กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80 - บทที่ 485 จะสมหวังหรือไม่นั้นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง
บทที่ 485 จะสมหวังหรือไม่นั้นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
ฉือฮวนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เธอลุกขึ้นจากผ้าห่มอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ว่าตัวเองสวมเสื้อผ้าตัวในบางเฉียบเพียงตัวเดียว จึงรีบใช้ผ้าห่มคลุมตัวเองไว้ เหลือเพียงหัวเล็ก ๆ โผล่ออกมา
“ไม่ใช่บอกว่าจะยุ่งมากหรือ”
เพิ่งตื่นนอนดวงตาของเธอยังมีม่านหมอกบางปกคลุมอยู่
สืออวี่ไป๋ยิ้มมุมปาก แล้วเคาะศีรษะเธอเบา ๆ
“คิดถึงเธอน่ะ ได้ไหม”
ฉือฮวนได้ยินแล้วดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มที่มุมปากหวานจนซึมไปถึงหัวใจ
ทั้งสองสบตากัน ความคิดถึงอันมหาศาลไหลเวียนอยู่ในอากาศ แต่บรรยากาศหวานชื่นนี้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนดังลั่นทำลายความโรแมนติกจนหมดสิ้น
“ได้ยินว่าไอ้หนุ่มแซ่สือมาแล้วหรือ”
สิ้นประโยคเจ้าของเสียก็พุ่งเข้ามาในห้อง พอเห็นสืออวี่ไป๋คำพูดของ ฉือเฉิ่งก็เปลี่ยนไปทันที
“โอ้ ดูสิว่าใครมา นี่ไม่ใช่ศาสตราจารย์สือชื่อดังจากมหาวิทยาลัยเป่ยเฉิงไม่ใช่หรือ ไม่น่าเชื่อว่า หมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างหมู่บ้านเกาซานของพวกเรา จะมีสาวน้อยชนบทจากหมู่บ้านเล็ก ๆ เข้าตานายได้ จุ๊ จุ๊ ช่างเป็นบุญของฉือฮวนเหราจริง ๆ”
เขายังประชดประชันไม่หยุด
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว สืออวี่ไป๋ดูสงบกว่ามาก
เขาพยักหน้าทักทาย “พี่รอง”
ฉือเฉิ่งรู้สึกไม่สบายตัวราวกับถูกไฟลวก เขารีบโบกมือปฏิเสธ “อย่าเลย ถึงตอนนี้นายจะเป็นแฟนของฉือฮวนของพวกเรา แต่จะสมหวังหรือไม่นั้นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง”
“รอให้พวกนายแต่งงานกันจริง ๆ ค่อยเรียกผมว่าพี่รองก็ไม่สาย”
“ตอนนี้ผมรับไม่ไหวหรอก กลัวว่านายจะเรียกฉันจะอายุสั้นลง ฉันเด็กกว่านายตั้งสองเดือนเลยนะ”
ฉือฮวนจะพูดไม่ออก ทำไมเขาพูดอะไรก็ตลกได้ขนาดนี้นะ
“พี่รอง ฉันกับสืออวี่ไป๋มีเรื่องจะคุยกัน พี่ออกไปก่อนเถอะ!”
เธอไม่พูดยังไม่เป็นไร พอพูดแบบนี้แล้วกลับยิ่งทำให้เขาโมโห
“เรื่องอะไรฉันจะออกล่ะ! เธอแต่งตัวไม่เรียบร้อยแบบนี้ เหมาะที่จะเจอแขกไหม รีบไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้!” พูดจบก็หันไปยิ้มไม่จริงใจใส่สืออวี่ไป๋
“ศาสตราจารย์สือครับ พวกเราไปรออยู่ข้างนอกกันก่อนดีกว่า การบุกเข้ามาในห้องส่วนตัวของผู้หญิงแบบนี้มันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย!”
เขาโอบไหล่ของสืออวี่ไป๋แล้วเดินออกไปข้างนอกอย่างไม่ต้องสงสัย แขนของเขายังออกแรงอยู่เล็กน้อย ราวกับอยากจะทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงไป
เมื่อสืออวี่ไป๋หันไปมองก็ยังเห็นรอยยิ้มไม่จริงใจของเขา ไม่ทันที่ฉือฮวนจะได้พูดอะไร ทั้งสองคนก็เดินออกไปแล้ว
เธอได้แต่ทำได้เพียงเกาะหน้าต่างมอง แล้วก็ได้เห็นสืออวี่ไป๋ถูกพาตัวออกไปจากบ้านต่อหน้าต่อตา
เธอไม่มีทางเลือกอีกนอกจากรีบแต่งเนื้อแต่งตัว เพราะเธอรู้สึกว่าตามนิสัยของพี่รอง เขาจะต้องรังแกสืออวี่ไป๋แน่นอน
เธอไม่อยากให้สืออวี่ไป๋ต้องทนทุกข์จากการรังแกของพี่รองของเธอ
พอออกมาจากบ้านถึงได้พบว่าไม่รู้ว่าหิมะได้ตกตั้งแต่เมื่อไหร่ ทุกสารทิศทุกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน
รอยเท้าสายหนึ่งทอดยาวคดเคี้ยวออกไปจากลานบ้านของฉือฮวน
เอาละ
เธอไม่จำเป็นต้องสืบหาแล้ว เพียงแค่เดินตามรอยเท้านี้ไปก็จะหาคนเจอแน่นอน
ชาวบ้านตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนกำลังกวาดหิมะ เมื่อเห็นฉือฮวนก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง “นักศึกษาฉือกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ยิ่งโตยิ่งสวยนะ!”
“หน้าตาดีจริง ๆ เลย”
ฉือฮวนทักทายทุกคนอย่างทั่วถึง
คนที่เธอต้องการเจอตัวอยู่ที่สนามบาสเกตบอลของหมู่บ้าน ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมเหมือนหลายปีก่อน สีที่ทาบนห่วงไม้ลอกเป็นคราบ เผยให้เห็นสีไม้ธรรมชาติด้านใน
ลูกบาสเก็ตบอลถูกโยนลงห่วงอย่างแรง
มือใหญ่ที่มีข้อนิ้วชัดเจนนั้นคุ้นตาอย่างยิ่ง มือที่เคยลูบหัวของเธอมานับครั้งไม่ถ้วน
สืออวี่ไป๋กำลังกระโดดขึ้น ขณะที่สายตาของเธอจับจ้องอยู่นั้น เท้าของเขาก็แตะพื้นแล้ว ลูกบาสเก็ตบอลกลิ้งอยู่บนห่วงสองสามรอบ ก่อนจะตกลงมา
วินาทีถัดมา ไหล่ของเขาถูกกระแทกด้วยหมัดอย่างแรง
“เก่งจริง ๆ อาจารย์สือ มาเล่นกันอีกสิ!”
ฉือเฉิ่งก้มลงเก็บลูกบาสเก็ตบอล พุ่งออกมาจากด้านข้างของสืออวี่ไป๋ท่าทางคล่องแคล่ว แม้เรียกว่าเป็นการฝ่าวงล้อม แต่จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะใช้ไหล่พุ่งชนสืออวี่ไป๋ เพื่อระบายความโกรธ
ฉือฮวนยืนนิ่งอยู่ไม่นานก็เห็นสืออวี่ไป๋โดนพี่รองกระแทกศอกใส่หลายครั้ง หากแต่มุมปากของเขายังคงมีรอยยิ้มตลอดเวลา และยังพูดกับฉือเฉิ่งว่า
“นี่เป็นการทดสอบของพี่รองเหรอ”
“ทดสอบอะไร๊”
ฉือเฉิ่งแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาไม่มีทางยอมรับหรอก “ถ้านายสู้ไม่ได้ก็ยอมแพ้ไปสิ เป็นผู้ชายจะมามัวพูดมากอะไร!”
พูดจบก็ตั้งใจจะพุ่งชนสืออวี่ไป๋อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะปะทะกัน เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นกลางอากาศ
“พี่รอง ทำเกินไปแล้วนะ!”
“ข่มเหงกันเกินไปแล้ว!”
“สืออวี่ไป๋ สู้กลับเดี๋ยวนี้”
“พวกเราสองคนร่วมมือกัน จัดการเขาให้หมอบ!”
ฉือเฉิ่งได้ยินเสียงนี้ก็ขมวดคิ้ว
“เธอมาทำอะไรที่นี่ ไป ไป ที่นี่มันที่ของผู้ชาย ไม่เหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอหรอก”
ฉือฮวนไม่ฟัง
เธอหนักห้าสิบกิโลกรัม สี่สิบเก้ากินโลกกรัมเป็นความดื้อ เธอเดินดุ่ม ๆ เข้าไป ประจวบกับลูกบาสเก็ตบอลกระเด้งเข้ามาในอ้อมอก พร้อมหิมะและความเย็น กลิ้งวนอยู่ในอกสองสามรอบ ทำให้ฝ่ามือรู้สึกเจ็บนิด ๆ จากการเสียดสี
พอได้ครอบครองมืออยู่ในมือ เธอก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป ขว้างลูกบาสเก็ตบอลใส่ฉือเฉิ่งไปเลยเต็มแรง เมื่อมีคนที่สามเข้าร่วม การแข่งขันบาสเกตบอลกลายเป็นการแข่งขันปาของใส่กัน
ฉือเฉิ่งโดนบอลกระแทกที่ไหล่ โกรธจนตาแทบถลน เขาคว้าลูกบาสเก็ตบอลแล้วขว้างใส่ฉือฮวน
“เด็กบ้า ไม่รู้หรอกหรือว่าฉันทำเพื่อใคร แต่เธอกลับมาเล่นงานฉันเนี่ยนะ”
แต่ลูกบาสเก็ตบอลนั้นไม่ได้โดนฉือฮวน ก็ถูกฝ่ามือใหญ่คว้าไว้กลางอากาศ จากนั้นลูกบาสเก็ตบอลก็ถูกขว้างกลับมาที่ฉือเฉิ่งอย่างไม่ปรานี
คราวนี้ลูกตาของฉือเฉิงแทบจะหลุดออกมา
โธ่เอ๊ย!
สืออวี่ไป๋เล่นบาสเก็ตบอลไม่เป็นที่ไหนกัน แต่เมื่อครู่เขาแกล้งออมแรงไว้ชัด ๆ พอเห็นเขาจะทำร้ายฉือฮวน สืออวี่ไป๋ก็เผยธาตุแท้ออกมาสินะ
ทำให้เขาโมโหจริง ๆ!
คราวนี้ฉือเฉิ่งไม่ไล่สั่งสอนฉือฮวนแล้ว เขาคว้าลูกบาสเก็ตบอลแล้วขว้างใส่สืออวี่ไป๋แทน
ทำให้ฉือฮวนทนไม่ไหว เธอโกยหิมะขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วปาใส่เขาทันที ตอนแรกลูกบาสเก็ตบอลยังพอใช้ประโยชน์ได้ แต่ต่อมาก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี กลายเป็นแค่ของประดับไปเสียแล้ว
ผู้ใหญ่สามคนที่อายุรวมกันเกือบหกสิบปี กลับมาเกมปาหิมะใส่กันเหมือนเด็ก ๆ
ฉือฮวนเล่นอย่างสนุกสนานเต็มที่ จนสุดท้ายก็เหนื่อยล้าล้มลงกับพื้นหอบหายใจ
สุดท้ายก็เป็นสืออวี่ไป๋ที่อุ้มเธอขึ้นมาจากพื้น
แต่พอทั้งสองคนเพิ่งยืนได้มั่นคง ฉือเฉิ่งก็ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วโยนหิมะลงมาบนหัวพวกเขาทันที ละอองหิมะบางเบาเหมือนหมอก ตัดกับใบหน้าคมเข้มของสืออวี่ไป๋ ที่มองมา
ฉือฮวนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็ว เหม่อมองฉากนี้อย่างไม่รู้ตัว
“พวกนายสองคนกำลังอวดความหวานใส่ฉันใช่ไหม คิดว่าฉันทำอะไรพวกนายไม่ได้แล้วสินะ คิดจะดูถูกกันเหรอ!”
“เป็นยังไงบ้าง”
เสียงอันภาคภูมิใจของฉือเฉิ่งดังขึ้นข้างหู แต่ฉือฮวนกลับไม่ได้ยินอะไรเลย
ในสายตาและหัวใจของเธอมีเพียงใบหน้าหนึ่งของใครคนหนึ่ง
ผมของเขาถูกกลบด้วยหิมะกำหนึ่ง ร่วงหล่นตามเส้นผมที่ยุ่งเหยิง อารมณ์ในดวงตาอันใสกระจ่างของเขาถูกบดบังด้วยหิมะที่ตกลงมา แต่ฉือฮวนกลับเห็นมุมปากที่ยกขึ้นของเขาอย่างชัดเจน