้าไปเขียนในห้องด้านหลัง]
เขาเตรียมปากกาและกระดาษให้พร้อมสำหรับจด ทุกครั้งที่กู้หนานท่องตัวยาให้เขาฟัง เขาก็แสดงสีหน้าเข้าใจบนใบหน้าอย่างไม่ปิดบัง
ที่แท้ก็มีวิธีรักษาอย่างนี้นี่เอง
เยี่ยมเลย เยี่ยมมากจริง ๆ
หญิงสาวคนนี้มีทักษะความรู้รอบด้าน ทั้งยังมีความเข้าใจเรื่องยามากกว่าหลานชายงี่เง่าของเขาอย่างเนี่ยอวิ๋นเสียอีก
กู้หนานท่องรายการตัวยาให้กับเนี่ยเหล่าจนครบแล้ว ก็ไม่ลืมบอกวิธีการทำยาและการบดเป็นผงให้กับเขาด้วย
เนี่ยเหล่ายังถามย้ำอีกหลายคำถามเกี่ยวกับวิธีการผสมยาที่ถูกต้อง
ขั้นตอนการทำยา รวมถึงขั้นตอนเตรียมยาต่าง ๆ ล้วนมีความสำคัญมาก การผสมยาอย่างถูกต้องในสัดส่วนที่เหมาะสมเท่านั้นถึงจะรับประกันได้ว่ายาจะมีประสิทธิภาพในระดับสูงสุด
พวกเขาเพิ่งจะพูดคุยกันได้ไม่นาน ป้าแม่บ้านก็รีบวิ่งออกมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ
คุณป้าตะโกนเรียกเธอ “เสี่ยวกู้ มีคนถามหาหมอลู่แน่ะ”
สีหน้าของกู้หนานสดใสขึ้นทันตาเห็นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น รีบกรอกเสียงไปตามสายว่า “เท่านี้ก่อนนะคะคุณตา ฉันมีธุระสำคัญต้องรีบไปจัดการก่อน”
กู้หนานวางสายโทรศัพท์ แล้วหยิบโทรศัพท์มาจากคุณป้าอย่างรวดเร็ว
เธอถามอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ เรียนสายใครคะ?”
[ฉันโทรมาจากสำนักพิมพ์วารสารการแพทย์กั่งเฉิงค่ะ คุณลู่ฮ่าวอยู่หรือเปล่าคะ?]
เมื่อกู้หนานได้ยินว่าปลายสายโทรมาจากสำนักพิมพ์วารสารการแพทย์ เธอก็ดีใจมาก ตอบกลับว่า “ตอนนี้ลู่ฮ่าวติดเคสผ่าตัดอยู่ค่ะ ฉันเป็นภรรยาของเขา ขอถามแทนเขาได้ไหมคะว่ามีเรื่องอะไร?”
[คืออย่างนี้ค่ะ บทความของคุณลู่ฮ่าวผ่านการตรวจสอบจากทางเราแล้ว และจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารรอบวันจันทร์หน้า เราก็เลยโทรกลับมาเพื่อสอบถามที่อยู่ทางไปรษณีย์ของเขาค่ะ]
ทันทีที่กู้หนานได้ยินข่าวดี เธอก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น “จริงหรือคะ? บทความวิชาการทางการแพทย์ของลู่ฮ่าวผ่านการพิจารณาและพร้อมตีพิมพ์แล้วใช่ไหม?”
[ใช่ค่ะ]
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
หลังจากที่กู้หนานวางสาย เธอก็ลูบหน้าอกตัวเองด้วยความตื่นเต้นสุดขีด คุณป้าก็ตกใจมาก รีบเข้าไปช่วยประคองเธอ
“เสี่ยวกู้ คุณท้องอยู่นะคะ อย่าลืมระมัดระวังตัวเองด้วย”
กู้หนานยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงตื่นเต้นไปหน่อย”
เธอตั้งใจว่าจะโทรหาลู่ฮ่าว แต่เมื่อเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือในมือ ก็ตระหนักว่าโทรศัพท์ของลู่ฮ่าวอยู่กับตัวเองนี่นา
ดังนั้นเธอโทรไปที่หมายเลขประจำห้องทำงานของผู้อำนวยการหวังเพื่อตามหาคน
โทรศัพท์ในห้องทำงานของผู้อำนวยการหวังดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนที่จะมีคนรับสาย กู้หนานรีบบอกว่าเธอต้องการขอสายลู่ฮ่าว
ผู้อำนวยการหวังได้ยินเสียงกู้หนาน ใบหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที ตอนนี้กู้หนานกำลังตั้งท้อง แถมน้ำเสียงของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวลบางอย่าง จึงรีบถามว่า [เสี่ยวกู้ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? หรือรู้สึกไม่สบาย? ให้ผมติดต่อโรงพยาบาลให้ส่งรถไปรับได้นะ]
กู้หนานตอบว่า “ผู้อำนวยการหวัง ฉันสบายดีค่ะ ไม่ต้องห่วง”
เมื่อกู้หนานได้ยินว่าผู้รับสายเป็นผู้อำนวยการหวัง เธอก็ไม่รีบร้อนที่จะตามหาลู่ฮ่าวอีก รีบบอกข่าวดีให้ผู้อำนวยการหวังรับทราบ “เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ เมื่อกี้นี้สำนักพิมพ์วารสารการแพทย์โทรมาแจ้งว่าบทความเชิงวิชาการของลู่ฮ่าวได้รับการตีพิมพ์แล้ว วันนี้เขาไม่ได้พกโทรศัพท์ไป ทันทีที่ฉันรู้ข่าวก็เลยรีบโทรหาเขาโดยตรงค่ะ”
[ตีพิมพ์แล้วหรือ?] ผู้อำนวยการหวังค่อนข้างตื่นเต้นเมื่อได้ยินข่าวดีดังกล่าว
กู้หนานตอบ “ใช่ค่ะ ฉันตั้งใจว่าจะโทรมาแจ้งคุณอยู่พอดี น่าจะได้รับวารสารตัวอย่างภายในวันจันทร์ค่ะ”
“เยี่ยมไปเลย เยี่ยมไปเลย เสี่ยวลู่เก่งจริง ๆ เขาคือดาวดวงใหม่ของวงการศัลยแพทย์กระดูกและข้อของเรา”
เมื่อผู้อำนวยการหวังได้ยินข่าวดี เขารู้สึกยินดีที่ได้รู้ว่าวงการแพทย์กำลังจะมีคนรุ่นใหม่มาสืบทอดแล้ว ในฐานะอาจารย์ เขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าตัวลู่ฮ่าวเองเสียอีก
กู้หนานถามต่อ “ผู้อำนวยการหวัง ตอนนี้ลู่ฮ่าวคงยุ่งอยู่ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นรบกวนบอกต่อข่าวดีให้เขารู้ด้วยนะคะ”
[ได้ ผมจะแจ้งเขาทันที]
ผู้อำนวยการหวังไม่เพียงบอกข่าวดีกับลู่ฮ่าวแบบปากเปล่าเท่านั้น ยังนัดหมายจัดประชุมภายในแผนกด้วย เพื่อยกย่องความสามารถของลู่ฮ่าวและให้ทุกคนแสดงความยินดี
จากนั้น เขาก็ไปที่ห้องทำงานของฝ่ายบริหาร
นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะสำนักพิมพ์วารสารการแพทย์กั่งเฉิง เป็นสำนักตีพิมพ์วารสารเชิงวิชาการที่เชื่อถือได้ การที่บทความของลู่ฮ่าวผ่านการพิจารณาและได้รับการตีพิมพ์ ถือเป็นการยืนยันถึงความสามารถของลู่ฮ่าว และยังเป็นการพิสูจน์ว่าเขาประสบความสำเร็จมากแค่ไหนในการวิจัยเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ขาเทียมแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
หลังจากฟังการแนะนำอย่างมืออาชีพของผู้อำนวยการหวังเกี่ยวกับบทความเชิงวิชาการของลู่ฮ่าวแล้ว เลขานุการเฉินก็ใช้สิทธิ์ตัดสินใจขั้นสุดท้าย “ผู้อำนวยการหวัง เลือกหมอลู่ฮ่าวเข้าร่วมการประชุมสัมมนาครั้งนี้ด้วย”
แน่นอนว่าผู้อำนวยการหวังไม่คัดค้านเรื่องนี้
ลู่ฮ่าวชนะการแข่งขันจนได้รับโควตาด้วยตัวเอง ไม่มีใครมีข้อกังขา
เลขานุการเฉินพูดต่อว่า “อีกเรื่อง คุณลองไปคุยกับลู่ฮ่าวดู หลังจากระยะเวลาการฝึกอบรมสิ้นสุดลง เขาสามารถบรรจุเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลนี้และเริ่มงานได้ทันที ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่หลันเฉิง”
“เลขานุการเฉินครับ นี่…” ผู้อำนวยการหวังลังเล
“ทำไม?” เลขานุการเฉินเหลือบมองผู้อำนวยการหวัง “คุณไม่อยากได้เขามาทำงานกับเราหรือ?”
ผู้อำนวยการหวังส่ายหน้า “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่เกรงว่าโรงพยาบาลหลันเฉิงคงไม่ยอมปล่อยเขาหลุดมือแน่”
ถ้าเหล่าเย่รู้เรื่องนี้เข้า ผู้ชายคนนั้นต้องตามมาฆ่าเขาแน่ ๆ
หมอรุ่นใหม่มากพรสวรรค์ที่อายุยังน้อยและมีอนาคตไกลคนนี้ ไม่ว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนต้องการ
เลขานุการเฉินไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ “เรื่องการตัดสินใจขึ้นอยู่กับสหายลู่ฮ่าว ถ้าเขาเห็นด้วย โรงพยาบาลหลันเฉิงก็ต้องเคารพทางเลือกของเขา”
เขาเชื่อว่าลู่ฮ่าวไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยอมรับกิ่งมะกอก[1]*ซึ่งโรงพยาบาลปักกิ่งเสนอให้
ตราบใดที่เขาตัดสินใจยื่นมือไปรับ ไม่ว่าอย่างไรโรงพยาบาลหลันเฉิงก็ต้องยอมปล่อยมือจากเขา
ผู้อำนวยการหวังไม่พูดถึงหัวข้อบทสนทนานี้อีก “ตอนนี้ยังอีกนานกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาฝึกอบรม ไว้เราค่อยพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลังแล้วกันครับ”
ถึงอย่างนั้นเลขานุการเฉินก็ตั้งเป้าเอาไว้ชัดเจนมาก “คุณลองคุยเสนอไว้ล่วงหน้าก็ดีนะ เสี่ยวลู่เป็นคนมีพรสวรรค์ เขาทั้งเข้มงวดและจริงจังกับวิชาชีพแพทย์มาก ทั้งยังสามารถตีพิมพ์บทความวิชาการลงในวารสารที่น่าเชื่อถือตั้งแต่อายุยังน้อย เราควรรับเขาเข้ามาเป็นบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพให้ดี ยังไงเราก็ต้องการศัลยแพทย์รุ่นใหม่ไฟแรงที่เก่งด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว และลู่ฮ่าวมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์นั้น หลังจากโอนย้ายสังกัดแล้ว บทความฉบับต่อ ๆ ไปของเขาจะตีพิมพ์ในนามโรงพยาบาลของเรา เข้าใจไหม?”
ผู้อำนวยการหวังอดชื่นชมไม่ได้ ผู้บริหารก็คือผู้บริหารอยู่วันยังค่ำ
เขาตอบกลับ “เข้าใจแล้วครับ”
“นอกจากนี้ เขายังมีความสัมพันธ์พิเศษกับบริษัทอุปกรณ์การแพทย์วิคเตอร์อีก… ผมจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ก็แล้วกัน” เลขานุการเฉินมองผู้อำนวยการหวังอย่างมีความหมาย แน่นอนว่าความหมายนั้นชัดเจนในตัวมันเอง
เมื่อผู้อำนวยการหวังออกมาจากห้องทำงานของเลขานุการเฉิน และกลับมาที่ห้องทำงานของเขาเอง เขาก็เรียกลู่ฮ่าวไปหาทันที
เพราะมีการประชุมแผนกก่อนหน้านี้ ลู่ฮ่าวจึงยังไม่รู้ข่าวดี
ดังนั้นวิธีเดียวที่จะแจ้งข่าวดีกับเขาได้ก็คือรอจนกว่าอีกฝ่ายจะเลิกงานเท่านั้น
เขาเรียกลู่ฮ่าวเข้ามาพลางโบกมือ “เสี่ยวลู่ นั่งลงก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย”
“ผู้อำนวยการหวัง มีอะไรหรือครับ?” ลู่ฮ่าวเตรียมตัวเลิกงาน เขาถอดเสื้อกาวน์สีขาวออกแล้ว อยากกลับบ้านเต็มทีเพื่อไปฉลองกับครอบครัว
ผู้อำนวยการหวังหรี่ตาลงและพูดว่า “นั่งก่อนสิ จะรีบไปไหน?”
ลู่ฮ่าวทำได้เพียงระงับความอยากกลับบ้าน แล้วนั่งลงแต่โดยดี
“เสี่ยวลู่ การตีพิมพ์บทความเชิงวิชาการของคุณถือเป็นของขวัญที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อของโรงพยาบาลปักกิ่ง ผู้บริหารของโรงพยาบาลชื่นชมความสามารถของคุณมาก ๆ จึงตัดสินใจให้คุณติดตามผมไปประเทศ Y เพื่อเข้าร่วมการประชุมสัมมนา”
ทันทีที่ผู้อำนวยการหวังบอกกล่าวการตัดสินใจของผู้บริหารโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าลู่ฮ่าวจะเตรียมพร้อมไว้แล้ว จึงไม่แสดงอาการตื่นตกใจเท่าไหร่ เพียงตอบกลับสั้น ๆ ว่า “ขอบคุณมากครับ ผู้อำนวยการหวัง”
ผู้อำนวยการหวังมองดูท่าทางสงบนิ่งของชายหนุ่มตรงหน้าก็อดรู้สึกน่าเบื่อขึ้นมาไม่ได้
เจ้าหนุ่มนี่ ตอนนี้นายควรกระโดดจากเก้าอี้พร้อมกับแสดงสีหน้าตื่นเต้นสิถึงจะถูก
เห็นลู่ฮ่าวที่สงบเสงี่ยม เขาจึงพยายามควบคุมคำพูด ไม่ชื่นชมยกยออีกฝ่ายจนเกินพอดี “ไม่เป็นไร คุณได้รับโอกาสนี้เพราะความสามารถของคุณเอง”
“ทั้งหมดเป็นเพราะคุณทำหน้าที่อาจารย์เป็นอย่างดี ผมซาบซึ้งมากที่คุณกรุณาฝึกสอนผมครับ” ลู่ฮ่าวแทบไม่คล้อยตามคำยกย่องตามมารยาทของเขาเลย
ผู้อำนวยการหวังกลอกตามองชายหนุ่ม “เดี๋ยวนี้หัดพูดจายกย่องคนอื่นแล้วหรือ”
ลู่ฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมพูดความจริง”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ คุณสนใจเข้าร่วมทีมกับผม และทำงานร่วมกันในโครงการศึกษาและปรับใช้อวัยวะเทียมแบบใหม่ในการผ่าตัดไหม?” ผู้อำนวยการหวังมองเขาด้วยรอยยิ้ม หยั่งเชิงความคิดเห็นของเขาแบบกึ่งติดตลก
ลู่ฮ่าวตอบยิ้ม ๆ “ผมไม่สนใจเรื่องนั้นครับ”
“คุณนี่มักน้อยจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นผมจะไปแจ้งพวกเขาแล้วกัน”
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับฝ่ายบริหารเลยครับ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าเขาคงเปลี่ยนใจดึงโควตาของผมกลับกันพอดี” ลู่ฮ่าวลุกขึ้นยืน “ผู้อำนวยการครับ ถ้าไม่มีธุระอย่างอื่นแล้ว ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ”
[1] กิ่งมะกอก เป็นสัญลักษณ์ที่ชาวกรีกโบราณใช้ในพิธีสำคัญ และเปรียบได้กับมงกุฎสวมให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบให้ผู้ชนะในการแข่งกีฬาโอลิมปิกอีกด้วย