เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 676 น้องสาวผมโง่จะตายไป คุณชอบอะไรในตัวเธอกันแน่
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 676 น้องสาวผมโง่จะตายไป คุณชอบอะไรในตัวเธอกันแน่
บทที่ 676 น้องสาวผมโง่จะตายไป คุณชอบอะไรในตัวเธอกันแน่
ฉินเฟิงทำสีหน้าแปลก ๆ ทันทีเมื่อเห็นว่าวันนี้จอร์จใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันกับเขา
ผู้ชายคนนี้ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง ๆ หรือ?
ฉินเฟิงผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไป
จอร์จเพิ่งจะเดินไปข้างหน้าครบรอบหนึ่ง ตอนหันกลับมา เขาเห็นคนมาใหม่ สีหน้าจอร์จพลันอ่อนโยนลงมาก รีบเดินเข้าไปทักทายฉินเฟิงทันที
“พี่เฟิงแวะมาที่นี่หรือ?”
ฉินเฟิงแค่ตอบรับในลำคอเท่านั้น
เมื่อฉินอวิ๋นเห็นพี่ชายตัวเอง หัวใจก็เต้นรัวด้วยความตระหนกทันที
เธอเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นวันแรก แต่กลับนัดเจอกับจอร์จซะแล้ว ถ้าแม่รู้เรื่องนี้ชีวิตเธอคงจบเห่แน่
ฉินอวิ๋นยืนขึ้นอย่างกระวนกระวาย บิดนิ้วตัวเองไปมาพลางทักทายอย่างอ่อนแรง “พี่ชาย”
ฉินเฟิงชำเลืองมองเธออย่างคาดโทษ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นี่น่ะหรืองานของเธอ?”
“พะ… พวกเราเพิ่งไปกินข้าวข้างนอกกันมา” เธอตอบกลับพลางมองไปที่กู้หนานราวกับจะขอความช่วยเหลือ หวังว่าอีกฝ่ายคงแก้ไขสถานการณ์ได้
“เฟิงจื่อ ทำไมจู่ ๆ ถึงแวะมาที่นี่ล่ะ?” กู้หนานถาม
ฉินเฟิงชำเลืองมองเข้าไปข้างในแล้วตอบว่า “ฉันแค่บังเอิญผ่านมาพอดี เลยแวะมาดูสักหน่อยว่าเด็กบ้านี่ไปเที่ยวเล่นกับคนอื่นหรือเปล่า”
จอร์จไม่เหลือภาพลักษณ์เย่อหยิ่ง ปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความลำบากใจ
“พี่เฟิง นั่งลงก่อน”
จอร์จลากเก้าอี้ออกมาพลางเชิญให้เขานั่งอย่างสุภาพ
เมื่อซุนเฉิงเห็นฉินเฟิงแวะมา เขาก็ทักทายอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
ฉินเฟิงชำเลืองมองฉินอวิ๋นด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พี่สะใภ้ นี่มันอะไรกัน กำลังพาพนักงานของตัวเองอู้งานหรือไง ตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องทำงานแล้วไม่ใช่หรือ”
กู้หนานรู้ว่าฉินเฟิงแกล้งต่อว่าเธอเพราะจงใจกระทบกระเทียบจอร์จเท่านั้น
เธอพูดยิ้ม ๆ “ฉันท้องอยู่ ขอหยุดพักสักเดี๋ยวไม่ได้เลยหรือไง”
จอร์จก้าวไปอยู่ข้างหน้าฉินเฟิงเพื่อแสดงเจตนาของตัวเอง “พี่เฟิง ฉันแค่แวะมาให้พวกเธอช่วยเป็นครูฝึกสอนปรับเปลี่ยนท่าเดินให้ ฉันรู้ว่าคุณกับคุณป้าไม่ชอบที่ฉันเป็นแบบนี้ ฉันก็เลยพยายามอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีที่สุด ให้ตัวเองเป็นอย่างที่คุณป้าพอใจไง”
ฉินเฟิงไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเขาอีก
ที่แท้จอร์จกำลังฝึกเดินอยู่นั่นเอง
เหอะ จะทำได้สักแค่ไหนกันเชียว?
ผู้ชายคนนี้ร่างกายบอบบางจนมีแต่หนังหุ้มกระดูก กลัวว่าอาจเป็นแค่คำพูดไร้สาระซะมากกว่า
“ไหน ๆ คุณก็แวะมาที่นี่แล้ว ช่วยเดินเป็นตัวอย่างให้ฉันสักสองก้าวได้ไหม? คุณป้าเคยบอกว่า ถ้าฉันไม่เปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนคุณกับลู่ฮ่าว ฉันก็ไม่มีสิทธิ์” จอร์จมองไปที่ฉินเฟิงอย่างจริงจัง หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากเขา
ฉินเฟิง “!!!”
ฉินเฟิงกลับไปแสดงสีหน้าเย็นชา อดเตือนเขาไม่ได้ว่า “คุณจอร์จ คุณควรเข้าใจสถานการณ์ซะใหม่นะ อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน”
ให้เขาเดินเป็นตัวอย่างสองก้าวงั้นหรือ ทำไมถึงกล้าร้องขอกัน?
หรือเพราะจอร์จเป็นหัวหน้าจนชิน จึงใช้งานคนรอบข้างเป็นนิสัย?
เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินเฟิง จอร์จแทบจะค้อมตัวลงต่ำ น้ำเสียงก็อ่อนน้อมถ่อมตนมาก “ฉันรู้ แต่คุณเป็นพี่ชายของเสี่ยวอวิ๋น ฉันคิดว่าคุณก็คงอยากให้น้องสาวของตัวเองมีความสุข”
“ก็เพราะผมอยากให้เธอมีความสุข ผมถึงได้คัดค้านไม่ให้เธอคบกับคุณยังไงล่ะ” ฉินเฟิงตอบกลับอย่างแข็งกร้าว เลียนแบบท่าทางของผู้เป็นแม่
จอร์จ “????”
เขาตอบกลับเสียงขรึมว่า “ฉันทำให้เสี่ยวอวิ๋นมีความสุขได้ เราสองคนรักกัน แถมเราสองคนยังมีสถานะเป็นอาจารย์กับศิษย์ ถ้าพวกเราได้อยู่ด้วยกันในอนาคตภาษาการทำงานย่อมไปในทิศทางเดียวกัน ฉันยังต้องคอยช่วยปรับปรุงความสามารถทางวิชาชีพของเสี่ยวอวิ๋น เธอต้องการฉันจริง ๆ”
“คุณยังจำได้อยู่หรือว่าตัวเองเป็นอาจารย์ส่วนเธอเป็นศิษย์? แต่พฤติกรรมของคุณกลับตรงกันข้าม ที่ผ่านมาพวกคุณข้ามเส้นอย่างอุกอาจนี่”
เป็นอาจารย์กลับลักลอบคบหากับศิษย์ของตัวเอง นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปควรทำงั้นหรือ?
จอร์จไม่ละอายกับคำพูดของฉินเฟิง เขาอธิบายอย่างจริงจัง “พี่เฟิง เสี่ยวอวิ๋นเป็นแค่เด็กฝึกงานคนหนึ่งของฉัน เธอไม่ใช่ลูกศิษย์ที่จำเป็นต้องคารวะฝากตัวกับอาจารย์เหมือนสมัยโบราณ ฉันสอนนักเรียนมาหลายคนแล้ว บางคนแก่กว่าฉันซะอีก ในอุตสาหกรรมของเรา ไม่มีคำว่าเป็นครูหนึ่งวันเปรียบดั่งเป็นพ่อชั่วชีวิต เรื่องระหว่างพวกเราไม่ได้ผิดคุณธรรมเลย”
ฉินเฟิงไม่คล้อยตามด้วย
เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแวดวงอาชีพของจอร์จมากนัก แต่สำหรับเขาแล้ว อาจารย์ก็เป็นอาจารย์อยู่วันยังค่ำ
เมื่อเห็นฉินเฟิงยังคงเมินเฉย จอร์จจึงพูดต่อไป
“พี่เฟิง คุณกับลูกสาวของรุ่นพี่อวี้ฮว๋าเองก็คบหากันได้เพราะได้รับอิสระจากครอบครัว คุณน่าจะเข้าใจความรู้สึกของฉันดีที่สุด”
“ใช่ ผมเองก็ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ผมสนใจแค่ว่าคนที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนรักของน้องสาวจะปฏิบัติต่อเธออย่างดีหรือเปล่า ปัญหาอื่น ๆ ไม่สำคัญสำหรับผมหรอก”
เมื่อจอร์จได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเขาพลันสว่างขึ้นทันที
แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ฉินเฟิงก็พูดต่อไปอย่างสบาย ๆ ว่า “แต่ความคิดเห็นของผมจะไปสำคัญอะไร ในเมื่อแม่ของผมเป็นหัวหน้าครอบครัว พวกเราทุกคนต้องเชื่อฟังเธอ”
ความหวังของจอร์จจางหายไปอีกครั้ง
เขาตอบกลับสั้น ๆ “ฉันจะเป็นอย่างที่คุณป้าต้องการให้เป็น”
ถึงอย่างนั้นจอร์จก็ยังดึงดันจะให้ฉินเฟิงมาเดินเป็นตัวอย่างให้ได้
ฉินเฟิงไม่เต็มใจอย่างยิ่ง “คุณอยากเห็นไปทำไม คิดว่าตัวเองจะเลียนแบบผมได้ง่าย ๆ หรือ?”
“พี่เฟิง ได้โปรดช่วยฉันด้วยเถอะ”
จอร์จทั้งหยิ่งยโสและไร้ยางอาย ยื่นมือออกไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้โดยตรง
ฉินเฟิงจำยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้ เดินไปมาให้จอร์จดูสองครั้ง
เขาเองก็อยากเห็นกับตาเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน คนคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันว่าจะเป็นเหมือนเขาให้ได้
จอร์จเลียนแบบท่าเดินของฉินเฟิง และเริ่มฝึกฝน
กู้หนานรู้สึกว่าบรรยากาศตรงหน้าค่อนข้างแปลกประหลาด
เธอไม่สามารถนั่งดูนิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป จึงยืนขึ้นและพูดกับฉินเฟิงว่า “เฟิงจื่อสะดวกไหม ออกไปข้างนอกด้วยกันหน่อยสิ”
“ได้สิ พี่สะใภ้ ไปกันเถอะ”
ฉินเฟิงนึกขยะแขยงจอร์จเต็มที ไม่สามารถทนดูอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป
ก่อนจากไป เขาเตือนฉินอวิ๋นว่า “เสี่ยวอวิ๋น เธอต้องตั้งใจทำงานให้มาก ถ้าจิตใจไม่จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ก็เตรียมตัวกลับบ้านไปอยู่กับแม่ซะ”
“พี่ชาย ฉันจะตั้งใจทำงาน”
ฉินอวิ๋นมองไปทางจอร์จและกระซิบว่า “คุณรีบกลับไปเถอะ อย่ามารบกวนการทำงานของฉัน”
จอร์จพยักหน้า “ได้ ตอนบ่ายหลังเลิกงานฉันจะมารับเธอนะ”
“ไม่จำเป็น น้องสาวผม ผมมารับไปส่งเองได้” ฉินเฟิงจ้องเขม็งพร้อมมองจอร์จอย่างชั่วร้าย
จอร์จอึดอัดในใจ แต่ไม่กล้าตอบกลับ สุดท้ายจำใจต้องเดินออกไปพร้อมกับพวกเขา
กู้หนานขับรถยนต์มาด้วยตัวเอง ฉินเฟิงจึงเอื้อมมือไปขอกุญแจรถจากเธอ “พี่สะใภ้ เดี๋ยวผมขับให้”
จากนั้นก็พูดกำชับอีกว่า “พี่สะใภ้ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าขับรถด้วยตัวเองเลย ตอนนี้ท้องเริ่มอุ้ยอ้ายแล้ว ขับรถออกไปข้างนอกคนเดียวไม่ปลอดภัยหรอก”
“ปกติฉันก็ไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่แล้ว วันนี้ฉันก็มาที่นี่กับเสี่ยวอวิ๋น”
กู้หนานกำลังจะก้าวขึ้นรถ แต่เมื่อเธอหันไปเห็นจอร์จเดินตามมา จึงถามเป็นมารยาทว่า “คุณจอร์จ ขึ้นรถไปด้วยกันสิคะ พวกเราจะได้แวะส่งคุณระหว่างทาง”
“ครับ”
จอร์จก้าวไปเปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ อำนวยความสะดวกให้กู้หนานเข้าไปในรถก่อน
ระหว่างทาง จอร์จยิ่งลดความเย่อหยิ่งของตัวเองลง พยายามพูดคุยกับฉินเฟิง แต่ก็ยังทำให้ฉินเฟิงสับสนอยู่ดี
ภาพความเย่อหยิ่งของจอร์จในอดีตโผล่มาตอกย้ำเขาตลอดเวลา
ไม่ใช่เป็นเพราะเขาแค้นจนเก็บมาคิด
แต่เขาอดรู้สึกไม่ได้ เพราะฉินอวิ๋น จอร์จถึงได้ยอมทำการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เมื่อคิดแบบนี้แล้ว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะตกหลุมรักฉินอวิ๋นจริง ๆ
ฉินเฟิงมองกลับไปที่จอร์จ อดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณจอร์จ คุณชอบอะไรในตัวน้องสาวของผมกันแน่? เธอโง่จะตายไป ทำตัวงี่เง่าอยู่บ่อย ๆ อมพะนำทุกสิ่งไม่รู้จักพูดออกมา แถมยังคิดอะไรเองไม่ค่อยได้ เธอไม่เห็นเหมาะกับคุณตรงไหนเลย อีกหน่อยถ้าคุณไปพบเจอใครใหม่ คุณจะต้องเสียใจในภายหลังแน่ ผมขอแนะนำให้คุณทบทวนอย่างมีสติ แล้วเลิกไล่ตามเธอซะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฟิง จอร์จก็โต้กลับทันทีว่า “พี่เฟิง เธอไม่ใช่คนโง่ เธอเป็นคนเรียบง่ายก็จริง แต่ไม่ได้ซื่อบื้อถึงขั้นตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ ฉันมองว่าเธอเป็นคนจริงจังและจริงใจมาก นี่คือสิ่งที่ฉันชื่นชมในตัวเธอมาโดยตลอด เธอเป็นคนมีเป้าหมาย ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความมุมานะอดทน สามารถทนต่อแรงกดดัน และปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความจริงใจ ไม่ว่าเป็นเรื่องงานหรือเรื่องการใช้ชีวิต ใช่ว่าจะหาคนแบบเธอได้ง่าย ๆ เพราะแบบนี้ฉันเลยชอบเธอมาก”
ฉินเฟิงตอบกลับเบา ๆ “คุณชอบเธอแค่เพราะความสามารถในการทำงานเองหรือ ถ้าอย่างนั้นเป็นแค่ครูกับลูกศิษย์ก็พอแล้วมั้ง”