สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 526 ฉันไม่ได้เหนื่อย แต่ชีวิตฉันช่างลำบาก
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 526 ฉันไม่ได้เหนื่อย แต่ชีวิตฉันช่างลำบาก
บทที่ 526 ฉันไม่ได้เหนื่อย แต่ชีวิตฉันช่างลำบาก
ตำรวจจราจรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างตะลึงงัน ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในกองบังคับการตำรวจจราจรทั้งหมด พวกเขาไม่เคยเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกซ้อมจนสภาพน่าอนาถขนาดนี้มาก่อน
ถ้าเซี่ยเฉิงอวิ๋นยังสู้ไม่ได้ พวกเขาก็ยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย
ตำรวจจราจรคนหนึ่งกดวิทยุสื่อสารเรียกกำลังเสริม
…
ไม่นาน เรื่องที่เซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกทำร้ายกลางถนนก็ถึงหูของเซี่ยจือจาง
“เอ่อ นายกเทศมนตรี เพื่อนร่วมงานของคุณชายเซี่ยโทรมาบอกว่า พวกเขาจับสายลับได้ที่ถนนใหญ่เจียง
แล้วคุณชายเซี่ยก็ถูกสายลับซ้อมอย่างหนัก พวกเขาขอกำลังเสริมไปแล้ว ผู้กำกับจ้าวกำลังรีบไปที่นั่น”
เลขาของนายกเทศมนตรีถือโทรศัพท์พลางมองไปที่เซี่ยจือจางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน
เซี่ยจือจางขมวดคิ้วแล้วรีบถามว่า “เฉิงอวิ๋นไม่เป็นไรใช่ไหม? บาดเจ็บหรือเปล่า?”
เลขาของนายกเทศมนตรีตอบว่า “คุณชายเซี่ยแค่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่คุณวางใจได้ อีกฝ่ายมีแค่คนเดียว สถานการณ์จะถูกควบคุมได้ในเร็ว ๆ นี้”
“ปัง!”
แกร๊ก! เสียงปากกาหักดังขึ้นเมื่อเซี่ยจือจางกดมันจนหัก
“ตั้งแต่เมื่อไหรที่การจับสายลับกลายเป็นงานของตำรวจจราจร? เซี่ยเฉิงอวิ๋นไอ้เด็กนี่ไม่เคยทำงานในหน้าที่เลย!
จับผู้ร้าย ช่วยตัวประกัน ดับไฟ จับสายลับ…
มันคิดว่าตัวเองเป็นอะไร? ตำรวจสืบสวนหรือไง? สายลับเหรอ? พนักงานดับเพลิงเหรอ?”
เซี่ยจือจางระงับอารมณ์ไม่อยู่ ระบายความโกรธใส่อากาศว่างเปล่า
เขาแทบจะโมโหหลานชายคนนี้ตาย วัน ๆ ทำไมถึงไม่ยอมให้เขาได้วางใจบ้างเลย!
เลขาของนายกเทศมนตรีหูตก พูดเสียงอ่อย “คราวนี้เสี่ยวเซี่ยจับสายลับได้ ถือว่าทำประโยชน์ให้ประเทศ คุณควรจะชมเขาสิครับ”
เซี่ยจือจางเอามือเท้าเอว ขมวดคิ้วตะโกน “ชมบ้าอะไร!
บ้านไหนมีสายลับที่จะมาทำร้ายตำรวจจราจรกลางถนน? สายลับนั่นอยากจะเปิดเผยตัวเองมากขนาดนี้เลยหรือไง?
แล้วอีกอย่าง เมื่อกี้มีข่าวภายในจากเมืองหลวงว่า สายลับที่ขโมยข้อมูลวิจัยคนอื่น ๆ หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ตอนนี้จะมีสายลับที่ไหนให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นจับอีก?”
เลขาของนายกเทศมนตรี “งั้น… แล้วสายลับที่เสี่ยวเซี่ยจับได้คือ…”
เซี่ยจือจางยักไหล่พลางพูดอย่างหมดหนทาง “ฉันว่านะ เรื่องนี้เก้าในสิบส่วนต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ ๆ…”
เลขาของนายกเทศมนตรีได้ยินแล้วก็หดคอลงโดยไม่พูดอะไร
“ช่างเถอะ ๆ ฉันจะไปดูหน่อย ฉันกลัวว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ไม่ได้” เซี่ยจือจางคว้าเสื้อนอกแล้วเดินออกไปนอกสำนักงาน
เลขาของนายกเทศมนตรีถามอย่างประหลาดใจ “นายกเทศมนตรี คุณจะไปเดี๋ยวนี้เลยเหรอ? คุณยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลย และบ่ายนี้คุณยังมีประชุมอีก”
เซี่ยจือจางโบกมือ “ไม่ทานแล้ว ฉันไปแป๊บเดียวก็กลับ จะไม่พลาดการประชุมช่วงบ่ายหรอก”
เลขาของนายกเทศมนตรี “คุณเหนื่อยมากเลยนะ”
เซี่ยจือจางถอนหายใจยาว “ฉันไม่ได้เหนื่อย แต่ชีวิตฉันช่างลำบาก…”
เลขาของนายกเทศมนตรี “…”
…
ผู้กำกับจ้าวมาถึงพร้อมกับเซี่ยจือจาง พวกเขาเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกลู่เย่กดอยู่กับพื้นแต่ไกล
เพราะเซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกจับ ตำรวจจราจรที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวส่งเดช
เซี่ยจือจางเดินเร็วราวกับลม ผู้กำกับจ้าวโบกมือ ตำรวจที่ตามหลังมาก็เข้าแถวเรียงหนึ่งทันที พร้อมเล็งอาวุธในมือไปที่ลู่เย่
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ลู่เย่ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ทำท่ายอมแพ้
“ลุงใหญ่! ลุงจ้าว! พวกคุณมาแล้ว!”
เมื่อเห็นกองกำลังเสริมมาถึง เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ดีใจจนแทบบ้า
ดีมาก! คราวนี้สายลับคนนั้นต่อให้มีปีกก็หนีไม่รอด!
แต่ลู่เย่ไม่มีทีท่าจะหนีเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปมองเซี่ยจือจาง แล้วทักทาย “สวัสดีครับคุณลุงเซี่ย”
คำทักทายนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นตะลึงงัน
อะไรนะ?
สายลับคนนี้กล้าเรียกนายกเทศมนตรีเซี่ยว่าคุณลุง?
เซี่ยเฉิงอวิ๋นที่สมองทำงานบ้างไม่ทำงานบ้างยังงงไม่หาย เขามองเซี่ยจือจางตาปริบ ๆ “ลุง…ลุงใหญ่ สายลับคนนี้ทำไมเรียกคุณว่าคุณลุงล่ะ? คุณ…คงไม่ใช่…”
“หุบปาก!”
เซี่ยจือจางทนไม่ไหวแล้ว ตวาดออกมา “เซี่ย! เฉิง! อวิ๋น! เดี๋ยวแกไปตรวจสมองซะ!”
จะกล่าวหาว่าใครเป็นสายลับมั่ว ๆ ไม่ได้ ยิ่งเซี่ยจือจางเป็นถึงผู้นำเมืองด้วยแล้ว
พูดได้แค่ครึ่งประโยค เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็รู้ตัวว่าพูดผิด รีบกลืนคำพูดกลับเข้าไป จนเกือบกัดลิ้นตัวเอง
“คุณคือคุณลุงเซี่ยใช่ไหมครับ คุณตาที่บ้านผมพูดถึงคุณบ่อย ๆ บอกว่าชิงชิงได้รับการดูแลจากคุณมามาก”
ลู่เย่ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวอย่างสุภาพ
เซี่ยจือจางจ้องมองลู่เย่แล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
ชายหนุ่มตรงหน้าดูสง่างามผ่าเผย บุคลิกไม่ธรรมดา แววตาเปี่ยมไปด้วยความองอาจ
เซี่ยจือจางถามว่า “คุณตาของนายคือ?”
ลู่เย่ “อ๋อ คุณตาของผมแซ่หลิน เป็น…”
ลู่เย่ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยจือจางก็พลันนึกออก “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นหลานชายท่านผู้บัญชาการหลินนี่เอง! ไม่แปลกที่ฉันรู้สึกคุ้นหน้านาย! หลินเซี่ยวเฟิงเคยให้ฉันดูรูปของนาย!”
หลินเซี่ยวเฟิงเป็นลุงใหญ่ของลู่เย่และเป็นผู้บัญชาการเขตทหารตะวันตกเฉียงใต้
เซี่ยจือจางพลันตื่นเต้นขึ้นมา “ฉันกับหลินเซี่ยวเฟิงก็เป็นสหายร่วมรบกัน สมัยอยู่ในกองทัพ หลินเซี่ยวเฟิงให้ฉันดูรูปของนายทุกวัน
พวกเรา หมู่ที่สองของกองร้อยที่สามทุกคนรู้ว่าหลินเซี่ยวเฟิงมีหลานชายสุดที่รัก ชื่อ…ลู่เย่!”
จู่ ๆ ได้ยินชื่อลุงใหญ่ และได้ยินว่าลุงใหญ่เคยอวดรูปของเขาไปทั่ว ลู่เย่รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
ลุงใหญ่ที่เคร่งขรึมและไม่ค่อยยิ้มของเขา กลับรักและเอ็นดูเขาถึงเพียงนี้
ลู่เย่พยักหน้าพร้อมยิ้ม “ครับ ลุงเซี่ย ผมคือลู่เย่ครับ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นงงงัน
เขารู้สึกว่าสมองของตัวเองทำงานไม่ทัน
ตอนนี้เขางุนงงไปหมด
ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สายลับที่ซ้อมเขาจนน่วมกลับรู้จักกับลุงใหญ่ของเขา ดูเหมือนความสัมพันธ์จะไม่เลวด้วย
เซี่ยเฉิงอวิ๋นอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “หา? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ไม่สิ ลุงใหญ่รู้จักเขาได้ยังไง?”
เซี่ยจือจางมองดูเซี่ยเฉิงอวิ๋นอย่างระอา “หนุ่มคนที่นายคิดว่าเป็นสายลับนี่ เป็นหลานชายของท่านผู้บัญชาการหลินจากเมืองหลวง
ลู่เย่ตอนนี้ทำงานอยู่ในหน่วยรบพิเศษของประเทศ เขาจะไปแข่งขันที่ประเทศ M ปลายเดือนนี้ นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ นายจับผิดคนแล้ว”
พูดจบ เซี่ยจือจางก็เสริมอีกประโยค “อ้อ แล้วก็ ลู่เย่ยังเป็นแฟนของเสิ่นชิงด้วย”
โครม!
พอได้ยินประโยคนั้น เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางกระหม่อม จนตัวชาไปหมด
“แฟนของ…พี่เสิ่นชิง” เซี่ยเฉิงอวิ๋นค่อย ๆ หันไปมองลู่เย่อย่างยากลำบาก
อะไรนะ? เสิ่นชิงมีแฟนด้วยเหรอ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ผู้หญิงคนนั้นยังต้องการแฟนอีกเหรอ?
ในตอนนี้ เซี่ยเฉิงอวิ๋นมีความคิดมากมายผุดขึ้นในสมอง
เดี๋ยวก่อน
อาอวิ๋นถือว่าเสิ่นชิงเป็นพี่สาว งั้นไอ้นี่ก็เท่ากับเป็นพี่เขยของเขาสินะ?
แย่แล้ว วันนี้เขาเสียหน้าไปใหญ่แล้ว
เซี่ยเฉิงอวิ๋นมองไปทางลู่เย่อย่างแปลก ๆ แล้วหัวเราะแห้ง ๆ สองที “ฮ่า ๆ จริง ๆ แล้วถ้าไม่ตีกันก็คงไม่ได้รู้จักกันนะ”
ลู่เย่ส่ายหน้า “อ๋อ ไม่ใช่หรอก พวกเราไม่ได้เรียกว่าตีกันแล้วได้รู้จักกัน นายแค่โดนตีฝ่ายเดียวเท่านั้นแหละ”