เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 724 กังวลเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของจอร์จ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 724 กังวลเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของจอร์จ
บทที่ 724 กังวลเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของจอร์จ
หลังผู้อำนวยการหวังและภรรยาของเขากลับไป ไม่นานจากนั้น เดวิดกับเฉินหย่าจือก็กลับมาพร้อมกับถุงช็อปปิงใบใหญ่
เดวิดถือผักสดที่เขาเพิ่งซื้อมา ส่วนเฉินหย่าจือก็ถือถุงขนมเต็มมือ
“ผู้อำนวยการหวังกลับไปแล้วหรือ?”
ลู่ฮ่าวเดินไปรับถุงจากมือของพวกเขา แล้วเอาพวกมันไปเก็บไว้ในครัว “กลับแล้วครับ”
“เป็นยังไงบ้าง? ผู้อำนวยการหวังไม่ได้เข้าใจพวกเธอผิดใช่ไหม?” เดวิดมองไปที่ลู่ฮ่าวพลางถามอย่างเป็นกังวล
ขณะที่พวกเขาออกไปซื้อของข้างนอก ในใจก็เป็นกังวลกับเรื่องที่บ้านอยู่ตลอด พวกเขากลัวว่าลู่ฮ่าวกับกู้หนานจะคุยเรื่องธุรกิจของบริษัทกับผู้อำนวยการหวัง จนผู้อำนวยการหวังเข้าใจทั้งสองผิด เพราะถึงอย่างไรเมื่อวานนี้ภรรยาของผู้อำนวยการหวังก็ดูจะระวังตัวมาก
ลู่ฮ่าวยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า “ไม่เลยครับ”
เขาหยิบของแล้วไปที่ห้องครัว กู้หนานจึงรับหน้าที่บอกข่าวดีให้เดวิดฟังด้วยความกระตือรือร้น
“ลุงเดวิด คุณแม่ นั่งลงก่อนค่ะ ฉันจะเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง”
เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มยินดีของกู้หนาน เฉินหย่าจือก็งงงวย “หนานหน่าน มีอะไรหรือ?”
กู้หนานไม่ลังเล พูดตามตรงว่า “ผู้อำนวยการหวังอยากเจอคุณลุงค่ะ”
“อยากเจอลุงงั้นหรือ?” เดวิดทั้งงุนงงและประหลาดใจ
กู้หนานอธิบายว่า “ใช่ค่ะ ผู้อำนวยการหวังเชิญให้คุณเข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อพบเขาพร้อมกับเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในวันจันทร์ แล้วเขาจะแนะนำคุณลุงให้รู้จักกับผู้บริหารของโรงพยาบาล จะได้พูดคุยรายละเอียดได้ในระหว่างการประชุม”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เดวิดและเฉินหย่าจือรีบหันมองไปที่กู้หนานพร้อมกัน ทั้งคู่แทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลย
นำเสนอต่อหน้าผู้บริหารของโรงพยาบาล?
“พวกเธอใช้วิธีไหนโน้มน้าวผู้อำนวยการหวังกัน?” เดวิดอดถามไม่ได้
ลู่ฮ่าวเดินออกมาจากครัว “ไม่ใช่เพราะพวกเราหรอกครับ แต่เป็นเพราะชื่อเสียงและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของบริษัทลุงล้วน ๆ”
ลู่ฮ่าวเล่าต่อไปว่า “ผู้อำนวยการหวังดูตื่นเต้นมากหลังจากได้เห็นแบบจำลองของสะโพกเทียม รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เราเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ เขายังขอนำแบบจำลองอวัยวะเทียมกลับไปวิจัยด้วย”
“เยี่ยมเลย เท่ากับเราประสบความสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว”
“มันน่าสนใจมากจริง ๆ” ลู่ฮ่าวพูดกับเดวิด “ลุงเดวิด ผมขอแบบจำลองอีกสักชุดหนึ่งนะครับ ผมเองก็อยากศึกษามันให้มากขึ้นเหมือนกัน”
“ไม่มีปัญหา ช่วงบ่ายลุงเข้าออฟฟิศจะไปเอามาให้นะ”
“นี่หมายความว่า ผู้อำนวยการหวังเชิญให้เดวิดพบกับผู้บริหารของโรงพยาบาลโดยตรงหรือ?” ยิ่งเฉินหย่าจือฟังบทสนทนาของพวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อ
กู้หนานพยักหน้าอย่างร่าเริง “ใช่ค่ะ คุณลุงแค่เตรียมเอกสารทั้งหมดแล้วไปหาเขาในวันจันทร์ ผู้อำนวยการหวังยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับทางโรงพยาบาล เรื่องนี้ประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วจริง ๆ ค่ะ”
เดวิดเองไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งต่าง ๆ จะคืบหน้าเร็วขนาดนี้ ไปถึงขั้นตอนที่เขาสามารถเข้าพบกับผู้บริหารของทางโรงพยาบาลโดยตรงแล้ว เขามองไปที่ลู่ฮ่าวและกู้หนาน พูดอย่างซาบซึ้ง “เสี่ยวฮ่าว หนานหน่าน ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องขอบคุณพวกเราหรอกครับ เราแทบไม่ได้ช่วยพูดอะไรเลย”
หลังอาหารกลางวัน เดวิดขอให้ลู่ฮ่าวออกไปที่สำนักงานด้วยกันเพื่อจัดระเบียบแบบจำลองอวัยวะเทียม นอกจากนี้ ลู่ฮ่าวยังอยากเห็นขาเทียมด้วย เฉินหย่าจือที่เห็นชายสองคนเดินเคียงข้างกันออกไปแบบนั้น ก็ยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ
พวกเขาทั้งสองออกไปข้างนอกหลังมื้ออาหารกลางวัน และไม่กลับมาจนถึงเวลาอาหารเย็น ลู่ฮ่าวที่ถือแบบจำลองอวัยวะเทียมเข้ามามุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่มัน
เฉินหย่าจือถามเดวิด “เป็นไงบ้าง? ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?”
เดวิดตอบว่า “ไม่มีปัญหา โชคดีที่มีเสี่ยวฮ่าวอยู่ด้วย เขาเป็นหมอวิชาชีพ สามารถช่วยผมแยกประเภทอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเลยละ”
“นอกจากนี้ ผมลองคุยกับเสี่ยวฮ่าวดูแล้ว ถ้าโรงพยาบาลปักกิ่งสนใจผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจริง ๆ ผมสามารถอำนวยความสะดวกในการประชุมแลกเปลี่ยนระหว่างโรงพยาบาลปักกิ่งกับผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อของประเทศ Y ได้ แล้วถ้าเราส่งคนไปเรียนจริง ๆ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านที่พักและค่าเดินทางตลอดโครงการ”
เมื่อเดวิดแสดงความจริงใจแบบนี้ ลู่ฮ่าวก็เชื่อในศักยภาพของเขาเช่นเดียวกัน “ลุงเดวิด ถ้าลุงเสนอความคิดนี้ไป ผู้บริหารของโรงพยาบาลปักกิ่งจะต้องเห็นด้วยแน่นอนครับ”
ลู่ฮ่าวเริ่มตั้งตารอที่จะได้เห็นการผ่าตัดโดยใช้อวัยวะเทียมที่ทำจากเซรามิกในประเทศจีนแล้ว
เขานำเอกสารและแบบจำลองจากเดวิดกลับมาที่ห้องเพื่อศึกษา วางแผนว่าจะเขียนบทความทางวิชาการเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ข้อสะโพกเทียมแบบใหม่ดังกล่าว
ในวันจันทร์ เมื่อลู่ฮ่าวออกไปทำงาน เดวิดก็ตามเขาไปที่โรงพยาบาลเช่นกัน ลู่ฮ่าวพาคุณลุงไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการหวัง จากนั้นผู้อำนวยการหวังก็แนะนำให้เขาไปที่ห้องทำงานของฝ่ายบริหาร
ส่วนลู่ฮ่าวก็ยุ่งอยู่กับงาน ไม่มีเวลารองรับหรือสนใจเรื่องเดวิดอีกต่อไป อีกทั้งเขายังไม่ได้เจอผู้อำนวยการหวังเลยตลอดทั้งวัน ไม่มีโอกาสได้ถามเดวิดว่าวันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีหรือเปล่า จนกระทั่งเขากลับถึงบ้านในตอนกลางคืน
และเมื่อลู่ฮ่าวเจอเดวิดที่บ้าน เขาก็รีบถามสิ่งที่สงสัยทันที “ลุงครับ เป็นยังไงบ้าง? ผู้บริหารมีความเห็นยังไง?”
เดวิดอารมณ์ดีพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ลุงส่งข้อมูลให้พวกเขาแล้ว ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องจัดวาระการประชุมพิเศษเพื่อศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง เราแค่รอข่าวอย่างเดียวเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะติดปัญหาอะไร ผู้บริหารของโรงพยาบาลต้องการให้แพทย์ในสังกัดได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ และศึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อจากต่างประเทศโดยตรงน่ะ”
เมื่อเฉินหย่าจือได้ยินข่าวดี หัวใจของเธอกลับมาเต้นได้อย่างปกติ เธอไม่คาดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ จะราบรื่นขนาดนี้ ที่สำคัญที่สุด ลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอมีส่วนช่วยกับเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างมาก
เฉินหย่าจือแนะนำ “ดูเหมือนว่าคุณต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ติดต่อกับโรงพยาบาลในประเทศ Y ไว้ล่วงหน้าซะแล้วสิ”
เดวิดตอบกลับ “อืม ผมจะติดต่อพวกเขาโดยเร็วที่สุด ถ้าสุดท้ายแล้วโรงพยาบาลปักกิ่งเปลี่ยนใจ ผมก็จะลองติดต่อกับโรงพยาบาลอื่น ๆ ในจีนมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่อีก คงมีสักที่ที่ยินดีเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ”
หลายวันถัดมา ลู่ฮ่าวยังคงงานยุ่งเช่นเคย ส่วนเดวิดก็กำลังรอข่าวดี ขณะเดียวกันกู้หนานก็ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากกั่งเฉิงของฉินอวิ๋น
เธอบอกว่าได้ติดตามจอร์จกลับไปเยี่ยมครอบครัวแล้ว และได้พบกับพ่อแม่ของเขาเป็นที่เรียบร้อย
กู้หนานถามด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวอวิ๋น เป็นยังไงบ้าง? ครอบครัวของจอร์จคงถูกใจเธอมากใช่ไหม?”
[อืม พวกเขาตื่นเต้นกันมาก ๆ เลย]
ฉินอวิ๋นแอบนินทากับกู้หนาน [พวกเขาอายุมากแล้ว พอได้ยินข่าวว่าจอร์จก็กำลังจะแต่งงานสร้างครอบครัวซะที แม่ของเขาเอาแต่ร้องไห้ เมื่อเธอเจอฉัน เธอก็เอาแต่หัวเราะและร้องไห้สลับกันไปมาอยู่พักหนึ่งเลยแหละ]
ฉินอวิ๋นคิดว่าโลกนี้คงมีแค่พ่อแม่ของลูก ๆ ในชนบทเท่านั้นที่กังวลว่าลูกชายของพวกเขาอาจไม่สามารถแต่งภรรยาได้ จนกระทั่งเธอได้พบกับพ่อแม่ของจอร์จ จึงตระหนักว่าจิตใจของคนเป็นพ่อแม่เหมือนกันทุกที่
พ่อแม่ของจอร์จชราภาพมากแล้ว ได้ยินมาว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเองก็กังวลเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของจอร์จไม่ต่างกัน
ดังนั้นพวกเขาจึงต้อนรับฉินอวิ๋นอย่างดี ในฐานะเด็กสาวบ้านนอก เธอทั้งรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากจะเชื่อเมื่อเห็นว่าพ่อแม่ของจอร์จถึงขั้นเตรียมพิธีรับขวัญสะใภ้ไว้รอเธอขนาดนี้
เธอไม่กล้ารับสร้อยข้อมือทองคำจากแม่ของจอร์จ แต่แม่ของจอร์จกลับร้องไห้
พี่สาวของจอร์จบอกว่าถ้าเธอไม่ยอมรับไว้ แม่คงไม่สบายใจ คิดว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับลูกชายของพวกเขาจริง ๆ
เธอยังได้ยินมาอีกว่า เพื่อต้อนรับเธอ ครอบครัวของจอร์จยังจ้างคนงานมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอีกยกใหญ่
เมื่อกู้หนานได้ยินข่าวดีขนาดนี้ เธอก็รู้สึกยินดีอย่างจริงใจกับปลายทางความรักของฉินอวิ๋นและจอร์จ
เธอยิ้มพร้อมอวยพรพวกเขา “ขอแสดงความยินดีด้วย ในที่สุดพวกเธอก็จะได้แต่งงานกันสักที หวังว่าจะได้ไปดื่มสุรามงคลในงานของเธอเร็ว ๆ นี้นะ”
[ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้]
กู้หนานพูดคุยกับฉินอวิ๋นอีกสักพัก แล้วถามว่า “จริงสิ ซุนเฉิงกับเวิงอิ่งล่ะ? พวกเขาสบายดีไหม?”
เวิงอิ่งบอกว่าถ้าไปถึงเมืองกั่งเฉิงแล้วจะโทรกลับมาหาเธออีกครั้ง แต่หลายวันผ่านไป เธอก็ไม่ได้รับสายจากเวิงอิ่งอีกเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง
ฉินอวิ๋นที่อยู่อีกด้านหนึ่งของปลายสายบอกว่า
[ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ เพราะไม่มีเบอร์โทรติดต่อของคุณเวิงเลย คุณซุนเฉิงก็ไม่ได้โทรหาจอร์จเหมือนกัน พวกเราแยกทางกันหลังจากมาถึงกั่งเฉิงเมื่อวันก่อนค่ะ]
ฉินอวิ๋นถาม [พี่สะใภ้ อยากให้ฉันถามให้ไหมคะ?]
กู้หนานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ไม่เป็นไร เธอใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของจอร์จไปเถอะ ไว้ฉันค่อยโทรหาเวิงอิ่งเอง”