สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 525 อีกหนึ่งเหตุการณ์ผิดฝาผิดตัว
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 525 อีกหนึ่งเหตุการณ์ผิดฝาผิดตัว
บทที่ 525 อีกหนึ่งเหตุการณ์ผิดฝาผิดตัว
เมื่อไม่นานมานี้ นอกจากเรื่องการเสียสละของเสิ่นชิงแล้ว ยังมีข่าวใหม่ที่ขึ้นเทรนด์ร้อนแรง
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ของประเทศจีนถูกสายลับขโมยข้อมูลสำคัญ เมื่อวานนี้จับสายลับได้หนึ่งคน
เรื่องนี้สร้างความวุ่นวายไปทั่วเมืองหลวง ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาที่อ่อนไหว ทั้งประเทศต่างหวาดระแวง
เมื่อเซี่ยเฉิงอวิ๋นตะโกนคำว่าสายลับออกมา ทันใดนั้นก็กระตุ้นเรดาร์ของทุกคน
ลู่เย่กลายเป็นเป้าหมายของทุกสายตาในพริบตา
สายตาของทุกคนรอบข้างเหมือนดาบคมกริบที่พุ่งเข้าใส่ลู่เย่ราวกับอยากจะตรึงเขาไว้กับที่นั่งในรถ
“จับตัวเขาไว้ อย่าให้คนคนนี้ขับรถหนีไป!”
“ลากตัวเขาออกมาจากรถ สอบสวนให้ดี!”
“ไอ้บ้า กล้าดีมาขโมยข้อมูล จับสายลับ จับไอ้ทรยศชาติ!”
ฝูงชนที่ไม่รู้เรื่องรอบข้างก็พากันร่วมโห่ร้อง พวกเขาโบกกำปั้นตะโกนอยู่ริมถนน
สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ลู่เย่รู้สึกหมดคำพูด
ถ้าเรื่องที่เขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสายลับแพร่ไปถึงในกองทัพ คงจะถูกหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่
“ในเมื่อเขาไม่กล้าลงจากรถ งั้นก็ลากรถเขาไปสถานีตำรวจเลย!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเห็นลู่เย่ไม่มีทีท่าจะขยับตัวมาครู่ใหญ่ จึงเริ่มโทรศัพท์เรียกรถลากขนาดใหญ่มา
“ฮัลโหล เหล่าหวงจากกองบังคับการตำรวจจราจรใช่ไหม? ที่ถนนใหญ่เจียงมีรถคันหนึ่ง นายมาลากหน่อย…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นพูดได้แค่ครึ่งเดียว ลู่เย่ก็โผล่ครึ่งตัวออกมาจากหน้าต่างรถ แล้วฉกโทรศัพท์มือถือของเซี่ยเฉิงอวิ๋นไปอย่างว่องไว
ลู่เย่เคลื่อนไหวเร็วมาก กว่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นจะรู้ตัว ในมือของเขาก็ว่างเปล่าแล้ว
“เฮ้ ฝีมือนายไวใช้ได้นี่” เซี่ยเฉิงอวิ๋นเอียงศีรษะ มองลู่เย่ด้วยหางตา
คนทั่วไปไม่มีทางมีฝีมือแบบนี้ได้ ชัดเจนว่าต้องเป็นคนที่ผ่านการฝึกฝนมา
เซี่ยเฉิงอวิ๋นยิ่งมั่นใจว่าลู่เย่ต้องเป็นสายลับแน่ ๆ
“ไอ้หนู ออกมาซะดี ๆ ทำไมต้องหลบอยู่ในรถเหมือนเต่าหดหัวแบบนี้?” เซี่ยเฉิงอวิ๋นต่อยลงบนกระจกรถ กระจกแตกร้าวในทันที เต็มไปด้วยรอยแตกคล้ายใยแมงมุม
“โครม!”
เสียงดังสนั่น กระจกรถแตกกระจาย เศษกระจกกระเด็นกระจายเต็มพื้น
เซี่ยเฉิงอวิ๋นยื่นมือคว้าตัวลู่เย่แต่ลู่เย่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แล้วใช้มือขวาจับแขนของเซี่ยเฉิงอวิ๋น จากนั้นก็กดลงอย่างแรง
ได้ยินเสียงดังกร๊อบ แขนของเซี่ยเฉิงอวิ๋นก็หลุดจากข้อต่อทันที
“โอ๊ย! เจ็บ!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
แขนซ้ายของเขาอ่อนปวกเปียกราวกับเส้นบะหมี่ ห้อยอยู่ข้างลำตัว
ตำรวจจราจรที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสถานการณ์แล้วรีบหยิบกระบองไฟฟ้าออกมาทุบกระจกหน้ารถ พวกเขาต้องการทุบกระจกหน้ารถให้แตกเพื่อลากลู่เย่ออกมา
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด ใช้มือขวาจับแขนซ้ายของตัวเองแล้วออกแรงบิดกลับ เสียงดังกร๊อบ แขนซ้ายที่หลุดของเขาก็กลับเข้าที่
เทคนิคการต่อสู้เกี่ยวกับข้อต่อแบบนี้ เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็เคยเรียนมาตอนอยู่โรงเรียนตำรวจ เขาสามารถดึงแขนที่หลุดให้กลับเข้าที่ได้
“ปัง! ปัง! ปัง!”
ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงของทุกคน กระจกหน้ารถก็แตก เศษกระจกกระเด็นไปทั่ว
ลู่เย่ขมวดคิ้ว รถคันนี้ไม่ได้ถูก ๆ เดี๋ยวคนที่ทุบรถจะต้องจ่ายค่าซ่อมทุกคน
หลังจากตำรวจจราจรทุบกระจกหน้ารถแตกแล้ว ก็พยายามจะยื่นมือเข้ามาลากลู่เย่ออกไป
ลู่เย่แต่เดิมไม่อยากก่อเรื่อง และไม่อยากต่อสู้กับใคร แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ยอมเสียเปรียบ
เมื่อมีคนอยากหาเรื่อง งั้นเขาก็จะสู้จนถึงที่สุด
“ฮ่า…”
ลู่เย่ผลักประตูรถเปิดออกทันที ชนตำรวจจราจรที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูล้มลงไปกับพื้น
เมื่อเซี่ยเฉิงอวิ๋นเห็นลู่เย่ออกมาจากรถ เขาก็กำหมัดพุ่งเข้าชกทันที
เสียงลมหมัดดังหวืด ๆ การโจมตีทุกครั้งรุนแรงและโหดเหี้ยม
ลู่เย่ยิ้มเยาะที่มุมปากพลางพูดว่า “ดูเหมือนนายจะเคยเรียนโรงเรียนตำรวจมาสักพัก แต่การต่อสู้ทางทหารของนายยังไม่ถึงขั้นนะ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเห็นสีหน้าของลู่เย่แล้วรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น
เป็นแค่สายลับจากประเทศ M ยังกล้ามาเยาะเย้ยเขาอีก?
เดี๋ยวจะซัดจนฟันร่วงเต็มพื้น ให้ได้ลิ้มรสของการต่อสู้ทางทหารสักหน่อย
การโจมตีของเซี่ยเฉิงอวิ๋นพุ่งเข้าใส่ลู่เย่ราวกับพายุฝน ลู่เย่เคลื่อนไหวหลบหลีก ร่างกายพลิ้วไหว เท้าก้าวซ้ายขวา
ลู่เย่เหมือนต้นอ้อในพายุฝน ล่องลอยขึ้นลงซ้ายขวาไม่แน่นอน ร่างกายคาดเดาได้ยาก เบาหวิวหลบการโจมตีทั้งหมดของเซี่ยเฉิงอวิ๋นไปได้
ต่อสู้มาครึ่งค่อนวันแต่ไม่สามารถชกโดนคนได้ ได้แต่ต่อสู้กับอากาศ
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเริ่มร้อนรน
เขาแยกขาทั้งสองออก ย่อตัวลง แล้วโจมตีไปที่ช่วงล่างของลู่เย่
ลู่เย่ผ่านการฝึกฝนในหน่วยรบพิเศษมาอย่างโชกโชน เชี่ยวชาญทั้งศิลปะการต่อสู้และวิธีการสังหารทุกรูปแบบ
ความสามารถแค่นี้ของเซี่ยเฉิงอวิ๋นยังไม่ถึงขั้นที่จะสู้กับเขาได้
เขาสามารถมองทะลุเส้นทางการโจมตีของเซี่ยเฉิงอวิ๋นและหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
ถ้าเปรียบเซี่ยเฉิงอวิ๋นเป็นสายฝนที่กระหน่ำ ลู่เย่ก็คือเสือดาวที่ว่องไว เขาใช้ความตัวเบาและภูมิประเทศหลบหลีกหยดฝนที่ตกลงมาได้อย่างแยบยล
“นายสู้ฉันไม่ได้หรอก เก็บแรงของนายไว้เถอะ นายยังไม่ถึงขั้น”
ลู่เย่ยกมุมปากยิ้ม
คำพูดนั้นทำให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นโกรธจนแทบบ้า
ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบถูกบอกว่าสู้ไม่ได้หรอก
“อ๊าก!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นคำรามก่อนจะทุ่มแรงทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ ความเร็วของเขาทำให้เห็นเพียงเงาพร่า ๆ
เซี่ยเฉิงอวิ๋นพุ่งตรงเข้าหาลู่เย่
ลู่เย่เหลือบตามองอย่างเฉียบคม จับจังหวะเงาที่กำลังบีบเข้ามาใกล้ตัว จากนั้นก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า ลดตัวลงต่ำ แล้วใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่จุดอ่อนของเซี่ยเฉิงอวิ๋น
ในวินาทีที่ขัดขา ลู่เย่ก็กระโดดม้วนตัวไปด้านหลังของเซี่ยเฉิงอวิ๋นอย่างงดงาม เขาย่อขาทั้งสองลงแล้วกดลงบนแผ่นหลังของเซี่ยเฉิงอวิ๋นอย่างแรง
ไม่รอให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นตั้งตัว เขารีบบิดแขนทั้งสองข้างไพล่หลังศีรษะ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
เมื่อทุกคนตั้งสติได้ เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ถูกลู่เย่กดลงกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
ลู่เย่ถูกรบกวนเวลามามากพอแล้ว ในใจก็อดไม่ได้ที่จะโกรธ
ทั้งที่จ่ายค่าปรับและขอโทษไปแล้ว ไอ้หมอนี่ยังจะมาขัดใจเขาอีก
ลู่เย่ปล่อยมือข้างหนึ่งออก แล้วกดหัวของเซี่ยเฉิงอวิ๋นลงอย่างแรง
เสียงดังตุ้บ หน้าผากของเซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ได้สัมผัสสนิทกับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกกระแทกจนหัวหมุน ตาพร่า มืดไปหมด ไม่รู้ทิศเหนือใต้
มองดูเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่เจ็บจนหน้าเบี้ยว ลู่เย่หัวเราะเบา ๆ “คุณตำรวจ ผมไม่ใช่สายลับ ผมแค่หนุ่มหล่อธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เป็นแค่ประชาชนทั่วไปของประเทศจีน ต่อไปโปรดอย่าจับผิดผมอีก”
เซี่ยเฉิงอวิ๋น “…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้องในใจ
โกหก!
คนธรรมดาทั่วไปจะมีฝีมือแบบนี้ได้ยังไง?
คนธรรมดาทั่วไปจะมีความเกี่ยวข้องกับเอกอัครราชทูตประเทศ M ได้ยังไง?
เซี่ยเฉิงอวิ๋นที่ถูกกดอยู่กับพื้นทนความเจ็บปวด แยกเขี้ยวยิงฟัน พูดว่า “แกนี่มันคนหลอกลวง ยังกล้ามาแก้ตัวอีก ถ้าแกไม่ใช่สายลับแล้วใครจะเป็นสายลับ?”
จากนั้น เซี่ยเฉิงอวิ๋นหันไปมองเพื่อนร่วมงานที่ยืนงงอยู่ข้าง ๆ “อาเปียว เสี่ยวหลี่ หูซาน พวกนายมาดูละครกันเหรอ?”