สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 518 ทำไมถึงกลับมา
บทที่ 518 ทำไมถึงกลับมา
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูอาหารที่กระจัดกระจายเต็มพื้นและแผงลอยที่ถูกพลิกคว่ำด้วยความเจ็บปวด เขากัดฟันพูดว่า
“พี่จาง! พวกเราแจ้งตำรวจกันเถอะ! ต้องไม่ปล่อยคนพวกนั้นไปเด็ดขาด!”
จางเหว่ยกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด ถอนหายใจหนัก ๆ “พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนพวกนั้นเป็นใคร มาจากไหน จะแจ้งตำรวจยังไง?”
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนเสาไฟฟ้า “นั่นไง ตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด ต้องบันทึกเหตุการณ์ไว้หมดแล้วแน่ ๆ”
จางเหว่ยมองตามทิศทางที่เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไป บนเสาไฟฟ้าข้าง ๆ มีกล้องวงจรปิดติดอยู่จริง ๆ ไฟแดงเล็ก ๆ บนกล้องยังกะพริบไปมา
“ได้ เดี๋ยวพวกเราเก็บกวาดตรงนี้ก่อน แล้วค่อยไปแจ้งความ” จางเหว่ยกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง เขาถอดเสื้อนอกออก แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้า
“ไม่! อย่าเก็บ” เจียงเสี่ยวไป๋มองดูอาหารที่กระจัดกระจายเต็มพื้นแล้วพูด “พวกนี้ถือเป็นหลักฐาน พวกเราโทรเรียกตำรวจมาที่นี่เลย บอกว่าพวกเราถูกทำร้าย”
จางเหว่ยรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีความรู้ทางกฎหมายอยู่บ้าง จึงพยักหน้าเห็นด้วย “ตกลง”
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทั้งสองกำลังจะโทรศัพท์ เสียงตะคอกเย็นชาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พวกนายใช่ไหมที่มาตั้งแผงขายของตรงนี้?”
เจ้าหน้าที่เทศกิจมาแล้ว คนสวมปลอกแขนสีแดงหลายคนเดินมาหยุดตรงหน้าจางเหว่ย
“พวกเราเพิ่งได้รับแจ้งว่ามีคนมาตั้งแผงลอยตรงนี้ กีดขวางทางสาธารณะ”
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเป็นคนหนุ่มที่ดูทันสมัย ผมตัดสั้นเท่ ๆ สวมรองเท้าบู๊ตหนังขัดมันวับ
เขามองมาที่จางเหว่ยและเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาคาดคั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจสถานการณ์ในทันที
บ้าเอ๊ย! พวกนั้นกล้าดีมาฟ้องก่อนอีก!
พวกเขาทำร้ายพี่เขย ทำลายแผงขาย แล้วยังมาฟ้องเจ้าหน้าที่อีก
ช่างเลวร้ายจริง ๆ!
จางเหว่ยก้มตัวพลางยิ้มประจบ “คือว่า… คุณเจ้าหน้าที่ รถขายอาหารของพวกเราจอดอยู่บนสนามหญ้า ไม่ได้กีดขวางการจราจรนะครับ”
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจตวัดสายตาดุ “ยังจะมาแก้ตัวอีก! ถึงไม่ได้กีดขวางการจราจร แต่ที่ที่นายยืนอยู่มันก็เป็นแนวพื้นที่สีเขียวนะ!”
พูดจบ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจก็โบกมือสั่ง “มานี่! ลากรถตู้พัง ๆ คันนั้นไป แล้วพวกนายสองคนตามฉันไปจ่ายค่าปรับด้วย”
จางเหว่ยรู้สึกใจหายวาบ
พระเจ้าช่วย! ช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ เรื่องแย่ ๆ มาเจอกันพอดี
ถ้าไม่มีรถตู้แล้ว เขาจะเอาอะไรขนของต่อไป
“ไม่ได้นะครับ ไม่ได้! พวกเราจะจ่ายค่าปรับเอง ยอมรับผิด สัญญาว่าต่อไปจะไม่ตั้งแผงข้างทางอีก แต่รถคันนี้ขอเก็บไว้ได้ไหมครับ?” จางเหว่ยค้อมตัวโค้งคำนับซ้ำ ๆ จนหลังโก่งเป็นรูปคันธนู
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูจางเหว่ยในสภาพแบบนี้ รู้สึกไม่สบายใจเลย
หากไม่ใช่เพราะต้องส่งเขาเรียนมหาวิทยาลัย พี่สาวและพี่เขยก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ไม่ต้องคอยก้มหัวให้ใครแบบนี้
หางตาของเจียงเสี่ยวไป๋แดงเรื่อ กำมือแน่นอย่างเงียบ ๆ
เขาสาบาน เขาจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยกฎหมายให้ได้ เพื่อให้พี่สาวและพี่เขยได้ชูหน้าชูตา
“ฉันจะบอกให้พวกนายรู้ การตั้งแผงขายของกีดขวางทางสาธารณะ ไม่ใช่แค่ปรับแล้วจะจบ ฉันลากรถนายไปแค่คันเดียวจะเป็นไรไป?”
เจ้าหน้าที่เทศกิจมีท่าทางหยาบคาย น้ำเสียงกดดันคุกคาม
“เจ้าหน้าที่ พวกเรารู้ผิดแล้ว ต่อไปจะไม่กล้าทำแบบนี้อีก ขอยกเว้นให้พวกเราครั้งนี้ได้ไหม?”
จางเหว่ยยังคงอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจมีแววตาดูถูกมากขึ้น การขอร้องก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเขาตั้งใจมากลั่นแกล้งอยู่แล้ว
จางเหว่ยคนนี้กล้าดีมาแย่งลูกค้าโรงแรมเป่าลี่หลาย คงเห็นว่าชีวิตตัวเองน่าเบื่อแล้วจริง ๆ
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว ลากรถ!”
พอหัวหน้าฝ่ายเทศกิจออกคำสั่ง รถเครนสีเหลืองคันใหญ่ก็ลากรถตู้ของจางเหว่ยไปทันที ไม่เห็นแก่หน้าใครเลย
ในเวลานั้น
มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นมาจากสี่แยก บนรถมีชายร่างกำยำสวมแว่นกันแดดนั่งอยู่
ชายคนนั้นเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างโดยบังเอิญ พอดีเห็นภาพรถกู้ภัยกำลังลากรถ
เขาถอดแว่นกันแดดออก สายตาจ้องมองที่จางเหว่ยอยู่สักพัก จากนั้นก็เลื่อนไปจ้องที่หัวหน้าฝ่ายเทศกิจอีกครู่
ชายคนนั้นขยับมุมปาก แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางพูดว่า “โอ้โห เพิ่งกลับมาก็เจอคนคุ้นเคยถึงสองคนเลยนี่…”
บนถนน รถเครนสีเหลืองกำลังลากรถตู้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้น มีเสียงดังเอี๊ยด รถสีดำคันหนึ่งเลี้ยวดริฟท์เข้ามา
ตัวรถสีดำขวางกั้นหน้ารถเครนอย่างท้าทาย ปิดกั้นเส้นทางของรถเครนอย่างหยิ่งผยอง
เห็นว่าจะต้องชนกันแน่ คนขับรถเครนรีบเหยียบเบรกอย่างแรง
“เฮ๊ย! แกขับรถยังไงวะ?” คนขับรถเครนยื่นคอออกมาด่ารถสีดำอย่างเดือดดาล
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเห็นเหตุการณ์นี้ก็โมโหจนควันออกหู
เขาเห็นชัดเจนว่ารถสีดำคันนี้ตั้งใจขวางทาง
เจ้าของรถสีดำกำลังหาเรื่อง!
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจโกรธมาก เขาก้าวเดินไปข้างหน้า แล้วตบกระจกหน้ารถอย่างแรง “เฮ้! นายทำอะไรของนาย ตาบอดหรือไง? นายขับรถยังไงกัน?”
กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างมาก
หัวหน้าฝ่ายเทศกิจมองเห็นคนที่นั่งอยู่ในรถชัดเจน เขาตกใจจนคางแทบจะหล่นลงพื้น เขาชี้นิ้วไปที่ชายคนนั้น อ้าปากกว้าง “พี่…พี่ใหญ่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”