สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 554 ออดอ้อนหน่อยจะเป็นไร
บทที่ 554 ออดอ้อนหน่อยจะเป็นไร
เวลาสองทุ่ม เมืองเจียงก็เริ่มมีฝนตกปรอย ๆ ลงมาอีกครั้ง
เม็ดฝนโปรยปรายเสียงดังเปาะแปะ หยาดฝนร่วงลงสู่แม่น้ำก่อให้เกิดระลอกคลื่นเล็ก ๆ แผ่ขยายออกไปเป็นวง
วงกลมเล็ก ๆ ซ้อนทับกันไปมา ระลอกคลื่นเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนปะทะกัน ทำให้ผิวน้ำในแม่น้ำเป็นระลอกคลื่นแตกกระจายเป็นประกาย ดูสวยงามน่าชม
ชาวเมืองเจียงเริ่มรู้สึกหวาดกลัวฝนเสียแล้ว พวกเขากลัวว่าหลังจากฝนตกปรอย ๆ ครั้งนี้ จะตามมาด้วยพายุฝนครั้งใหญ่แห่งศตวรรษอีก
อุทกภัยที่เกิดจากพายุฝนรุนแรงได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจและประชาชนในเมืองเจียง
เมื่อเห็นสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ทุกคนต่างก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ในเมืองเจียง โคมไฟเริ่มสว่าง ผู้คนที่เดินอยู่ริมถนนต่างเงยหน้ามองสายฝนที่ตกลงมาด้วยสีหน้ากังวล
“โอ้พระเจ้า ทำไมฝนตกอีกแล้ว เพิ่งหยุดไม่ทันกี่วันเอง…”
“แย่แล้ว! หลังจากนี้จะมีพายุฝนรุนแรงอีกไหมนะ”
“พระเจ้า ผ้าที่บ้านยังไม่แห้งเลย ดูท่าคงตากไม่แห้งแล้วละ”
“ฉันกลัวจังเลย อย่าให้มีฝนตกหนักเลย น้ำป่า ดินถล่ม หลุมยุบ ขอให้หายไปให้หมด หายไปให้หมด!”
“พวกคุณอย่าเดากันไปเองสิ อย่าทำให้ตัวเองตกใจไปเอง เมื่อกี้พยากรณ์อากาศบอกว่าคืนนี้แค่ฝนตกเท่านั้น…”
หลังจากได้ยินว่าพยากรณ์อากาศทำนายว่าคืนนี้จะมีแค่ฝนตกทุกคนจึงค่อยโล่งใจ
เมืองเจียงตอนนี้ประสบภัยพิบัติอย่างหนัก ไม่อาจทนรับความเสียหายอะไรได้อีกแล้ว
…
เมืองเจียง โรงพยาบาลประชาชน
เสิ่นชิงกอดผ้าห่มนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ฟังเสียงหยดของน้ำฝนที่ตกกระทบหน้าต่าง
เสียงฝนพรำตกกระทบดังชัดใส ในห้องมีแสงไฟส่องสว่าง ต้นไทรด้านนอกหน้าต่างสะท้อนกับแสงไฟทอดเงาสีน้ำเงินเข้มในความมืดของราตรี
เสิ่นชิงเท้าคางมองออกไปด้านนอก จ้องมองสายฝนที่หยดลงอย่างเหม่อลอย
เพราะเพิ่งหายป่วยหนัก ร่างของเสิ่นชิงจึงดูผอมบางเป็นพิเศษ เธอจ้องมองใบไม้สีเขียวนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
“เอี๊ยด…”
ประตูห้องผู้ป่วยเปิดออก
สวีลี่ถือถาดเดินเข้ามา บนถาดมีจานหนึ่งใส่ม้วนดอกฝูหรงเส้นไหมทอง ชามซุปไข่ร้อน ๆ และซุปปลาหม้อดิน
“พี่เสิ่นชิง กินหน่อยสิคะ จะได้บำรุงร่างกาย!”
สวีลี่เห็นเสิ่นชิงตื่นแล้วจึงวางถาดลงบนโต๊ะแล้วถามด้วยความห่วงใย “ตอนนี้พี่เสิ่นชิงรู้สึกยังไงบ้างคะ ดีขึ้นหรือยัง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”
เสิ่นชิงแก้มซีดขาวไร้เลือดฝาด ดูอิดโรยมาก
เธอใช้พลังสมองและจิตใจมากเกินไปในการถอดรหัสลับ ตอนนี้ร่างกายจึงอ่อนแอมาก
เมื่อได้ยินเสียงของสวีลี่ เสิ่นชิงพยักหน้าเบา ๆ มุมปากฝืนยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่เป็นไรแล้ว ร่างกายก็ดีขึ้นมาก ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก…”
สวีลี่ยื่นถาดไปข้างหน้า “นี่…พี่เสิ่นชิงรีบกินสิคะ!”
เสิ่นชิงมองอาหารบนถาดแวบหนึ่ง แววตาดับวูบลงทันที
โอ้โห…
ขนม ซุปปลา ซุปไข่…
จืดชืดไปหมด ล้วนเป็นอาหารที่เธอไม่ชอบกิน
กินแล้วไม่มีรสชาติอะไรเลย…
เธอชอบกินอาหารรสเปรี้ยวเผ็ด แต่อาหารบนถาดนี้รวมกันแล้วยังไม่มีเกลือสักช้อน
เสิ่นชิงทำหน้าเศร้าหมอง สวีลี่มองปุ๊บก็รู้ทันที เธอเอามือเท้าเอวพูดว่า
“พี่เสิ่นชิง! อาหารพวกนี้ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายของพี่นะ! พี่ต้องกินให้ได้ แถมฉันจะต้องคอยดูพี่กินด้วย!”
เสิ่นชิงเงียบไม่ตอบ เธอหันหน้าไปทางอื่นแล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ฉันไม่หิว ฉันจะนอนแล้ว”
พูดจบ เสิ่นชิงก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ทำตัวงอแงเหมือนเด็ก ๆ
“ฉันไม่กิน…”
เสิ่นชิงพูดเสียงอู้อี้ ดูไม่ค่อยมีความสุขนัก
เห็นเสิ่นชิงเป็นแบบนี้ สวีลี่ก็รู้สึกหงุดหงิดในใจ โอ้พระเจ้า ทำไมคนคนนี้กินข้าวยากเย็นเหมือนกินยาขนาดนี้
แถมยังมางอแงเหมือนเด็ก ๆ อีก
สวีลี่จำใจดึงผ้าห่มแล้วดึงเสิ่นชิงออกมาจากใต้ผ้าห่ม
สวีลี่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่เสิ่นชิง! มื้อนี้พี่ต้องกินให้ฉันให้ได้! ถ้าพี่ไม่กินมื้อนี้ มื้อหน้า มื้อต่อไป ก็จะมีแต่อาหารพวกนี้เหมือนเดิม”
“…”
เสิ่นชิงชำเลืองมองสวีลี่แวบหนึ่ง แล้วดึงผ้าห่มคลุมหัว “บอกแล้วว่าฉันไม่กิน! ไม่กินก็คือไม่กิน!”
เสิ่นชิงพูดอย่างไม่พอใจจากใต้ผ้าห่ม “ใครเขาทำแบบเธอกันบ้าง เธอกำลังปฏิบัติกับฉันเหมือนนักโทษ ฉันไม่ใช่นักโทษนะ!”
เธอไม่อยากกินของพวกนี้จริง ๆ ตอนนี้เธออยากกินแต่ปลาเปรี้ยวหวาน ไก่ตุ๋น ขาหมูย่าง ไก่น้ำมันพริก ตีนไก่พริกมะนาว…
เธอชอบกินอาหารรสจัด พวกอาหารจืดชืดแบบนี้เธอไม่อยากแตะแม้แต่คำเดียว
สวีลี่หมดปัญญาแล้ว ได้แต่เอามือเท้าเอวพูดว่า “พี่เสิ่นชิง ถ้าพี่ยังทำแบบนี้อยู่ ฉันจะโทรไปบอกหัวหน้าทีมลู่ว่าพี่ไม่ยอมเชื่อฟัง อยู่โรงพยาบาลไม่ยอมกินอะไรเลย แถมยังไม่ยอมพักรักษาตัวดี ๆ ด้วย!”
สวีลี่ตั้งใจจะฟ้องลู่เย่
เสิ่นชิงกลอกตาบนอยู่ในผ้าห่ม ถ้าลู่เย่รู้เข้า เขาก็จะพาเธอไปกินแต่ของที่เธออยากกิน
ครั้งที่แล้วตอนที่เธอไม่อยากกินอาหารรสจืดที่โรงพยาบาลส่งมา ลู่เย่ก็แอบสั่งอาหารย่างกับของทอดมาให้เธอโดยไม่ให้หมอรู้
เสิ่นชิงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม รู้สึกอึดอัดในใจ จู่ ๆ เธอก็คิดถึงลู่เย่จัง
ดูเหมือนจะมีแค่ลู่เย่เท่านั้นที่ตามใจเธอโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าเธอจะอยากทำอะไร จะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ลู่เย่ก็จะสนับสนุนและช่วยเหลือเธอเสมอ
“สวีลี่ ฉันไม่อยากกินของพวกนั้น ฉันอยากกินแต่ตีนไก่พริกมะนาว! ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน! กุ้งเผ็ด ๆ!”
เสิ่นชิงส่งเสียงฮึในลำคอ แล้วเกาะแขนสวีลี่พร้อมกับออดอ้อน “ไม่เอา ๆ ฉันไม่อยากกิน ลี่ลี่คนดี ไปซื้อบาร์บีคิวให้ฉันกินได้ไหม”
สวีลี่เองก็เพิ่งเคยเห็นเสิ่นชิงมาออดอ้อนกับตัวเองเป็นครั้งแรก
เมื่อได้ยินเสิ่นชิงออดอ้อนกับตัวเอง สวีลี่อดรู้สึกปลื้มปริ่มในใจไม่ได้
เสิ่นชิงเห็นว่าสวีลี่กำลังจะใจอ่อน จึงรีบจับมือสวีลี่แล้วออดอ้อนต่อว่า “พี่สวีลี่ขา ขอร้องละ ฉันอยากกินของอร่อย ๆ นะ”
เฉาเล่อที่เพิ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกเห็นภาพเสิ่นชิงกำลังออดอ้อนสวีลี่แล้วถึงกับขนลุกซู่ทันที
นี่พี่เสิ่นชิงกำลังออดอ้อนอยู่เหรอ น่ากลัวไปหน่อยนะ
เฉาเล่อรำพึงในใจ พระเจ้า ที่แท้ผู้หญิงออดอ้อนกับผู้หญิงด้วยกันยังดูน่าขนลุกกว่าออดอ้อนกับผู้ชายเสียอีก
เฉาเล่อเอามือปิดหน้าอย่างอ่อนใจ จินตนาการผุดขึ้นเต็มหัวไปหมด
ยากจะนึกได้ว่าผู้หญิงเก่งที่เด็ดขาดและสง่างามอย่างอัยการอันดับหนึ่งของประเทศจีนจะมาออดอ้อนได้
แถมยังออดอ้อนเพื่อของกินด้วย
เฉาเล่อพูดไม่ออก เขาไม่กล้ามองผู้หญิงสองคนตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว
เสิ่นชิงเห็นเฉาเล่อเดินเข้ามาจึงแกล้งกระแอมไอเบา ๆ สองสามครั้ง
“แค่ก แค่ก…”
หลังจากไอสองสามครั้ง เสิ่นชิงก็รีบลุกขึ้นนั่งจากใต้ผ้าห่ม
เธอกับสวีลี่เป็นพี่น้องกัน การอ้อนต่อหน้าพี่น้องไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กับเฉาเล่อนั้นต่างออกไป
เธอยังคงรู้สึกเกร็งเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉาเล่อ
สวีลี่เห็นเฉาเล่อเข้ามาก็รีบพูดกับเขาว่า “เฉาเล่อ นายช่วยพูดกับพี่เสิ่นชิงหน่อย เธอไม่ยอมกินอะไรเลย ร่างกายอ่อนแอขนาดนี้จะไม่กินอะไรได้ยังไง”
เฉาเล่อมองตามทิศทางที่สวีลี่ชี้ไปยังอาหารบนถาด จากนั้นก็เงียบไปทันที
รสนิยมการกินของพี่เสิ่นชิงเขารู้ดี
พวกน้ำซุปจืด ๆ แบบนี้ เธอไม่ชอบกินจริง ๆ
การจะให้เธอกินของพวกนี้ ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก
แล้วเฉาเล่อก็วางของที่เขาออกไปซื้อมาลงบนโต๊ะ
ถุงพลาสติกบนโต๊ะดูเต็มจนป่อง สวีลี่มองถุงด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “เฉาเล่อ นายออกไปซื้ออะไรมาเหรอ ทำไมซื้อมาเยอะจัง”
เฉาเล่อเกาหัวแกรก ๆ พูดอย่างซื่อ ๆ ว่า “เอ่อ…ทั้งหมดเป็นของที่พี่เสิ่นชิงให้ฉันไปซื้อมา ข้างในมี…”
“แค่ก แค่ก…แค่ก แค่ก…”
มุมปากของเสิ่นชิงกระตุก แล้วเธอก็ไอออกมาอย่างบ้าคลั่ง