เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 588 ซุนหว่านหรูมีปัญหาทางจิต
บทที่ 588 ซุนหว่านหรูมีปัญหาทางจิต
พูดตามตรงกู้หนานสนับสนุนให้เธออยู่กับกู้เจิ้งอันมาตลอด แต่เมื่อมาถึงขั้นจดทะเบียนสมรส และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของกู้เจิ้งอัน กู้หลันก็ยังคงกังวลอยู่
เธอสงสัยว่าถ้าเธออยู่ที่นี่ กู้หนานจะรู้สึกอึดอัดไหม
อย่างไรเสีย ซุนหว่านหรูก็เป็นแม่แท้ ๆ ของกู้หนาน
ตั้งแต่บ้านเล็ก ๆ หลังนี้ถูกสร้างขึ้น ซุนหว่านหรูก็อาศัยอยู่ที่นี่ ได้ยินมาว่ากู้เจิ้งอันไม่ได้กลับบ้านบ่อยนัก คนที่อยู่บ้านหลังนี้จึงมีแต่ซุนหว่านหรูและลูกชายของหล่อน
เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน หรือว่าได้ติดต่อกับกู้หนานบ้างหรือไม่
กู้หนานคิดไม่ถึงว่ากู้หลันจะกังวลเรื่องนี้
แต่นี่คงเป็นปัญหาที่ทำให้คนแต่งงานรอบสองทั้งหลายต้องกังวลใจ นั่นคือกลัวว่าลูกของอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับ
กู้หนานหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายว่า “คุณอา แม่ของหนูไม่ได้ต้องการมาเจอหนู และหนูก็รู้เรื่องชีวิตแต่งงานยี่สิบปีของหล่อนกับพ่อด้วยค่ะ
“ตอนนี้พวกเขาหย่าร้างกันแล้ว บ้านหลังนี้เป็นของพ่อ เขาสามารถให้ใครก็ได้ที่เขาอยากให้อยู่ คุณอาไม่ได้อยู่บ้านแม่ของหนู อย่าคิดมากเรื่องนี้เลยค่ะ”
ตอนที่หย่าร้าง กู้เจิ้งอันไม่ได้ไล่ซุนหว่านหรูออกจากบ้าน ตามกฎหมายแล้ว เขาได้ให้ทรัพย์สินแก่หล่อนมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ตลอดชีวิตด้วยซ้ำ เรื่องทั้งหมดย่อมจบไปแล้ว
หากกู้เจิ้งอันเข้าครอบครองบ้านและทรัพย์สินของซุนหว่านหรู และขับไล่หล่อนออกไปแต่งงานกับคนอื่น นั่นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ซุนหว่านหรูไม่ได้เลี้ยงดูกู้หนานมา เธอจึงไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ กับซุนหว่านหรู แล้วทำไมเธอต้องสนใจซุนหว่านหรูด้วยล่ะ?
กู้หลันมองหญิงสาวด้วยใบหน้าสดใส ในสายตาเต็มไปด้วยความโล่งใจ
กู้หนานเป็นคนดีมาตั้งแต่อายุยังน้อย กู้หลันจึงเอ็นดูจากก้นบึ้งของหัวใจ
กู้หนานไม่อายที่จะพูดถึงซุนหว่านหรู และกู้หลันก็ไม่ได้อยากจะปกปิดความสงสัย เธอจึงถามอีกว่า “ตอนนี้หล่อนอยู่ที่ไหน? ไม่ได้ติดต่อหลานบ้างเลยหรือ?”
กู้หนานส่ายหน้า “ไม่ค่ะ”
“เมื่อนานมาแล้ว หล่อนมาหาหนูกับพ่อที่นี่ พวกเราไม่สนใจ หล่อนจึงจากไป”
กู้หนานมองไปทางประตู นึกถึงครั้งสุดท้ายที่ซุนหว่านหรูมายุ่งกับพวกเธอ
เธอในตอนนั้นค่อนข้างเย่อหยิ่งทีเดียว
พูดตามตรง ถ้าซุนหว่านหรูปฏิบัติต่อเธอดีกว่านี้ หลังจากความจริงเปิดเผย หรือสำนึกได้ถึงความผิดพลาดของตัวจริง ๆ หรือรู้สึกผิดและสำนึกผิดบ้าง เธอจะไม่ผิดหวังมากนัก
สุดท้ายในตอนนั้น แม่ของซุนหว่านหรูและเจียงต้าหมิงก็เข้ามาจัดการทำสัญญา
แต่ความรักบังตาซุนหว่านหรู ในหัวใจและสายตาของหล่อนมีเพียงกู้เจิ้งอัน หล่อนไม่แม้แต่จะดูแลลูกสาวของตัวเองให้ดี
ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน รู้สึกว่าสภาพจิตใจของซุนหว่านหรูค่อนข้างมีปัญหา
หล่อนหวาดระแวง หน้ามืดตามัวหลงรักกู้เจิ้งอัน การหย่าร้างทำให้หล่อนต้องทุกข์ทรมานมาก ถ้าหล่อนรู้ว่ากู้เจิ้งอันกับกู้หลันแต่งงานกัน หล่อนอาจจะเป็นบ้าก็ได้
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กู้หนานก็อดตัวสั่นสะท้านไม่ได้
เธอปรับอารมณ์ ก่อนมองกู้หลันแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “คุณอา คุณกับพ่อจะจัดงานแต่งรึเปล่าคะ?”
กู้หลันส่ายหน้า “ไม่จัดหรอก มันดูตลกถ้าเราทั้งสองจัดงานแต่งงานในวัยนี้ แค่จดทะเบียนสมรสและกินข้าวกันในครอบครัวก็พอแล้ว”
ยิ่งกว่านั้นคือพวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษ จึงไม่ต้องการเป็นประเด็นให้คนนอกพูดถึง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้หนานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ใจจริงเธอไม่ต้องการให้พวกเขาจัดงานแต่งงาน
เพราะเมื่อจัดงานแต่งก็ต้องเชิญเพื่อน ๆ มา ในบรรดาเพื่อนของกู้เจิ้งอัน ต้องมีใครบางคนที่รู้จักกับซุนหว่านหรูแน่นอน หากหล่อนได้ข่าวแล้วมาก่อเรื่อง งานวิวาห์ก็จะต้องวุ่นวาย ไม่เพียงแต่พวกเขาจะกลายเป็นตัวตลกของคนอื่นเท่านั้น
แต่ที่สำคัญคือหากซุนหว่านหรูถูกกระตุ้น หล่อนอาจจะเป็นบ้าเลยก็ได้
ถ้าแม่ผู้ให้กำเนิดกู้หนานอย่างซุนหว่านหรูมาอาละวาดจริง ญาติคนอื่นก็คงไม่สนใจหล่อน หากหล่อนมีปัญหาทางจิตจริง ๆ ตามกฎหมายแล้ว ลูกสาวแท้ ๆ มีหน้าที่ต้องดูแล
เมื่อนึกถึงปัญหาเหล่านี้ กู้หนานก็เริ่มปวดหัว
กู้เจิ้งอันและลู่ฮ่าวย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องการออกไปหมดแล้ว พวกเขาสองคนต่างหมดแรง
ลู่ฮ่าวถามกู้เจิ้งอันว่า “พ่อครับ เราควรทำอย่างไรกับเฟอร์นิเจอร์พวกนี้?”
“ฉันจะให้คนเอาไปขายที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์มือสอง แล้วจะมีคนมาเอาทีหลัง”
กู้เจิ้งอันมองผู้หญิงสองคนที่กำลังคุยกันอยู่ตรงประตู แล้วตะโกนว่า “หนานหน่าน ลูกกับเสี่ยวหลันเข้ามานี่ก่อน มาคุยกันว่าจะจัดการยังไง”
กู้หนานได้สติก็มองไปที่กู้หลัน “คุณอา เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ”
ห้องนั่งเล่นว่างเปล่า ภาพวาดบนผนังก็ถูกถอดออก ส่วนของมีค่าบางอย่าง กู้เจิ้งอันบอกว่าเขาจะย้ายไปที่บ้านเก่าทีหลัง
กู้เจิ้งอันหยิบภาพวาดตกแต่งมาให้กู้หนานและลู่ฮ่าวดูแล้วพูดว่า “คุณอาของลูกบอกว่าอยากตกแต่งแนวยุโรป พวกลูกว่ายังไง?”
กู้หนานยิ้ม “พ่อกับคุณอาเป็นคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ต้องฟังคุณอาสิคะ พ่อตกแต่งตามที่คุณอาบอกได้เลยค่ะ”
กู้หลันรีบพูดว่า “หนานหน่าน ที่นี่ก็เป็นบ้านของหลานกับลู่ฮ่าวด้วย หลานชอบห้องแบบไหน เมื่อคนงานมาก็แสดงความคิดเห็น และตกแต่งตามที่ต้องการได้เลย ในอนาคตหลานสามารถมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ตลอด”
“คุณอา เราเชื่อในรสนิยมของคุณอาค่ะ คุณอาตกแต่งให้เราได้เลย”
ตอนนี้เธอกับลู่ฮ่าวสบายดี พวกเขามีที่พักที่เป็นของพวกเขาทุกที่ที่ไป ในอนาคตเธอก็จะอาศัยอยู่กับแม่สามี เธอมานี่แค่เยี่ยมพ่อของเธอ ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอด
“ก็ได้ งั้นเราไปจัดการกันเลยดีกว่า”
หลังจากนั้นไม่นาน คนจากตลาดมือสองก็ขับรถบรรทุกมาขนเฟอร์นิเจอร์ไป
กู้เจิ้งอันกับลู่ฮ่าวย้ายของมีค่าทั้งหมดที่บ้านไปที่บ้านเก่า
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น กู้หนานมีโอกาสพูดคุยกับกู้เจิ้งอัน เธอถามว่า “พ่อคะ มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่หนูขอให้พ่อไปถามหรือเปล่าคะ?”
กู้เจิ้งอันตอบว่า “พ่อถามเพื่อนที่ทำงานก่อสร้างแล้ว พวกเขามีโครงการก่อสร้างที่จะเริ่มในเดือนหน้า ต้องการคนงานพอดี”
พูดจบเขาก็ถามต่อ “ลูกรู้จักผู้รับเหมารายย่อยใช่มั้ย? มีคนงานกี่คน?”
“มีเพียงสิบกว่าคนค่ะ รวมช่างก่ออิฐและช่างนั่งร้านแล้ว”
หลิวปินมีคนงานไม่มากนัก แต่พวกเขาล้วนเป็นคนงานฝีมือดี
เนื่องจากคนดูแลงานเป็นเพื่อนของกู้หนาน กู้เจิ้งอันจึงใส่ใจมากขึ้น เขาไม่เพียงแต่สอบถามให้ชัดเจนเท่านั้น แต่ช่วยเปิดทางให้ด้วย
เขาแนะนำว่า “มีโครงการก่อสร้างอาคารสูงสิบสองชั้นที่ถนนชิงเหนียน พ่อรู้จักคนที่เป็นหัวหน้า ถ้าลูกเป็นหัวหน้าผู้รับเหมารายย่อย ก็สามารถทำสัญญางานโดยตรงกับแผนกโครงการได้ จะได้ประหยัดเงินจ้างผู้รับเหมารายใหญ่ สร้างรายได้มากขึ้นด้วย”
“พ่อคะ เชื่อถือได้ใช่ไหม?” กู้หนานถามด้วยความเป็นห่วง
กู้เจิ้งอันพยักหน้าอย่างมั่นใจ “เชื่อถือได้ พ่อไปกินข้าวเย็นกับหัวหน้าโครงการก่อสร้างคนนั้นมาแล้ว”
เมื่อได้ยินว่ากู้หนานกำลังหางานให้เพื่อน กู้เจิ้งอันก็ไปกินข้าวเย็นกับหัวหน้าแผนกโครงการของบริษัทก่อสร้าง ข้อตกลงจึงเสร็จสิ้นขณะอยู่ที่โต๊ะไวน์
อีกฝ่ายก็ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเช่นกัน
แต่กู้เจิ้งอันไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้ากู้หนาน
กู้หนานพูดอย่างมีความสุข “งั้นเดี๋ยวหนูจะโทรหาหลิวปิน แล้วบอกให้เขามาดูงานนะคะ”
พอถึงตอนเที่ยง ทั้งครอบครัวก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน
ระหว่างกินข้าว กู้หนานถามพวกเขาว่า “พ่อคะ เมื่อไหร่พ่อกับคุณอาจะจดทะเบียนกันคะ?”
กู้เจิ้งอันมองกู้หลันด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วตอบว่า “พรุ่งนี้น่ะ ปู่ของลูกบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่ดี พวกเราจะไปจดทะเบียนกัน”