สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 540 เจอกันที่ทางแคบ
บทที่ 540 เจอกันที่ทางแคบ
ขณะที่เสี่ยวหยางกำลังตะโกนร้องเพลงอย่างเมามัน เขาไม่ได้ยินเสียงลมที่พัดกรูมาจากด้านหลัง
“ปัง!”
เงาของรถสีขาวพุ่งชนเสี่ยวหยางอย่างจัง
เสี่ยวหยางไม่ทันได้หลบหลีก ร่างของเขาลอยกระเด็นออกไปเหมือนว่าวที่ขาดสาย
หูฟังในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้น
ด้วยแรงกระแทกและแรงเฉื่อยอันรุนแรง ร่างของเสี่ยวหยางกระเด็นไปตกในแปลงต้นไม้ริมถนน
“ครืน ๆ…”
ดอกไม้และพุ่มไม้ในแปลงต้นไม้หักเสียหาย ใบไม้และหยดน้ำร่วงหล่นลงมา
โชคดีที่มีแปลงต้นไม้คอยรับไว้ เสี่ยวหยางถึงไม่ได้กระแทกพื้นปูนโดยตรง
แต่หลังจากที่เขาตกลงไปในแปลงต้นไม้ ร่างของเขาก็กลิ้งไปหลายตลบกว่าจะหยุด ส่วนโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ด้านข้างก็บันทึกภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุทั้งหมดไว้ได้อย่างครบถ้วน
ผู้ชมในห้องไลฟ์กว่าสองแสนคนได้เห็นเหตุการณ์สลดนี้กับตา
ชาวเน็ต : โอ้แม่เจ้า! พี่เสี่ยวหยางโดนชนกระเด็น! คุณแม่จ๋า! รีบแจ้งตำรวจเร็ว! โทรเรียกรถพยาบาลด่วน!
ชาวเน็ต : พระเจ้า! พี่เสี่ยวหยางไม่เป็นไรใช่ไหม เขาไม่ได้ถูกชนตายใช่ไหม?
ชาวเน็ต : อ๊ากกก! รถคันนั้นวิ่งเร็วมาก ฉันเห็นแค่เงาสีขาวแวบเดียว แล้วพี่เสี่ยวหยางก็หายไปเลย
ชาวเน็ต : ฮือ ๆ พี่เสี่ยวหยางลุกขึ้นมาเร็วๆ สิ คุณจะไปดื่มเหล้ากับยมทูตจริง ๆ เหรอ
ชาวเน็ต : แย่แล้ว คราวนี้ต้องไปกินเลี้ยงงานศพแน่ ๆ พี่เสี่ยวหยางไม่อยู่แล้ว
…
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น มีชาวเน็ตที่ตาไวสังเกตเห็นพุ่มไม้ริมทางขยับไหวไปมา
ชาวเน็ต : ทุกคนดูเร็ว! ต้นไม้ในพุ่มไม้เพิ่งขยับ พี่เสี่ยวหยางยังมีชีวิตอยู่! เขาไม่ตาย! เขายังมีชีวิตอยู่!
ทันใดนั้น ทุกคนต่างมองไปที่พุ่มไม้ริมทาง
จู่ ๆ ก็มีแขนข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพุ่มไม้
เสี่ยวหยางนอนอยู่ในพุ่มไม้ ชูแขนขึ้นสูง แล้วชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์ชัยชนะไปทางกล้อง
สัญลักษณ์รูปกรรไกรของเสี่ยวหยางโดดเด่นท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกหนัก
ห้องไลฟ์เดือดพล่านขึ้นมาทันที
ชาวเน็ต : เฮ้ย! พี่เสี่ยวหยางไม่เป็นไร! เขายังชูนิ้วทำสัญลักษณ์ให้พวกเราด้วย!
ชาวเน็ต : พระเจ้า ไม่จริงใช่ไหม โดนรถชนแล้วไม่เป็นไร? พี่เสี่ยวหยางคงเป็นญาติกับยมทูตแน่ ๆ
ชาวเน็ต : เก่งมากพี่เสี่ยวหยาง! พี่เสี่ยวหยางเจ๋งสุด ๆ! พี่เสี่ยวหยางคือเทพเจ้าองค์เดียวของผม!
เสี่ยวหยางนอนอยู่บนพื้นหญ้าริมทาง ใบหน้าขาวซีด เลือดสด ๆ ค่อย ๆ ไหลกระจายออกจากท้ายทอยของเขา ผสมกับน้ำฝนแล้วซึมลงไปในดิน
ในวินาทีที่เสี่ยวหยางถูกชน เขายังคงคิดถึงผู้ชมสองแสนคนในห้องไลฟ์
พระเจ้า นั่นมันผู้ชมตั้งสองแสนคนนะ!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขายังไม่เคยเห็นคนมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย
เสี่ยวหยางคิดอยู่อย่างเดียว เขาจะไม่ยอมทำตัวน่าอายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้เด็ดขาด
ดังนั้นเขาจึงฝืนรวบรวมลมหายใจ ใช้แรงทั้งหมดที่มียกแขนขึ้นทำสัญญาณมือ
ทั้งร่างของเสี่ยวหยางเจ็บราวกับกระดูกแตกไปหมด หลังจากทำสัญญาณมือเสร็จ แขนของเขาก็ตกลงไป
ภาพนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ชมในห้องไลฟ์
ชาวเน็ต : อ๊ะ! พี่เสี่ยวหยางเป็นอะไรไป? เขาเป็นอะไรมากไหม
ชาวเน็ต : แย่แล้ว นี่ไม่ใช่อาการแสงริบหรี่ก่อนตายของพี่เสี่ยวหยางใช่ไหม เขา… เขาจะไม่ตายใช่ไหม
ชาวเน็ต : รถพยาบาลล่ะ? ทำไมรถพยาบาลยังไม่มาอีก?
ชาวเน็ต : คนขับรถที่ก่อเหตุล่ะ? ทำไมเขาถึงไม่หยุดรถ?
ชาวเน็ต : พี่เสี่ยวหยาง ลุกขึ้นสิ! แค่คุณลุกขึ้นมา ฉันจะกดไลก์ให้คุณถึงสองล้านครั้งเลย
ผู้ชมในห้องไลฟ์กว่าสองแสนคนจ้องมองไปที่แนวต้นไม้ริมทาง หวังว่าเสี่ยวหยางจะลุกขึ้นมาได้
หนึ่งนาทีผ่านไป…
สองนาทีผ่านไป…
สามนาทีผ่านไป…
เม็ดฝนกระหน่ำลงมาบนต้นไม้ ตึก และพื้นดินอย่างรุนแรง
ต้นไม้ในแนวพุ่มไม้ริมทางโอนเอนไปมาจากแรงฝน ขณะที่เสี่ยวหยางนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
…
สิบนาทีผ่านไป
เสี่ยวหยางก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นมาจากแนวต้นไม้ริมทางได้
เขาหมดแรง และหมดสติไป
เสียงถอนหายใจดังก้องไปทั่วห้องไลฟ์
ชาวเน็ต : พี่เสี่ยวหยางไม่ไหวแล้ว รถพยาบาลทำไมยังไม่มาอีก?
ชาวเน็ต : รอดูปาฏิหาริย์ พระเจ้า จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นไหม!
ชาวเน็ต : พี่เสี่ยวหยาง ตื่นขึ้นมาเร็ว ๆ สิ คุณไม่ใช่ญาติกับยมทูตหรอกเหรอ!
ชาวเน็ต : ฮือ ๆ พวกเราน่าจะเตือนเขาตั้งแต่แรก ไม่ให้เขาไลฟ์บนถนนใหญ่
ชาวเน็ต : คนข้างบน พูดอะไรแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว
น่าเสียดาย เสี่ยวหยางไม่สามารถเห็นข้อความคอมเมนต์ได้อีกแล้ว เขาแทบไม่มีแรงจะลืมตาด้วยซ้ำ
…
“เอี๊ยด…”
เสียงเบรกดังยาว ทำให้บรรยากาศรอบข้างแข็งค้างไปชั่วขณะ
แท็กซี่สีขาวเบรกกะทันหัน
ภายในแท็กซี่ ผู้ร้ายที่กำลังหลบหนีมองไปที่แนวต้นไม้ริมทางแล้วพูดว่า “หัวหน้า ผมเหมือนเพิ่งชนคนเข้า…”
“ชนคนก็ชนไปสิ ลงไปดูหน่อยว่าตายหรือยัง ถ้ายังไม่ตายก็แทงอีกสองที” ตู๋หยาเหลือบมองเสี่ยวหยางอย่างไม่ใส่ใจ พลางพูดขึ้นมาเบา ๆ
“เอ๊ะ? ทำไมคนคนนี้ดูคุ้นตาจัง?”
ตู๋หยารู้สึกว่าคนที่ถูกชนกระเด็นดูคุ้น ๆ “ขับรถเข้าไปใกล้อีกหน่อย ฉันจะดูให้ชัด ๆ”
แท็กซี่สีขาวเคลื่อนเข้าไปใกล้พุ่มไม้ ตู๋หยาเหลือบมองไปที่พุ่มไม้
“บ้าเอ๊ย ทำไมเป็นมันวะ!”
ตู๋หยาเลื่อนกระจกลง ถ่มน้ำลายใส่เสี่ยวหยาง
คนขับรถที่นั่งข้าง ๆ ถามว่า “พี่ใหญ่? คุณรู้จักเขาเหรอ?”
ตู๋หยาแค่นเสียง “จะเรียกว่ารู้จักก็ไม่ใช่ แต่เพราะไอ้หมอนี่นี่แหละ ฉันถึงได้ติดคุก”
“พี่ใหญ่ จะจัดการไอ้นี่ยังไงดี?” ปากเบี้ยวชะโงกดูที่พุ่มไม้ “ดูเหมือนมันจะตายอยู่แล้ว ไม่ต้องลงมือก็ได้”
ตู๋หยามองเสี่ยวหยางที่เหมือนตายพูดว่า “ไม่ต้องสนใจมัน ชนตายก็สมน้ำหน้า”
ชายปากเบี้ยวเปิดประตู ทำท่าจะลงจากรถ “ฉันจะไปดูว่ามันตายหรือยัง ถ้ายังไม่ตาย ฉันจะแทงอีกสองที กล้าดีมาเป็นศัตรูกับพี่ใหญ่ของพวกเรา”
ตู๋หยารีบห้ามไว้ “ไม่ต้อง ไม่ต้องยุ่งกับมัน พวกเราใช้มันสลัดรถตำรวจที่ตามมาได้พอดี”
จากนั้น กลุ่มของตู๋หยาก็ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดเห็นภาพนี้แล้วโกรธจนแทบระเบิด
ชาวเน็ต : พระเจ้า! คนแบบไหนกัน? ทำไมถึงมีคนแบบนี้ด้วย? ชนคนแล้วไม่สนใจอะไรเลย!
ชาวเน็ต : เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อน? ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นหน้าไอ้หัวล้านนั่นจัง?
ชาวเน็ต : ฉันนึกออกแล้ว! คนนี้คือคนร้ายที่ระเบิดเขาเสี่ยวเหมยนี่นา! เขาคือตู๋หยา! เขาคนนี้แหละที่ระเบิดภูเขาจนพี่เสิ่นชิงตาย!”
ชาวเน็ต : อ๊ากกกก! นักโทษแหกคุกแล้ว รีบแจ้งตำรวจเร็ว! ทำไมรถตำรวจมาช้าจัง? รถพยาบาลก็ยังไม่มาอีก?”
เมืองเจียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีคนจำนวนมากติดอยู่ในน้ำท่วม คนส่วนใหญ่กำลังต่อสู้กับน้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ตำรวจมีกำลังคนไม่พอ รถพยาบาลก็ไม่เพียงพอเช่นกัน
เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้หลายพื้นที่ในเมืองเจียงเกิดดินถล่ม มีคนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากหินที่ถล่มลงมา รถพยาบาลจึงยุ่งจนรับมือไม่ไหว
หลังจากตู๋หยาหนีไป ลู่เย่รีบไล่ตามทันที
เมื่อครู่เขาเห็นนักโทษที่หนีไปข้างหน้าชนคนจนกระเด็นไปที่แปลงต้นไม้ริมทาง
“เอี๊ยด…”
ในเสียงเบรกกะทันหัน รถตำรวจค่อย ๆ จอดลงข้างแปลงต้นไม้
ลู่เย่รีบผลักประตูรถออกแล้ววิ่งไปที่แปลงต้นไม้
ฝนตกหนักเหมือนเทน้ำ พอประตูรถเปิดออก ลมแรงก็พัดพาน้ำฝนเข้ามาในรถ
ลู่เย่รีบปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในแปลงต้นไม้ แหวกพุ่มไม้ที่ขวางหน้าออก จนพบเสี่ยวหยางที่สลบไม่ได้สติ
เสี่ยวหยางนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นดิน เลือดที่ไหลออกจากศีรษะถูกน้ำฝนชะจนเจือจางกลายเป็นแอ่งน้ำสีแดงอ่อน ๆ
ลู่เย่ก้มตัวลงแล้วลองตรวจดูลมหายใจของเสี่ยวหยาง
“ยังหายใจอยู่ ยังช่วยได้!”
ลู่เย่หันไปมองรองหัวหน้าทีมที่อยู่ข้าง ๆ “รีบเรียกรถพยาบาลเร็ว”
รองหัวหน้าทีม “ผมเรียกรถพยาบาลไปแล้ว แต่ต้องรอ ตอนนี้ยังมาไม่ได้ ทางโรงพยาบาลบอกให้พวกเราพาคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลเอง”
พอได้ยินอย่างนั้น ลู่เย่ก็ขมวดคิ้ว
ตอนนี้รถพยาบาลมาไม่ได้ บนถนนก็ไม่มีรถผ่านไปมา วิธีเดียวที่ทำได้คือพวกเขาต้องพาเสี่ยวหยางไปส่งโรงพยาบาลเอง
แต่ตอนนี้เวลาเร่งรีบ พวกเขายังต้องไล่ล่าจับตู๋หยาอีก
สถานการณ์ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หากจะช่วยเสี่ยวหยาง พวกเขาก็จะพลาดโอกาสในการไล่ล่าตู๋หยา และอาจทำให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น
หากพวกเขาไม่สนใจเสี่ยวหยาง แล้วไปไล่ล่าตู๋หยาต่อ เสี่ยวหยางก็จะต้องตายอย่างแน่นอน
แต่ลู่เย่ไม่คิดอะไรมาก เขาตัดสินใจทันทีว่า “พวกเราช่วยคนก่อน!
รองหัวหน้าช่วยหน่อย พวกเราช่วยกันย้ายเขาขึ้นรถ”
“งั้น…งั้นพวกเราไม่ไล่ล่าตู๋หยาแล้วเหรอ?” รองหัวหน้าลังเลเล็กน้อย
เขาคิดว่าควรทิ้งคนสองคนไว้ดูแลผู้บาดเจ็บ แล้วค่อยรอรถพยาบาล
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเป็นหลานชายของนายกเทศมนตรี ถ้าเป็นเพราะพวกเขาที่ทำให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นตกอยู่ในอันตราย
พวกเขาคงไม่มีอนาคตที่ดีแน่
ในสายตาของรองหัวหน้า ลู่เย่เป็นแค่คนนอก ถ้าภารกิจไม่สำเร็จ ลู่เย่ก็แค่เดินจากไป แต่ความวุ่นวายทั้งหมดจะตกอยู่ที่เขา
เขาจะต้องเผชิญกับความโกรธของนายกเทศมนตรี เขาจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
ลู่เย่รู้ว่ารองหัวหน้าคิดอะไรอยู่ เขาส่ายหน้าพลางพูดว่า “ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีค่าควรแก่การเคารพ คนเราไม่มีสูงต่ำดีเลว เรื่องราวต่าง ๆ ก็มีลำดับความสำคัญเร่งด่วน
ช่วยผู้บาดเจ็บก่อน นี่คือคำสั่งของหัวหน้า”
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังมาจากด้านหลังของพวกเขา
“บึ้ม ๆ…บึ้ม ๆ…”
ลู่เย่หันไปมองด้านหลัง ที่แท้ก็เป็นลุงฉินกับตำรวจจราจรอีกหลายนายขี่มอเตอร์ไซค์มาถึง
ลุงฉินโบกมือให้ลู่เย่พลางพูดว่า “ได้ยินว่าที่นี่เกิดอุบัติเหตุ ผมเลยรีบมาทันที”
พูดจบ ลุงฉินก็มองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่เห็นรถที่ก่อเหตุ
ดูเหมือนคนขับที่ก่อเหตุจะหลบหนีไปแล้ว
ลุงฉินเกาหัวแก้เก้อ “โอ้โห ผมมาช้าไปก้าวหนึ่งเลย”
ลู่เย่เห็นมอเตอร์ไซค์ของลุงฉินแล้วตาเป็นประกาย “ลุงฉิน คุณไม่ได้มาช้าหรอก คุณมาได้จังหวะพอดีเลย”
ภายใต้สายตางุนงงของลุงฉิน ลู่เย่หยุดคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คนที่ก่อเหตุคือพวกพอยเซินแฟ็ง
ลุงฉิน คุณขับรถของพวกเราพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล พวกเราจะขี่มอเตอร์ไซค์ของพวกคุณไล่ล่าพวกพอยเซินแฟ็งต่อ”
“ฮะ?”
ลุงฉินอุทานออกมา “พวกคุณจะใช้สองล้อไล่ตามสี่ล้อทันเหรอ?”
ลู่เย่ปาดน้ำฝนบนหน้าผากแล้วยิ้มให้ลุงฉิน “บางครั้งสองล้อก็เร็วกว่าสี่ล้อนะครับ”
พูดจบ ลู่เย่สังเกตเห็นขาตั้งโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกล
เขาเดินไปที่ขาตั้งโทรศัพท์ท่ามกลางสายฝน แล้วก้มลงดูใกล้ ๆ พบว่าโทรศัพท์ยังคงไลฟ์อยู่
พอลู่เย่เข้าไปใกล้ คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ก็ระเบิดขึ้นทันที
ชาวเน็ต : โอ้โห! โอ้โห! หล่อมาก! หล่อมาก! หนุ่มหล่อคนนี้เป็นใครกัน?
ชาวเน็ต : อ๊ากกก พวกคุณไม่เห็นชุดตำรวจที่เขาใส่หรือไง? เขาเป็นตำรวจนะ!
ชาวเน็ต : ตายแล้ว! ตำรวจหล่อขนาดนี้เลยหรอ? หน้าตาระดับนี้ไปเล่นหนังได้แล้ว!
ชาวเน็ต : คุณตำรวจหล่อ! คนขับรถที่ก่อเหตุเมื่อกี้ไปทางตะวันออกค่ะ! รีบไปจับพวกเขากลับมาเร็ว!”
เมื่อเห็นผู้ชมในไลฟ์บอกทิศทาง ลู่เย่ยิ้มมุมปาก ยกมือขวาขึ้น เรียงนิ้วแล้วทำความเคารพไปที่ห้องไลฟ์ “ขอบคุณทุกคนครับ…”
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์เดือดอีกครั้ง
ชาวเน็ต : สามนาที! ให้เวลาสามนาที ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดของคุณตำรวจหล่อคนนี้!
ชาวเน็ต : พระเจ้า เสี่ยวหยางรอดแล้ว คุณตำรวจหล่อจนเป็นลม!
ชาวเน็ต : มีใครรู้ไหมว่าคุณตำรวจคนนี้ชื่ออะไร อยากได้ช่องทางติดต่อจัง
ชาวเน็ต : โอ้ ๆ คุณตำรวจคะ อยากมีแฟนไหมคะ? บ้านฉันรวยมากเลยนะ มีบ้านในเมืองหลวงตั้ง 5 หลัง!
ลู่เย่มองดูข้อความในห้องไลฟ์ แล้วหัวเราะพูดว่า “ไม่ได้หรอกครับ ผมมีแฟนแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ในห้องไลฟ์ก็เต็มไปด้วยเสียงครวญคราง
ชาวเน็ต : อะไรนะ? มีแฟนแล้วเหรอ? ฮือ ๆ ฉันไม่มีโอกาสแล้วสินะ
ชาวเน็ต : พวกเธอนี่ไม่เคยเห็นโลกกว้างกันเลย อย่าไปรบกวนเวลาทำงานของเขาสิ เขายังต้องไปจับผู้ร้ายอีกนะ
ชาวเน็ต : มีแฟนแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ คุณตำรวจ คุณต้องการแฟนผู้ชายไหมคะ? ฉันไม่ว่าอะไรนะ”
ลู่เย่ “…”
“ขอโทษนะครับ ผมกำลังจะขอแฟนแต่งงานสิ้นเดือนนี้แล้วละ” ลู่เย่เงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับ
ก่อนที่ผู้ชมจะทันได้ส่งเสียงถอนหายใจ ลู่เย่ก็ปิดห้องไลฟ์ของเสี่ยวหยางอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
…
“บึ่ม ๆ… บึ่ม ๆ…”
ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ ลู่เย่สวมเสื้อกันฝนนำทุกคนไล่ตามไปทางทิศตะวันออก
ส่วนลุงฉินก็ขับรถตำรวจพาเสี่ยวหยางมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลประชาชน
ฝนค่อย ๆ ซาลงมาก แต่เม็ดฝนที่ตกกระทบเสื้อกันฝนอย่างหนาแน่นยังคงทำให้รู้สึกเจ็บอยู่
ในเรื่องความเร็ว สองล้ออาจจะวิ่งไม่เร็วเท่าสี่ล้อ
แต่มอเตอร์ไซค์มีข้อได้เปรียบตรงที่คล่องตัว สามารถขับผ่านที่ที่รถยนต์ไปไม่ได้ได้อย่างง่ายดาย
ภายใต้การนำทางของแผนที่ดาวเทียม กองกำลังมอเตอร์ไซค์ที่นำโดยลู่เย่ใช้เส้นทางลัด รีบไปดักรออยู่ในจุดที่ผู้ร้ายจะต้องผ่าน
ในรถแท็กซี่
ชายปากเบี้ยวมองกระจกมองหลังแล้วพูดอย่างร่าเริง “ฮ่า ๆ ๆ คนที่ตามมาไม่ได้ไล่ตามพวกเรามาจริง ๆ ด้วย พวกเขาคงไปช่วยคนแล้ว”
ตู๋หยาพยักหน้า “การที่ไม่ได้ฆ่าคนนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ถ้าคนคนนั้นตายไปแล้ว ตำรวจที่ตามมาก็คงไม่เสียเวลาช่วยเขาหรอก”
“พี่ใหญ่ช่างฉลาดจริง ๆ!” ปากเบี้ยวยิ้มหัวเราะพลางประจบประแจง
ตู๋หยายกแขนขึ้น พ่นควันบุหรี่เป็นวง ๆ อย่างเนิบช้า “อย่าเพิ่งดีใจไป ที่นี่เป็นเขตของคนอื่น การที่พวกเราจะถูกตามทันก็เป็นแค่เรื่องของเวลา
ดูเหมือนว่าฉันจะต้องโทรหานายกเทศมนตรีซะแล้ว ต้องคุยเรื่องเงื่อนไขกับเขาให้ดี ๆ”
…
สำนักงานนายกเทศมนตรี
“กริ๊ง ๆ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เลขาหลิวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “สวัสดีครับ ที่นี่สำนักงานนายกเทศมนตรีมีอะไรให้ช่วย…”
เลขาหลิวยังพูดไม่ทันจบก็ถูกตู๋หยาขัดจังหวะเสียก่อน
ตู๋หยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “สวัสดี นายกเทศมนตรีเซี่ย ผมคือตู๋หยา หลานชายของคุณอยู่ในมือพวกเราแล้ว…”