เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 683 ครอบครัวมาโน้มน้าว
บทที่ 683 ครอบครัวมาโน้มน้าว
กู้หนานโทรหากู้เจิ้งอัน แล้วเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง
เมื่อกู้เจิ้งอันได้ยินกู้หนานบอกว่าเธอตัดสินใจจะย้ายไปอยู่ปักกิ่ง ปฏิกิริยาแรกของเขาคือไม่เห็นด้วย
ลูกสาวของเขากำลังตั้งท้อง ทำไมถึงคิดจะย้ายไปอยู่ไกลหูไกลตา?
ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงหลังจากวางสาย กู้เจิ้งอันก็ขับรถพาผู้อาวุโสสองคนของตระกูลกู้รีบร้อนไปหาเธอถึงบ้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสสองคนของตระกูลกู้มาที่บ้านของเฉินหย่าจือ เนื่องจากพวกเขารีบร้อนจนไม่ได้บอกให้กู้เจิ้งอันเตรียมของขวัญ พวกเขาจึงเรียกชื่อกู้หนานทันทีที่มาถึงหน้าประตู
กู้หนานซึ่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงของชายชรา จึงมองไปที่เฉินหย่าจือแล้วอุทานว่า “ตายแล้ว ดูเหมือนว่าคุณปู่จะมาที่นี่ค่ะ”
เธอรีบออกไปหาพวกเขาที่ประตู
เฉินหย่าจือกับเดวิดก็เดินตามเธอออกไปเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าอีกฝ่ายคือกู้เจิ้งอันที่พาผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลกู้มาถึงหน้าประตู
ผู้เฒ่ากู้และคุณย่ากู้ดูกังวลใจมาก ทันทีที่พวกเขาเห็นกู้หนาน พวกเขาก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาหลานสาว
กู้หนานเดินออกไปต้อนรับ เข้าไปประคองคุณย่ากู้ “คุณปู่ คุณย่า ทำไมจู่ ๆ ถึงมาหาหนูที่นี่ล่ะคะ?”
ผู้เฒ่ากู้แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย “ตอนที่เธอโทรหาพ่อ พวกเราก็นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเธอบอกพ่อว่าจะย้ายไปอยู่ปักกิ่งงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ของชายชรา กู้หนานรู้ทันทีว่าเขาคงไม่เห็นด้วย เธอลังเลอยู่สองสามวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“คุณลุง คุณป้า เข้ามาก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยพูดคุยกันช้า ๆ”
เฉินหย่าจือรีบออกไปต้อนรับผู้อาวุโสของตระกูลกู้รวมถึงกู้เจิ้งอันให้เข้ามาในบ้าน
“เชิญนั่งก่อนค่ะ”
เฉินหย่าจือรีบชงชาให้พวกเขา พร้อมกับยกของว่างออกมาเสิร์ฟ
ทันทีที่ผู้เฒ่ากู้นั่งลง เขามองไปที่กู้หนานแล้วถามอย่างกระวนกระวาย
“หนานหน่าน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เธอท้องโตขนาดนี้แล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะย้ายไปอยู่ไกลจากพวกเรา?”
“คุณปู่ คุณย่า เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ โรงพยาบาลของลู่ฮ่าวเสนอสิทธิ์ทุนการศึกษาวิจัยขั้นสูงให้กับเขา แต่เขาเป็นห่วงฉัน ก็เลยยืนกรานว่าจะสละสิทธิ์ไม่รับโอกาสนี้ ครอบครัวของเราลองคุยกันเรื่องนี้แล้ว ท้ายที่สุดพวกเราจึงตัดสินใจว่าจะย้ายไปอยู่ใกล้โรงพยาบาลปักกิ่ง เพื่อให้ลู่ฮ่าวได้เรียนต่ออย่างสบายใจ”
หลังจากได้ยินคำอธิบายของกู้หนาน คุณย่ากู้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่เธอท้องอยู่ สุขภาพแข็งแรงพอที่จะเดินทางไกลขนาดนั้นซะที่ไหน อีกอย่าง เธอตามไปอยู่กับเขาแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ลู่ฮ่าวยังต้องไปเรียนในโรงพยาบาลเพื่อทำการวิจัยขั้นสูงไม่ใช่หรือ? เขาไม่มีเวลาให้เธออยู่ดี ถ้าย้ายไปที่นั่นเกรงว่าจะไม่มีใครคอยดูแลเอานะ”
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว จู่ ๆ คุณย่ากู้ก็นึกภาพซุนหว่านหรูในอดีตขึ้นมา
กู้เจิ้งอันต้องทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่เพื่อซ่อมแซมทางรถไฟ แต่ซุนหว่านหรูเป็นห่วงเขา จึงแบกท้องโตเดินทางไปหาเขาตามลำพัง น่าเสียดายที่งานของกู้เจิ้งอันยุ่งมาก ทำให้เขาไม่มีเวลาอยู่ดูแลหล่อนและลูกจนวันคลอด แม้กระทั่งคนในตระกูลกู้ก็ไม่ได้อยู่ดูแลหล่อนใกล้ ๆ
ตอนแรกพวกเขาตั้งใจไว้ว่าถ้ากู้หนานคลอดลูกเมื่อไหร่ ทุกคนในตระกูลกู้จะไปเฝ้าดูแลเธอถึงที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ทุกคนจึงไม่คาดคิดว่ากู้หนานจะตัดสินใจอย่างนั้นแบบกะทันหัน
เมื่อเฉินหย่าจือเห็นว่าคุณย่ากู้ที่ปกติมักมีท่าทางใจดีอยู่เสมอแสดงความกังวลออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอจึงรินชาให้พวกเขาแล้วอธิบายอย่างจริงจัง “คุณลุงกู้ คุณป้ากู้คะ จากที่เราตกลงกัน พวกเราวางแผนว่าจะซื้อบ้านที่ปักกิ่งสักหลัง ฉันกับเดวิดจะได้ตามไปอยู่ดูแลเธอที่นั่นด้วย”
“ซื้อบ้านหรือ?” ผู้เฒ่ากู้ตกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น ลู่ฮ่าวไปเรียนต่อนานแค่ไหนก็ไม่ควรเกินหนึ่งปีครึ่ง แต่พวกเขาถึงขั้นจะซื้อบ้านเลยหรือนี่?
ตลอดทั้งชีวิต คุณย่ากู้ไม่เคยออกจากหลันเฉิงมาก่อน สำหรับเธอแล้ว การย้ายบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เธอไม่เข้าใจความคิดของพวกเขาจริง ๆ “งั้นเอาอย่างนี้ได้ไหม? ถ้าเขาอยากเรียนต่อก็ปล่อยให้เสี่ยวฮ่าวไปเถอะ ไว้ค่อยกลับมาหลังจากเรียนจบแล้วก็ได้ ไม่เห็นต้องตามเขาไปเลย ตอนที่ปู่ของเธอมาที่หลันเฉิงเพื่อสนับสนุนต้าซีเป่ย*[1] ฉันพาอาของเธอไปอยู่ทางใต้ เราแยกกันอยู่สองสามปีโดยแทบไม่ได้เจอกันเลย แค่เขียนจดหมายติดต่อกันเท่านั้น แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้เธอไม่คล่องตัว ไม่เหมาะที่จะย้ายไปอยู่แปลกที่แปลกทางหรอก”
กู้หนานตอบกลับด้วยความลำบากใจว่า “คุณย่า ประเด็นคือถ้าฉันไม่ตามเขาไป ลู่ฮ่าวก็ไม่ลังเลที่จะละทิ้งโอกาสนี้ทันที เพราะเขาไม่ไว้ใจให้ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว พวกเราเลยต้องเจรจากันใหม่ และทางออกที่ดีที่สุดก็คือวิธีนี้”
ผู้เฒ่ากู้เสนอราวกับเป็นเรื่องง่าย “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องไป พวกเราจะคุยกับเสี่ยวฮ่าวให้เขาจดจ่ออยู่กับการเรียนโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทางนี้”
เมื่อพิจารณาจากทัศนคติของผู้อาวุโสตระกูลกู้แล้ว เฉินหย่าจืออดรู้สึกลำบากใจไม่ได้
ทัศนคติของลู่ฮ่าวนั้นมั่นคงยิ่งกว่าอะไร ต่อให้โน้มน้าวเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์
แต่แล้วเฉินหย่าจือก็คลี่ยิ้ม ช่วยพูดให้เรื่องทั้งหมดราบรื่น “ลุงกู้ คุณป้า ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะคอยดูแลหนานหน่านให้ปลอดภัยเป็นอย่างดีค่ะ”
เฉินหย่าจือมองไปที่กู้เจิ้งอันซึ่งแทบไม่มีโอกาสได้ออกความเห็น ถามว่า “พ่อตา คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ?”
“ตราบใดที่มีพ่อแม่สามีอย่างพวกคุณคอยดูแล ฉันก็พอจะวางใจได้บ้าง” กู้เจิ้งอันมองไปที่กู้หนาน และถามว่า “หนานหน่าน คลินิกของลูกเพิ่งเปิดทำการเมื่อไม่นานมานี้เอง ถ้าลูกไม่อยู่แล้วจะทำยังไงล่ะ?”
กู้หนานตอบว่า “ไม่มีปัญหาค่ะ ธรรมดาฉันก็นั่งประจำการอยู่ที่คลินิกได้ไม่นานอยู่แล้ว ต้องอาศัยคุณตาเนี่ยเป็นหลัก ถึงอยู่ก็เป็นภาระซะเปล่า”
เฉินหย่าจือถือโอกาสแบ่งปันความคิดของพวกเขาด้วยว่า “ฉันกับเดวิดไม่ได้ตามพวกเขาไปเพื่อเที่ยวเล่นเท่านั้นหรอกค่ะ เราวางแผนไว้ว่าไหน ๆ ก็ได้ไปปักกิ่งแล้ว ในอนาคตอาจจะขยายลู่ทางธุรกิจที่นั่นเสียเลย”
กู้เจิ้งอันเคารพการตัดสินใจของลูกสาวเสมอ ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจและวางแผนเรื่องนี้ไปแล้ว ก็คงเพียงแจ้งให้พวกเขารับทราบ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์คัดค้าน
“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไง ถ้าเธอย้ายไปอยู่ที่เมืองปักกิ่ง ก็จะคลอดเด็กในโรงพยาบาลที่นั่นเลยหรือ?” คุณย่ากู้ถาม
กู้หนานพยักหน้า “คลอดที่ปักกิ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะคะ ลู่ฮ่าวทำงานอยู่ในโรงพยาบาล สามารถติดต่อให้ฉันเข้ารับการรอคลอดก่อนกำหนดได้ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ”
คุณย่ากู้เอาแต่ถอนหายใจ “ถึงอย่างนั้นเราก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี ถ้าเธอยังอยู่ในหลันเฉิง ตอนเธอคลอดพวกเราก็พออยู่เฝ้าดูแลใกล้ ๆ ได้ เธอย้ายไปอยู่ไกลแบบนี้ ต่อให้เราอยากไปหาเธอแค่ไหน ก็ทำไม่ได้อย่างใจนึก”
กู้หนานปลอบคุณย่ากู้ว่า “แม่ทำงานอยู่ที่ปินเฉิงไม่ใช่หรือคะ? ถ้าฉันคลอดเมื่อไหร่ เธอกับพ่อก็สามารถไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมฉันได้ทุกเมื่อ คุณย่าคะ อย่ากังวลเลยค่ะ ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถึงยังไงปีหน้าคุณกับคุณปู่ก็ยังได้อุ้มเหลนอยู่ดี”
“ใช่ครับ ผมกับเสี่ยวหลันสะดวกไปเยี่ยมหนานหน่านอยู่แล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลย”
ระยะทางจากเมืองปินเฉิงไปยังเมืองปักกิ่งใช้เวลาขับรถแค่สามชั่วโมงเท่านั้น ถือว่าอยู่ใกล้กันมาก
กู้หนานมองไปที่แม่สามีผู้ใจดีของเธอและเดวิด ผู้ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยการโทรออกแค่กริ๊งเดียว ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่สามีกับลุงเดวิดคอยดูแลฉันอย่างใกล้ชิดตั้งสองคน ยิ่งไม่มีอะไรน่ากังวลเลยค่ะ”
การตัดสินใจทั้งมวลขึ้นอยู่กับลูกสาวของเขา ถึงอย่างไรพวกเขาก็แต่งงานกันแล้ว เดิมทีกู้เจิ้งอันและคนอื่น ๆ ตั้งใจว่าจะมาเกลี้ยกล่อมให้กู้หนานเปลี่ยนใจ กลับกลายเป็นพวกเขาถูกกู้หนานและเฉินหย่าจือเกลี้ยกล่อมเสียเอง
เฉินหย่าจือคิดจะซื้อบ้านในปักกิ่ง เพราะพวกเขาต้องการขยายธุรกิจไปที่ปักกิ่ง ในเมื่อเป็นแบบนี้ บางทีอีกหน่อยพวกเขาอาจจะย้ายไปลงหลักปักฐานในปักกิ่งก็ได้ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องคัดค้าน?
กู้เจิ้งอันเริ่มตั้งตารอวันไปส่งกู้หนานที่เมืองปักกิ่งแล้ว
“คุณปู่ คุณย่า อย่าทำหน้ามุ่ยไปเลยค่ะ หนูเองก็อยากใช้โอกาสนี้เพื่อไปท่องโลกกว้างเหมือนกัน หลังจากหนูคลอดลูกแล้ว ชีวิตของหนูจะยุ่งเหยิงจนไม่มีเวลาออกไปไหนอีกเลย”
“ลุงกู้ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันจะเดินทางไปที่นั่นตั้งแต่เนิ่น ๆ เตรียมหาบ้านให้พร้อมก่อน แล้วกลับมารับหนานหน่านไปอยู่ด้วยกัน เธอจะยังอยู่ที่หลันเฉิงต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ยังไม่เดินทางในเร็ว ๆ นี้เสียหน่อย”
เนื่องจากเฉินหย่าจือเป็นคนที่ไว้ใจได้ ท้ายที่สุดผู้เฒ่ากู้จึงคล้อยตามการตัดสินใจของเธอเช่นกัน เขาพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นแล้วแต่พวกคุณก็แล้วกัน”
[1] ต้าซีเป่ย เป็นคำเรียกโดยรวมของมณฑลชิงไห่และมณฑลกานซู่ เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจีน