บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 201 ผู้เฒ่าหวูโถวกระวนกระวายใจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 201 ผู้เฒ่าหวูโถวกระวนกระวายใจ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 201 ผู้เฒ่าหวูโถวกระวนกระวายใจ

ถึงแม้อาต้ากับอาเอ้อร์จะมีรูปร่างสูงใหญ่เทอะทะ ดูหยาบกระด้าง ทว่าพวกเขากลับชื่นชอบเด็ก ๆ มาก

พวกเขาไม่รู้สึกรังเกียจ รีบจับพวกเด็ก ๆ ลงไปในถังและอาบน้ำให้พวกเด็กน้อยทีละคน ขณะที่กำลังอาบน้ำให้เด็กคนหนึ่งอยู่ เด็กคนอื่น ๆ ก็รีบไปยกน้ำร้อนกับน้ำเย็นมา

เด็กทั้งเก้าคนนี้คงจะไม่ได้อาบน้ำดี ๆ มานาน ตอนที่พวกเขาอาบน้ำเสร็จ น้ำในถังแต่ละใบจึงเปลี่ยนไปเป็นสีดำสนิท

อาต้าส่งเสียงจิ๊ปากสองครั้ง พวกเด็ก ๆ รู้สึกอายมาก พวกเขาต้องการจะยกถังไปเทน้ำทิ้ง ทว่าขนาดตัวและพละกำลังของพวกเขามีอยู่น้อยนิด จะยกถังใบใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว พวกเขาก็ห่อร่างกายของตนด้วยเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของอาต้ากับอาเอ้อร์ เพราะว่าที่นี่ยังไม่มีเสื้อผ้าขนาดตัวของพวกเขาให้เปลี่ยน

โชคดีที่หวังชีเป็นคนรอบคอบ ขณะที่พวกเด็ก ๆ กำลังอาบน้ำกันอยู่ เขาก็ออกไปตามหาชุดของเด็กเล็กจากครอบครัวในทุ่งชนบทมาได้เก้าชุด และนำมันกลับมาใส่ให้พวกเด็ก ๆ แม้เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าเก่า อีกทั้งมีลวดลายเรียบง่าย ทว่าพวกเด็ก ๆ กลับสัมผัสมันครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าแม้แต่จะนั่งทับ

“เจ้านาย จะเอาพวกเด็ก ๆ ที่ซื้อมาไว้ที่โรงน้ำชาหรือขอรับ?” หวังชีถามแผนการกับเหยียนซี

“ผู้เฒ่าหวูโถวกล่าวว่าเขาจะเริ่มทำธุรกิจของตนเอง ข้าก็ว่านั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม” เหยียนซีกล่าวถึงความคิดของผู้เฒ่าหวูโถว “เลี้ยงเด็กพวกนี้เอาไว้ในทุ่งชนบทก่อน พอพวกท่านมีเวลาว่างแล้วค่อยมาสอนพวกเขาให้รู้จักการอ่านเขียน สอนการต่อสู้ขั้นพื้นฐานให้พวกเขา หากปีหน้าแขนขาของพวกเขามีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาแล้ว ค่อยให้ผู้เฒ่าหวูโถวพาพวกเขาออกไปวิ่ง”

อาต้ากับอาเอ้อร์ที่ออกมาเทน้ำรู้สึกมีความสุข เมื่อได้ยินเหยียนซีกล่าวว่าจะสอนการต่อสู้ให้พวกเด็ก ๆ “เราสองคนสอนพวกเขาได้หรือไม่ขอรับ? คุณหนูอย่าคิดว่าผู้เฒ่าหวูโถวเก่งกาจกว่าพวกเรานักสิขอรับ เมื่อก่อนพวกเราสองคนก็เคยเป็นคนฝึกสอนการป้องกันตัวให้กับพวกทหารเกณฑ์เชียวนะขอรับ”

อาต้ายกแขนที่เหลือเพียงข้างเดียวขึ้น และขยับท่อนเนื้อที่เหลืออีกข้างหนึ่ง

เหยียนซีหัวเราะ สองคนนี้หวนนึกถึงเรื่องในอดีต แล้วจึงคิดอยากจะเป็นครูฝึกอีกครั้งใช่หรือไม่? แต่เมื่อลองคิดดูอีกครั้งก็ไม่เลว ถ้าพวกเขาสามารถฝึกสอนเด็กพวกนี้ให้กลายเป็นยอดฝีมือได้ ในอนาคตพวกเธอก็จะมีกองกำลังสนับสนุนมากขึ้นไม่ใช่หรือ?

เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กสาวก็คำนวณเนื้องาน ตอนนี้มีหญิงสาวชาวบ้านเข้ามาช่วยทำอาหารอยู่ในทุ่งชนบทแล้ว สำหรับร้านเนื้อตุ๋น ตราบใดที่เนื้อตุ๋นชุ่มช่ำ และน้ำซุปถูกเคี่ยวออกมาอย่างดี เธอก็ไม่ต้องการกำลังคนมากนัก

“รอให้ข้าปรึกษาหารือกับผู้เฒ่าหวูโถวเสียก่อน แล้วพวกเจ้าค่อยผลัดกันมาพาพวกเขาไปฝึกฝนได้หรือไม่?” เหยียนซีตัดสินใจจะให้ผู้เฒ่าหวูโถวรับผิดชอบดูแลเรื่องธุรกิจส่งของ และเด็ก ๆ พวกนี้ก็ล้วนเป็นคนงานกลุ่มแรกของเขา ดังนั้นเธอจึงต้องการให้เขาตัดสินใจ

อาต้ามีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าตนสามารถพาพวกเด็ก ๆ ไปฝึกฝนการต่อสู้ได้ “หากให้ข้าทำอาหารแบบนี้ต่อไป เกรงว่าข้าจะกลายเป็นพ่อครัวซะก่อนนะขอรับ”

“ท่านพี่ พอเถอะ ไม่มีพ่อครัวคนไหนปรุงรสชาติอาหารได้แย่ถึงเพียงนี้หรอก” อาเอ้อร์บ่น จากนั้นทั้งสองก็เริ่มทะเลาะกัน

พวกเด็ก ๆ มองพวกเขาทั้งสองคนด้วยความรู้สึกแปลกใหม่และผ่อนคลาย

ทว่าเหยียนซีกลับคิดว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเรียกเด็กทั้งเก้าคนโดยที่พวกเขาไม่มีชื่อ ขณะที่ฟางหมิงอี้ย่อมถูกเรียกว่าฟางหมิงอี้ ส่วนเด็กคนอื่น ๆ ตั้งแต่อายุมากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุดนั้น หากจะเรียกตามลำดับตามคำว่าฝูลู่โซ่วสี่ ผิงอันซี่เล่อ*[1] คงจะต้องเริ่มจากเด็กแซ่หลู่เสียก่อน เพราะฉะนั้นชื่อของเขาจะกลายเป็นหลู่ฝู ส่วนเด็กคนอื่น ๆ จะมีชื่อดังต่อไปนี้ ได้แก่ อาลู่ อาโซ่ว อาสี่… ตามลำดับ และดูเหมือนว่าชื่อพวกนี้จะได้รับการจัดอันดับมาจากชื่อของอาต้ากับอาเอ้อร์

พวกเด็ก ๆ ต่างมองหน้ากันและกันหลังจากได้รับชื่อ ในขณะที่ฟางหมิงอี้คอยสังเกตและได้ยินหวังชีเรียกเหยียนซีว่าเจ้านาย ขณะที่พวกอาต้ากับอาเอ้อร์เรียกนางว่าคุณหนูเหยียนซี เขาจึงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและคิดว่าตนเองควรจะเรียกตามเหยียนหลิ่ว จึงกล่าวออกไปว่า “คุณหนู พวกเราจะตั้งใจทำงานอย่างหนักขอรับ”

เหยียนซีพยักหน้าอย่างชื่นชม “หลังจากนี้ถ้าพวกเจ้าทำงานกันได้แล้ว พวกเจ้าจะได้รับเงินเดือนเหมือนกับพวกคนงานในโรงน้ำชาอวี่เซิ่น และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเจ้าอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ พวกเจ้าจะสามารถไถ่ตัวเองได้ ขอแค่พวกเจ้านำเงินมาซื้อตัว แล้วเมื่อนั้นข้าจะถือว่าเป็นการไถ่ตัว”

พวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจคำเหล่านี้มากนัก ทว่าเหยียนซีก็ต้องการบอกพวกเขาก่อน รอจนวันที่พวกเขาเติบโตจึงค่อยอธิบายใหม่

เด็กสาวไม่ต้องการให้พวกเขาทำงานหนักอย่างไร้ประโยชน์ไปตลอดชีวิต แต่เธอเองก็ไม่ได้คิดจะทำการกุศลอะไร ทว่าการเลี้ยงเด็กพวกนี้ย่อมมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นหากพวกเขาต้องการออกไปอยู่ด้วยตนเอง พวกเขาจะต้องนำเงินมาไถ่ตัว เมื่อตอนนั้นตนจึงจะปล่อยพวกเขาไป

ฟางหมิงอี้กลืนน้ำลายเมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับโรงน้ำชาอวี่เซิ่น “ใช่โรงน้ำชาบนเนินเขาปี้อวิ๋นหรือไม่ขอรับ?”

ครั้งหนึ่งเขาเคยไปช่วยแบกหามก้อนอิฐที่วัด ทว่าเขากลับหมดสติล้มลงไปด้วยความหิวโหย จากนั้นพวกคนงานในโรงน้ำชาที่ผ่านมาเห็น ก็นำน้ำและข้าวต้มมาให้เขากิน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็รู้สึกว่าโรงน้ำชาอวี่เซิ่นเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

เหยียนซีคาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันเช่นนี้ และไม่ประหลาดใจที่พวกเด็ก ๆ จะต้องการไปหางานทำที่โรงน้ำชาอวี่เซิ่น

ฟางหมิงอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวกับเหยียนซีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “คุณหนู ข้า… มีคนบอกว่าข้าเกิดมาจากโลงศพ เป็นตัวโชคร้าย…” ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งที่เกิดเรื่องโชคร้าย ผู้คนมักจะมารุมด่าทอเขาอยู่เสมอ

เดิมทีเขาก็ไม่ต้องการกล่าวถึงเรื่องนี้อีก เพราะอย่างไรที่นี่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ทว่าคุณหนูไม่ใช่คนเย็นชาแข็งกระด้าง อีกทั้งยังคอยให้คนนำอาหารและเสื้อผ้ามาให้เขาใส่ หากเขาเผลอนำความโชคร้ายมาให้คุณหนูเข้า เขาจะต้องทำอย่างไรเล่า?

นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนซีได้ยินคำว่าเกิดมาจากโลงศพ เธอไม่เข้าใจความหมายของมัน

หวังชีกระซิบเพื่ออธิบายว่า “แม่ของเขาสิ้นใจตายหลังจากเขาเกิดมา เจ้านาย คนแบบนี้ ข้าได้ยินมาว่าชะตากรรมของเขาเลวร้ายมาก” จะเป็นเรื่องดีที่สุดที่หากขับไล่ออกไป แต่เมื่อพิจารณาถึงรูปร่างผอมแห้งของอีกฝ่ายแล้ว เขาจึงไม่กล้าปริปากกล่าวคำว่าขับไล่ออกมา

แต่กลับกลายเป็นว่าเหยียนซีกลับส่งยิ้มให้ฟางหมิงอี้ “แม่ของเจ้ารักเจ้ามาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจ้าได้เกิดมา เจ้าต้องคอยระลึกถึงแม่เอาไว้นะ เอาไว้หลังจากนี้เจ้ามีเงินเมื่อไหร่ รอให้ถึงเทศกาลกวาดสุสาน แล้วเจ้าก็ค่อยเผาเงินบางส่วนไปให้นางบ้าง”

“แม่ของเจ้ารักเจ้าเสมอและจะคอยอวยพรให้เจ้า เพราะฉะนั้นเจ้าจะไม่โชคร้ายหรอก และอาจโชคดีเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าวัยเด็กของเจ้าจะทุกข์ทรมานมาก แต่ความทุกข์ยากลำบากนี้จะเปลี่ยนให้เจ้ากลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจงตรากตรำทำงาน ใฝ่เรียนรู้ขยันขันแข็ง เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่?”

“ขอรับ” ฟางหมิงอี้พยักหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดจานุ่มนวลกับเขาหลังจากได้ยินว่าเขาเกิดมาจากโลงศพ

อาต้าลูบหัวเขา “พวกเราไม่กลัวหรอก”

“ขอรับ” ฟางหมิงอี้รู้สึกว่านอกเหนือจากสองคำนี้ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก นอกจากพยักหน้า

เด็กที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มนี้มีอายุเพียงแค่หกขวบเท่านั้น และมากที่สุดคือฟางหมิงอี้ที่มีอายุสิบห้าปี ในขณะที่เด็กรูปร่างผอมบางมีอายุสิบสี่ปี

เหยียนซีปลอบอีกสองสามคำ ก่อนจะพาหวังชีกลับไปที่ร้านเนื้อตุ๋น ขณะที่อาต้ากับอาเอ้อร์ต้องการอาศัยอยู่ในทุ่งชนบทต่อ โดยบอกว่าพวกเขาต้องการดูว่าเด็กพวกนี้เป็นอย่างไรบ้าง และวางแผนที่จะสอนวิชาความรู้ให้ เด็กสาวเข้าใจเรื่องพวกนี้มากนัก ดังนั้นเธอจึงโยนงานพวกนี้ให้พวกเขารับผิดชอบ

เมื่อกลับมาที่ร้านเนื้อตุ๋น ผู้เฒ่าหวูโถวก็ถามอย่างกระตือรือร้นหลังจากได้ยินมาว่าเธอหาคนได้แล้ว “เจ้านาย พวกเราต้องหาซื้อม้าซื้อลาก่อนนะขอรับ”

“ตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เราต้องรอให้ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิก่อนจึงจะเริ่มงานได้อีกครั้ง และข้าไม่อนุญาตให้ท่านไปวิ่งคนเดียวนะเจ้าคะ”

“เจ้านาย ข้าจะพาเด็ก ๆ พวกนั้นไปวิ่งทางเหนือจรดทางใต้ของตัวเมืองก่อน หลังจากที่เด็กพวกนั้นเริ่มทำงานกันได้แล้ว ข้าจะรับเข้าไปทำงานที่หย่งโจว”

“รอให้ท่านไปดูเด็กพวกนั้นเสียก่อนแล้วค่อยเข้ามาคุยกันเถอะเจ้าค่ะ” เหยียนซีรู้สึกว่าเด็กพวกนั้นเคยชินกับการถูกกดดัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้พวกเขาได้พักผ่อนกันเสียก่อน

ผู้เฒ่าหวูโถวไม่สามารถรอให้ถึงวันถัดไปได้ “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปดูก่อนนะขอรับ อาต้ากับอาเอ้อร์รู้เพียงแค่การต่อสู้ ไม่รู้เรื่องอื่น ๆ” ก่อนจะวิ่งออกนอกประตูเมืองไปยังทุ่งชนบทด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ หวาดกลัวว่าพวกพี่น้องอาต้าจะปล้นสะดมคนของเขาไป

เวลาล่วงเลยมาจนถึงสิ้นปี หัวหน้าชิวเดินทางเข้ามามอบเงินอั่งเปาให้เด็กสาวถึงหน้าประตู และถามเธอว่ามีบทละครเรื่องใหม่แล้วหรือยัง

ทว่าสวีอวี้หรงเสียสติไปแล้ว และไม่ได้พำนักอยู่ในเมืองหลวง ดังนั้นเหยียนซีจึงคิดจะปฏิเสธ

ทว่าเมื่อเด็กสาวเห็นตั๋วเงินจำนวนหนึ่งพันตำลึงที่หัวหน้าชิวนำออกมา เธอก็รู้สึกลังเลที่จะถอนตัวออกจากงานนอกเวลาที่มีผลกำไรตอบแทนงามเช่นนี้

เหยียนซีทำได้เพียงคร่ำครวญถึงผลกำไรมหาศาลของบทละครอยู่ในใจ ขณะที่เริ่มนึกถึงบทละครอันเหมาะสมกับช่วงนี้ขึ้นมา

[1] ฝูลู่โซ่วสี่ ผิงอันซี่เล่อ เป็นคำอวยพรช่วงเทศกาลตรุษจีน มีความหมายว่า ปลื้มปีติ มีวาสนา มีความสุข มีอายุยืนยาว อยู่ร่มเย็นเป็นสุขและยินดีปรีดาตามลำดับ

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 201 ผู้เฒ่าหวูโถวกระวนกระวายใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
1d2403bf
ชะตาฟ้าหาญกล้าท้ายอดคน
2024-02-17
j0wEP
สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
2025-10-12
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน