สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 568 อุบายอันชาญฉลาด (2)
บทที่ 568 อุบายอันชาญฉลาด (2)
ขณะที่ตำรวจค้นหาในแม่น้ำหลานชาง ทีมกู้ภัยก็ได้ค้นหาในทุ่งต้นอ้อจนทั่ว พลิกดูทุกตารางนิ้วของพื้นหญ้า
ตำรวจไม่พบอะไรในทุ่งต้นอ้อ จึงย้ายจุดสนใจการค้นหาไปที่แม่น้ำหลานชางแทน
ตอนนี้เรือทุกลำในแม่น้ำอยู่ภายใต้การควบคุมของตำรวจ ตู๋หยาไม่มีโอกาสหนีขึ้นเรือ ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
ตู๋หยาต้องซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแน่นอน
ตำรวจเพิ่มความเข้มข้นในการค้นหาที่แม่น้ำหลานชาง นักประดาน้ำทยอยกันกระโดดลงไปในแม่น้ำรุ่นแล้วรุ่นเล่า เริ่มการตรวจค้นแบบ 360 องศาไม่มีจุดบอด
แม้น้ำในแม่น้ำช่วงต้นเดือนพฤษภาคมจะไม่ได้เย็นจนเข้ากระดูก แต่ถ้าแช่อยู่ในน้ำนาน ๆ ก็ยังทำให้หนาวสั่นไปทั้งตัวได้
“หัวหน้าลู่ แม่น้ำหลานชางใหญ่ขนาดนี้ รู้สึกว่าคงตรวจสอบไม่ทั่วในเวลาอันสั้น”
ตำรวจที่ยืนอยู่ข้างลู่เย่กล่าวด้วยความกังวล พลางมองดูสายน้ำอันกว้างใหญ่
ลู่เย่เม้มริมฝีปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ทั้งตู๋หยาและเซี่ยเฉิงอวิ๋นต่างก็บาดเจ็บ คงไม่สามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน พวกเขาต้องโผล่ขึ้นมาเองแน่นอน”
พูดจบ ลู่เย่ก็เตือนว่า “ให้จัดกำลังคนค้นหาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือให้มากหน่อย ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือให้ผ่อนปรนลงได้”
ตำรวจที่อยู่ข้าง ๆ งุนงงเล็กน้อย จึงถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “หา ทำไมต้องลดกำลังค้นหาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยล่ะครับ ถ้าคนร้ายหนีไปทางนั้นจะทำยังไง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เย่ยิ้มเล็กน้อย “ฉันตั้งใจให้ตู๋หยาวิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ให้ความหวังเขาหน่อย ไม่ควรบีบคั้นเกินไป หมาจนตรอกย่อมกระโดดกำแพง กระต่ายจนตรอกก็กัดคนได้ ขอเพียงตู๋หยาคิดว่าตัวเองยังมีทางรอด เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็จะปลอดภัย”
ตำรวจฟังคำพูดของลู่เย่จบก็เข้าใจทันที “อ๋อ! ผมเข้าใจแล้ว ต่อไปจะลดกำลังค้นหาทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่จะส่งกำลังหลักไปซุ่มอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือใช่ไหมครับ”
ลู่เย่หันหน้ามามองตำรวจข้างกายด้วยสายตาชื่นชม “ถูกต้อง นั่นแหละที่ฉันหมายถึง!”
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เย่ประหลาดใจก็คือ เวลาผ่านไปนานแล้ว แต่คนที่ถูกส่งไปค้นหากลับไม่พบอะไรเลย
ยามดึก พระจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าราวกับจานหยก คอยเฝ้ามองความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโลกมนุษย์อย่างเงียบงัน
พระจันทร์รู้ทุกอย่าง แต่ไม่พูดอะไรออกมา มันเป็นเพียงผู้เฝ้ามองเท่านั้น
“หัวหน้าลู่ นักประดาน้ำของเราได้สำรวจใต้แม่น้ำแล้ว แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ เราจำเป็นต้องส่งเรือดำน้ำลงไปไหมครับ” ลูกน้องคนหนึ่งมารายงานกับลู่เย่
ลู่เย่ขยับริมฝีปากเล็กน้อย กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะเสียก่อน
ลู่เย่ก้มลงมอง พบว่าเป็นสายจากผู้กำกับจ้าว
ลู่เย่รีบรับสาย “ฮัลโหล ผู้กำกับจ้าวครับ ผมลู่เย่นะครับ”
ปลายสายรีบบอกความคิดของตนให้ลู่เย่ฟัง
ผู้กำกับจ้าว “ลู่เย่ ผมจะบอกอะไรให้ ตอนนี้เซี่ยเฉิงอวิ๋นยังอยู่ในมือของตู๋หยา พวกเราไม่ควรบีบให้เขาจนมุม ควรถอนกำลังตำรวจบางส่วนออก เราต้องให้ความหวังกับตู๋หยาบ้าง ถ้าตู๋หยารู้สึกว่าตัวเองหมดทางไป เขาอาจจะฆ่าตัวตาย และก่อนตาย… เขาต้องฆ่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นเพื่อระบายแค้นแน่!”
สิ่งที่ผู้กำกับจ้าวกังวล ลู่เย่คิดถึงมันมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อครู่เขาถึงได้สั่งให้ลดกำลังทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ลู่เย่ถือวิทยุสื่อสาร พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ผู้กำกับจ้าว พวกเราคิดเหมือนกัน คุณวางใจได้ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ผมเหลือทางรอดให้ตู๋หยาหนึ่งทาง แต่ที่ปลายทางนั้น จะมีคนรออยู่มากกว่านี้”
ผู้กำกับจ้าวเป็นตำรวจอาวุโสที่มีประสบการณ์มากมาย ดังนั้นพอลู่เย่เอ่ยปาก เขาก็เข้าใจความหมายของลู่เย่ทันที
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงกับย่านการค้าของเมืองเจียง หากตู๋หยาเลือกที่จะหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เขาก็มีโอกาสสูงที่จะหลบหนีเข้าไปในเขตเมือง
ตู๋หยาต้องการหนีไปทางทะเลตะวันตก แต่ตอนนี้ทิศทางอื่น ๆ ถูกปิดกั้นหมดแล้ว เขาจึงทำได้เพียงหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น
เมื่อถึงเวลานั้นลู่เย่จะจัดกำลังทหารจำนวนมากซุ่มอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ รอให้ตู๋หยาพาเซี่ยเฉิงอวิ๋นหนีมาทางนั้น พวกเขาก็จะสามารถดักจับได้เหมือนการดักรอกระต่าย
…..
ในทุ่งต้นอ้อที่มีปุยอ้อปลิวว่อน
ตู๋หยาซ่อนตัวอยู่ในหลุมโคลน ทั้งร่างของเขาจมอยู่ในตม หายใจผ่านท่ออ้อเพียงอันเดียว
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทีมกู้ภัยหลายระลอกได้พลิกทุ่งต้นอ้อจนพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของตู๋หยา
เมื่อรู้สึกถึงคลื่นคนค้นหาที่เดินผ่านไปทีละระลอก ตู๋หยาที่ซ่อนตัวอยู่ในโคลนก็รู้สึกลิงโลดในใจ
พูดตามตรง วิธีนี้ใช้ได้ผลดีทีเดียว
ตู๋หยาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่หมดสติอยู่ข้าง ๆ แล้วถอนหายใจ
ครั้งนี้ที่หลบการค้นหาได้ ก็ต้องขอบคุณไอ้เด็กนี่
เวลาย้อนกลับไปเล็กน้อย
ในตอนนั้น ทีมกู้ภัยกำลังจะไล่ตามทัน
ตู๋หยาคิดแผนขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน เขาตัดสินใจเลียนแบบเซี่ยเฉิงอวิ๋นด้วยการซ่อนตัวในหลุมโคลน ปลอมตัวเป็นโคลนเละ
เขาดำลงไปในแม่น้ำก่อน เพื่อทำให้ตำรวจที่กำลังตามรอยเลือดเข้าใจผิดว่าเขาหนีลงแม่น้ำไปแล้ว
จากนั้นตู๋หยาก็ว่ายน้ำกลับมาอีกฝั่งของแม่น้ำเข้าสู่กอต้นอ้อ
รอยเลือดในกอต้นอ้อทอดยาวไปจนถึงแม่น้ำ ทำให้เส้นทางที่ตำรวจจะตามรอยขาดหายไป
ตู๋หยาฉวยโอกาสนี้ทาโคลนทั่วร่างของตัวเองและร่างของเซี่ยเฉิงอวิ๋น แล้วจมตัวลงในหลุมโคลน
คนทั่วไปคงไม่มีทางคิดว่าจะมีคนซ่อนตัวอยู่ใต้หลุมโคลน
ด้วยกลอุบายนี้ ตู๋หยาจึงหลบเลี่ยงการค้นหาได้อย่างแยบยล
ตู๋หยาเงยหน้ามองแสงไฟบนผิวน้ำ ทั้งในแม่น้ำและที่ท่าเรือเต็มไปด้วยทีมกู้ภัยที่กำลังลาดตระเวน
มีเพียงทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่แสงไฟไม่หนาแน่นเท่าที่อื่น
และเนื่องจากกอต้นอ้ออยู่ติดกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้าจะถอยก็ยังหนีได้ง่าย
แต่ทิศตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ใกล้ตัวเมือง ถ้าจะหนีก็ต้องหนีเข้าไปในเมืองเท่านั้น
ตู๋หยาตั้งใจจะนั่งเรือยอชต์จากแม่น้ำหลานชางไปถึงทะเลตะวันตกแล้วออกจากประเทศจีน แต่ตอนนี้ถ้าหนีเข้าไปในเขตเมือง เขาก็จะยิ่งห่างไกลจากทะเลตะวันตกมากขึ้น
แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้าเขาอยากมีชีวิตรอด ก็ต้องหนีเข้าไปในเมืองเท่านั้น
ตู๋หยาจึงปีนออกมาจากหลุมโคลน แล้วลากเซี่ยเฉิงอวิ๋นตามไปด้วย เขาเริ่มมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ทั้งสองคนแช่อยู่ในหลุมโคลนมานาน ทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนเน่าหนาเหนียว
แต่โคลนเย็นเฉียบนี้กลับช่วยให้สงบสติอารมณ์ และช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามร่างกายของพวกเขาได้ในระดับหนึ่ง
ตู๋หยาหายใจหอบเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
ในตอนนี้ พระจันทร์บนท้องฟ้ายามราตรีเริ่มหม่นลง และปรากฏแสงรุ่งอรุณสีขาวทางทิศตะวันออก
ฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว ถ้าเขาจะลงมือก็ต้องเป็นตอนนี้
ขอแค่ภูเขายังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนให้เผา
ตู๋หยากัดฟันตัดสินใจที่จะเสี่ยงดูสักตั้ง
เสี่ยงสักหน่อย จากจักรยานอาจกลายเป็นมอเตอร์ไซค์
เขาไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ ขอเพียงแค่เขามีชีวิตรอด หนีออกไปได้ ต่อไปก็จะมีเงินใช้ไม่หมด มีความสุขสบายให้เสพสุขไม่รู้จบ!
ตู๋หยาคิดว่า เมื่อถึงในเขตเมือง เขาจะไปหากลุ่มอิทธิพลใต้ดินของเมืองเจียง ดูว่าจะสามารถร่วมมือกันได้หรือไม่
ตอนนี้เขาเป็นคนโดดเดี่ยว จำเป็นต้องหาเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก
หลังจากตู๋หยาตัดสินใจแล้ว เขาก็ลากเซี่ยเฉิงอวิ๋นหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทุ่งต้นอ้อเป็นป่าทึบ ในป่ามืดสนิท ไม่มีแสงสว่างใด ๆ มืดมิดจนน่าขนลุก
ส่วนบริเวณอื่น ๆ ใกล้ปากอ่าวมีแสงไฟสว่างไสว มีทหารคอยเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทุกที่ มีเพียงทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่การป้องกันหละหลวม แม้แต่ไฟส่องสว่างก็ยังไม่เห็น
ตู๋หยาถอนหายใจหนัก ๆ
“ฮ่า…ดูเหมือนพวกเขาคงคิดว่า ฉันจะวิ่งไปทางปากทะเลสินะ”