เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 643 พระเจ้าช่วย
บทที่ 643 พระเจ้าช่วย
เมื่อเวิงอิ่งและเฉินรั่วหลินไปเข้าห้องน้ำ เวิงอิ่งรีบอธิบายให้เฉินรั่วหลินฟังว่าเธอกับซุนเฉิงกำลังปิดบังความลับบางอย่างจากคุณหญิงซุน
เฉินรั่วหลินตอบอย่างเคร่งขรึม “ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ฉันไม่พูดมากแน่ แม่สามีฉันเป็นคนฉลาดมาก ไม่มีทางหลุดปากบอกอะไรคุณหญิงซุนง่าย ๆ”
“ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ”
หลังกลับจากห้องน้ำ เฉินรั่วหลินจ่ายค่าอาหารให้กับเวิงอิ่งล่วงหน้า จากนั้นก็หันไปพูดกับเนี่ยอวี้ฮว๋าว่า “แม่คะ พวกเรายังต้องไปเยี่ยมคุณปู่อีกไม่ใช่หรือ? ถ้าเราไปสายคุณปู่จะโกรธเอาได้นะคะ”
เฉินรั่วหลินกลัวว่าเนี่ยอวี้ฮว๋าอาจหลุดปากหากเธอพูดมากเกินไปจึงวางแผนที่จะพาเธอออกไป
เนี่ยอวี้ฮว๋างุนงง “ไปบ้านคุณปู่?”
เฉินรั่วหลินขยิบตาให้เธอ “ใช่ค่ะ คุณปู่เป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าไปสายเขาจะพาลโกรธพวกเรากันหมดนะคะ”
“คุณเนี่ย ในเมื่อคุณมีธุระ จะกลับก่อนก็ได้นะคะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าเพิ่งกินเถียนเปยจื่อเสร็จ เธอลุกขึ้นแล้วบอกลา “คุณหญิงซุน พวกเราไปก่อนนะคะ ไว้เราค่อยนัดหมายคุยกันในวันอื่น”
“ค่ะ ลาก่อนนะคะ”
หลังจากที่เนี่ยอวี้ฮว๋าและเฉินรั่วหลินออกไปแล้ว เวิงอิ่งเห็นว่าคุณหญิงซุนกลับนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเป็นกังวล
นี่ทำให้เวิงอิ่งไม่สบายใจมาก
เป็นไปได้ไหมว่าตอนที่พวกเธอปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ คุณหญิงซุนอาจรู้ความลับจากเนี่ยอวี้ฮว๋าเข้าแล้วเลยพาลโกรธเธอ
ความกระสับกระส่ายเกิดขึ้นในใจเวิงอิ่ง แต่เธอกลับไม่กล้าถามไปตรง ๆ
ในชามของเธอยังเหลือเถียนเปยจื่ออยู่เล็กน้อย เธอถือช้อนแล้วก้มศีรษะลงเพื่อป้อนเข้าปาก แอบชำเลืองมองคุณหญิงซุนจากหางตา จะได้ตอบสนองต่อทุกการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน เธอก็เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้วเช่นกัน
ถ้าคุณหญิงซุนรู้สภาพร่างกายของเธอจริง ๆ รวมถึงการที่ซุนเฉิงพาเธอย้ายมาที่หลันเฉิงเพื่อรักษาตัวโดยเฉพาะ เธอคงทำได้เพียงบอกความจริง และขอให้คุณหญิงซุนช่วยสนับสนุนความรักของเธอและซุนเฉิงอย่างจริงใจ
ตราบใดที่พวกเขาแสดงความจริงใจ ผู้ใหญ่ใจดีอย่างคุณหญิงซุนก็ไม่ควรทำลายพวกเขาอย่างโหดร้าย
“เสี่ยวอิ่ง ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่ใช่ไหม?” จู่ ๆ คุณหญิงซุนก็มองมาที่เธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เวิงอิ่งไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงถามเรื่องอายุขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นและพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่ค่ะคุณป้า ฉันอายุยี่สิบสี่ค่ะ”
คุณหญิงซุนถอนหายใจ “หนุ่มสาวสมัยนี้แต่งงานกันช้าจริง ๆ ฉันแต่งงานกับสามีตอนอายุยี่สิบ ตอนที่ฉันอายุยี่สิบสี่ปีเท่าเธอ เสี่ยวเฉิงอายุได้สามขวบแล้ว”
เวิงอิ่งยิ้มพลางตอบกลับว่า “คุณป้า อาจเป็นเพราะคุณเจอคนที่ใช่แล้ว ก็เลยแต่งงานเร็วค่ะ”
“เสี่ยวอิ่ง เธอเคยคิดบ้างไหมว่าตัวเองอยากแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่? ฉันได้ยินว่าเธอเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และรักอิสระเป็นที่หนึ่ง ในเมื่อเป็นแบบนั้น เธอมีความคิดยังไงเกี่ยวกับการแต่งงาน?” คุณหญิงซุนมองเวิงอิ่งพลางยิ้ม ก่อนจะถามมุมมองจากเธอเป็นการหยั่งเชิง
เวิงอิ่งตอบกลับ “คุณป้า ฉันคิดว่าถ้าความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองสุกงอมไปจนถึงระดับที่สมควร ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะแต่งงานกันค่ะ”
เธอพูดต่อไป “การแต่งงานถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อีกโหมดหนึ่งของชีวิต และเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดีที่ช่วยเสริมสร้างงานเขียนให้กับฉันอีกด้วย งานเขียนของฉันยังขาดประสบการณ์ด้านนี้ค่ะ”
คุณหญิงซุนรู้สึกยินดีมากเมื่อได้รับรู้ทัศนคติที่แท้จริงของเวิงอิ่ง “เสี่ยวอิ่ง เธอพูดถูก เสี่ยวเฉิงอายุยี่สิบหกในปีนี้ เขาบรรลุนิติภาวะมานานแล้ว เธอสองคนลองพูดคุยกันให้ดี พยายามพัฒนาความสัมพันธ์ให้เบ่งบานมากกว่านี้ เราจะได้กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันได้เร็วขึ้น”
“ค่ะ” หัวใจของเวิงอิ่งหมุนติ้วเป็นพันครั้ง ในที่สุดหัวใจที่จุกตื้นขึ้นมาก็ร่วงกลับลงไปตามเดิม
ทั้งสองออกมาจากร้านอาหารว่าง ก่อนจะเดินต่อไปที่สวนกังหันน้ำเพื่อดูกังหันน้ำโบราณ
เวิงอิ่งอธิบายโครงสร้างและหลักการทำงานของกังหันน้ำให้คุณหญิงซุนฟังอย่างละเอียด คุณหญิงซุนพยักหน้าตามบ่อยมาก รู้สึกว่าตัวเองมีความรู้มากขึ้น
หลังจากที่ซุนเฉิงและพ่อของเขาเยี่ยมชมโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเสร็จแล้ว กู้เจิ้งอันก็จัดการจองโต๊ะอาหารเป็นกรณีพิเศษ แล้วเชิญพวกเขาไปทานอาหารด้วยกัน
กู้หนานในฐานะรองประธานโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และลูกสาวของกู้เจิ้งอัน จำเป็นต้องไปกับเขาโดยปริยาย
หลังจากที่กู้หนานโทรหาเวิงอิ่ง แล้วได้ยินปลายสายตอบกลับมาว่าไว้พวกเราค่อยคุยงานกันในวันพรุ่งนี้ เธอรู้ทันทีว่าเวิงอิ่งคงเลือกที่ไปกับคุณหญิงซุนต่อ
หลังจากที่เธอบอกเรื่องนี้กับซุนเฉิง ซุนเฉิงก็เป็นกังวล เขาคิดว่าเป็นเวิงอิ่งมากกว่าที่หนีออกมาไม่ได้
ตอนนี้กู้เจิ้งอันและพ่อซุนเฉิงกำลังเดินไปข้างหน้าและพูดคุยกันเกี่ยวกับงาน ส่วนซุนเฉิงอดไม่ได้ที่จะคุยกระซิบกระซาบกับกู้หนาน
“หมอกู้ เสี่ยวอิ่งยังอยู่กับแม่ของผมอยู่หรือ?” ซุนเฉิงถามเสียงเบาอย่างนึกเป็นห่วง
กู้หนานตอบว่า
“เกรงว่าอย่างนั้นนะคะ”
“ถ้าคุณกังวลก็ลองโทรไปหาพวกเธอสิคะ” กู้หนานให้คำแนะนำ “บอกว่าพวกเราจะไปทานอาหารด้วยกันก็ได้ แล้วถามพวกเธอว่ากินข้าวแล้วหรือยัง?”
“ได้”
จู่ ๆ พ่อซุนเฉิงก็หันกลับมา พอเห็นว่าซุนเฉิงกับกู้หนานกำลังพูดคุยอะไรกันบางอย่างด้วยเสียงกระซิบ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ซุนเฉิงมีแฟนอยู่แล้ว ทำไมถึงทำตัวลึกลับน่าสงสัยแบบนี้ล่ะ
ซุนเฉิงสบตาเข้ากับผู้เป็นพ่อพอดี จึงรีบเขย่าโทรศัพท์เครื่องใหญ่ในมือ “พ่อครับ ผมว่าจะโทรหาแม่ ถามว่ากินข้าวกันแล้วหรือยัง”
พ่อซุนเฉิงพยักหน้า “ลองโทรหาก็ดีเหมือนกัน แม่บอกว่าจะออกไปช้อปปิ้งกับคุณเวิ่งไม่ใช่หรือ ไม่รู้อยู่ไกลจากที่นี่มากแค่ไหน ให้พวกเธอนั่งรถมาเจอกันที่นี่ก็ได้ จะได้แนะนำหัวหน้ากู้กับคุณกู้ให้พวกเธอรู้จัก”
เมื่อซุนเฉิงโทรหาคุณหญิงซุน คุณหญิงซุนกำลังนั่งจิบชาทอดอารมณ์อยู่กับเวิงอิ่งที่ร้านริมแม่น้ำฮวงโห
“เสี่ยวอิ่ง ทิวทัศน์ของที่นี่สวยงามมากเลย แม่น้ำฮวงโหงดงามมาก”
เวิงอิ่งยิ้มและตอบกลับว่า “ใช่แล้วค่ะคุณป้า ตอนฉันมาที่นี่ครั้งแรก ฉันก็หลงรักทิวทัศน์ของที่นี่มากเหมือนกัน ถ้าฉันมีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็มาชื่นชมทิวทัศน์ อารมณ์ผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมมาก”
เสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะการสนทนาของพวกเธอ คุณหญิงซุนรับสาย เมื่อซุนเฉิงบอกว่าจะเชิญพวกเธอไปทานอาหารร่วมกันกับหัวหน้าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ตอนแรกคุณหญิงซุนแสดงท่าทีว่าไม่สนใจ “ตอนนี้เสี่ยวอิ่งกับแม่กำลังนั่งชมวิวอยู่ริมแม่น้ำฮวงโห เพิ่งจะทานของว่างเสร็จไปหมาด ๆ เดี๋ยวเราค่อยไปหาอย่างอื่นกินกัน”
คุณหญิงซุนไม่ค่อยชอบไปทานอาหารในห้างสรรพสินค้ามากนัก
ตอนที่เธออยู่ในกั่งเฉิง เธอแทบไม่ได้ร่วมโต๊ะกินข้าวกับพ่อซุนเฉิงเลย
“หืม? ลูกสาวเจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ารู้จักกันกับเสี่ยวอิ่งด้วยหรือ?” คุณหญิงซุนถึงกับมองเวิงอิ่งด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของซุนเฉิงทางโทรศัพท์
เธอพูดต่อ “เดี๋ยวแม่จะลองถามเสี่ยวอิ่งดู”
คุณหญิงซุนถือโทรศัพท์ค้างไว้ ส่งยิ้มให้เวิงอิ่ง “เสี่ยวเฉิงถามว่าพวกเราจะไปร่วมทานอาหารกับพวกเขาไหม เจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ากับลูกสาวของเขาเป็นเจ้าภาพ ดูเหมือนว่าจะรู้จักกันกับเธออยู่แล้ว?”
“ใช่ค่ะคุณป้า ฉันรู้จัก คุณกู้เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของฉันเองค่ะ”
หลังจากได้ยินคำพูดของเวิงอิ่ง คุณหญิงซุนก็ถามกลับ “ถ้าอย่างนั้น พวกเราไปกินข้าวกับพวกเขาดีไหม”
เธอต้องการมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตของเวิ่งอิงมากกว่านี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเวิงอิ่งเพิ่มเติมด้วย
วิธีนี้เท่านั้น ถึงจะทำให้เธอสามารถช่วยลูกชายตัวเองให้ได้แต่งงานกับสาวสวยคนนี้โดยเร็วที่สุด
เวิงอิ่งพยักหน้า “ดีค่ะ”
คุณหญิงซุนถามที่อยู่จากซุนเฉิง จากนั้นนั่งแท็กซี่ไปยังปลายทางกับเวิงอิ่ง
เมื่อพวกเธอมาถึงทางเข้าโรงแรมก็เห็นว่าซุนเฉิงกำลังยืนรออยู่
สายตาของซุนเฉิงสบเข้ากับดวงตาของเวิงอิ่ง ด้านเวิงอิ่งก็สบตาเขากลับด้วยความมั่นใจ ทำให้ซุนเฉิงรู้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองเข้ากันได้ดี
หลังจากเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัว พวกเธอเห็นว่ากู้เจิ้งอัน กู้หนาน และพ่อซุนเฉิงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
เมื่อเห็นว่าซุนเฉิงพาคุณหญิงซุนและเวิงอิ่งเข้ามา กู้เจิ้งอันและกู้หนานก็รีบลุกขึ้นต้อนรับพวกเธอ
กู้เจิ้งอันทักทายคุณหญิงซุนอย่างสุภาพ “คุณหญิงซุน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“สวัสดีค่ะหัวหน้ากู้”
เวิงอิ่งทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน “คุณลุงกู้ หนานหน่าน”
เมื่อเห็นว่าเวิงอิ่งทักทายพวกเขาด้วยคำเรียกเหมือนคุ้นเคย ทั้งพ่อซุนเฉิงและคุณหญิงซุนก็ผ่อนคลายลง
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักกันดีอยู่แล้วสินะ?
เวิงอิ่งนี่กว้างขวางเรื่องคนรู้จักจริง ๆ