สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 509 เส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นความตาย
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 509 เส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นความตาย
บทที่ 509 เส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นความตาย
เสิ่นชิงเพิ่งตระหนักว่า รถได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ตรงหน้ามืดสนิท เธอพยายามเปิดไฟรถ แต่ไฟรถแทบจะแตกละเอียด สว่างได้เพียงสองวินาทีก็ดับลง
แต่เสิ่นชิงอาศัยแสงสว่างในช่วงสองวินาทีนั้น มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ชัดเจน
รถถูกกดทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง กระจกรถถูกหินแหลมคมทะลุทะลวง เกือบจะแทงเข้าหว่างคิ้วของเธอ
รถหุ้มเกราะดำสมกับฉายาว่า ‘ป้อมปราการภาคพื้นดิน’ แม้จะถูกแรงระเบิดระดับสูงกระแทกด้านหน้า ตกลงมาจากหน้าผา และถูกเศษหินหลายหมื่นตันกดทับอยู่ใต้พื้น แต่ก็ยังไม่ถูกบดขยี้จนพังยับเยิน
แต่รถหุ้มเกราะดำก็ถูกบีบอัดจนผิดรูปไปแล้ว ปีกด้านข้างและท้ายรถยุบลงไปทั้งหมด
เสิ่นชิงติดอยู่ในรถ มีพื้นที่เคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด
เธอเปิดกล่องลับใต้เบาะรถ ข้างในมียาฉุกเฉินอยู่บ้าง
เสิ่นชิงหยิบแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อและผ้าก๊อซมาทำแผลให้ตัวเองอย่างคร่าว ๆ
หลังจากทำแผลเสร็จ เสิ่นชิงหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ใต้เบาะรถขึ้นมา พบว่าหน้าจอแตกละเอียดไปแล้ว
แม้หน้าจอโทรศัพท์จะแตกเป็นใยแมงมุม แต่ก็ยังพอใช้งานได้
เมื่อเธอเพิ่งเปิดโทรศัพท์ ก็มีสายที่ไม่ได้รับเด้งขึ้นมาเป็นชุด ตามด้วยการแจ้งเตือนข่าวมากมาย
หัวข้อข่าวที่ถูกส่งมานั้นดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก
‘ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนานสิบสองชั่วโมง อัยการสาวสวยสงสัยว่าเสียชีวิตอย่างกล้าหาญ’
‘เสิ่นชิงถูกประกาศว่าเสียชีวิต? คนนับหมื่นส่งกำลังใจให้เธอ’
‘สวรรค์ริษยาคนเก่ง! อัยการที่สวยที่สุดแห่งประเทศจีนอาจจะจากไปแล้ว’
เมื่อเห็นข่าวเหล่านี้ เสิ่นชิงถึงกับตาลาย
แย่แล้ว เธอยังไม่ตายเลยนะ…
สื่อพวกนี้เมื่อไหร่จะเลิกชอบพูดเกินจริงเสียที
แพลตฟอร์มบางแห่งเพื่อสร้างบรรยากาศถึงกับเปลี่ยนหน้าเว็บเป็นสีขาวแล้ว
เสิ่นชิงถึงกับพูดไม่ออก สื่อไร้จรรยาบรรณพวกนี้ปล่อยไว้ไม่ได้จริง ๆ รอให้เธอออกไปได้เมื่อไหร่ จะต้องจัดการพวกมันให้เรียบร้อย
“ครืด ครืด ครืด…”
เฉาเล่อรู้สึกว่าโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสั่น
ตอนนี้เขากำลังขุดเศษหินที่ก้นเหว เพราะทำงานหนักเกินไป แขนทั้งสองข้างของเขาหนักราวกับถูกเทตะกั่วเข้าไป
“ครืด ครืด…”
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นไม่หยุด เสียงสั่นดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
เฉาเล่อถอดถุงมือที่เปื้อนดินออก แล้วยื่นนิ้วมือที่ชาและเมื่อยล้าเข้าไปในกระเป๋า
เมื่อเห็นหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า เฉาเล่อแทบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ
พี่เสิ่นชิง! เป็นโทรศัพท์จากพี่เสิ่นชิง!
ในวินาถัดมา ความปีติอันยิ่งใหญ่ก็พุ่งขึ้นมาในใจของเฉาเล่อ
พี่เสิ่นชิงโทรมา เธอยังโทรได้ นั่นหมายความว่าเธอยังมีชีวิตอยู่!
พี่เสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่!
หลังจากถูกแรงระเบิดพัดกระเด็น ตกลงไปที่ก้นเหว และถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นเวลาสิบสองชั่วโมง หลายคนคิดว่าโอกาสที่เสิ่นชิงจะรอดชีวิตนั้นมีน้อยมาก
อาจจะขุดเจอแค่ศพ
แทบทุกคนคิดแบบนั้น แต่สมาชิกทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงกลับเชื่อมั่นว่าเสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาไม่ยอมเชื่อจนกว่าจะเห็นกับตา ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะถึงแม่น้ำหวง ตราบใดที่ยังไม่เห็นศพของเสิ่นชิง พวกเขาก็ยังคงดื้อดึงเชื่อว่าเสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาขุดดินกันอย่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็นเวลาสิบสองชั่วโมงเต็ม จนนิ้วมือชาไปหมด แขนเมื่อยล้าและอ่อนแรง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นมาห้ามปรามหลายครั้งแล้ว
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเตือนทุกคนว่า “มีรถเครนคอยช่วยอยู่แล้ว พวกคุณพักสักหน่อยเถอะ อย่าทำให้ตัวเองหมดแรงไปหมด”
พวกเขารู้ว่าแรงของตัวเองนั้นน้อยนิด แต่การให้พวกเขายืนดูรถเครนทำงานอยู่ข้าง ๆ พวกเขาทำไม่ได้
พวกเขาคิดแต่จะขุดให้เร็วขึ้น แม้จะเร็วขึ้นแค่วินาทีเดียวก็ยังดี
ยิ่งขุดรถออกมาได้เร็วเท่าไหร่ เสิ่นชิงก็จะยิ่งมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยความคิดนี้เอง ที่ผลักดันให้พวกเขาขุดลงไปอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เคยหยุดมือเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าข่าวลือภายนอกจะรุนแรงแค่ไหน พวกเขาก็ยังเชื่อมั่นว่าเสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่
ตอนนี้เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงโทรมา เฉาเล่อถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ เขาถือโทรศัพท์แล้วตะโกนเสียงดัง
“มีโทรศัพท์เข้ามา! พี่เสิ่นชิงโทรมา! เธอยังมีชีวิตอยู่! เธอยังมีชีวิตอยู่!”
เมื่อได้ยินเสียงของเฉาเล่อ สวีลี่และเค่ออวิ๋นก็วิ่งมาเหมือนลมพายุ
เฉาเล่อมือสั่นขณะที่กดปุ่มรับสาย
“ฮัลโหล? พี่เสิ่นชิงใช่ไหมครับ? พี่เป็นอะไรหรือเปล่า? ตอนนี้พี่เป็นยังไงบ้าง?” เสียงของเฉาเล่อสั่นเครือ
ปลายสายโทรศัพท์ดังเสียงของเสิ่นชิงที่แผ่วเบาราวกับสายลม “ฉัน…ยังไม่เป็นไร แค่…แค่เสียเลือดมากไปหน่อย พวกนายอยู่ที่เกิดเหตุกันใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงของเสิ่นชิง ทั้งสวีลี่และเค่ออวิ๋นต่างดีใจจนแทบบ้า
ดีจังเลย! พี่เสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่!
“ใช่ ๆ พวกเราอยู่ที่เกิดเหตุ พี่เสิ่นชิงอดทนอีกนิดนะ พวกเราจะช่วยพี่ออกมาเร็ว ๆ นี้ ต้องอดทนให้ได้นะ!”
เค่ออวิ๋นร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก “ฮือ ๆ…ดีจังเลย พี่เสิ่นชิงยังมีชีวิตอยู่…”
เฉาเล่อกำมือแน่น “พวกเราต้องเร่งมือกันแล้ว! รีบช่วยพี่เสิ่นชิงออกมาเร็ว ๆ เสียงของเธอฟังดูอ่อนแรงมาก ดูเหมือนจะบาดเจ็บหนัก”
“ติ๊ง…”
พอเฉาเล่อพูดจบ โทรศัพท์ของเขาก็มีข้อความเข้ามาอีกหนึ่งข้อความ
เป็นข้อความจากเสิ่นชิงเขียนไว้หนึ่งบรรทัดว่า ‘เดี๋ยวช่วยคลุมผ้าสีขาวให้ฉันด้วย’
พออ่านข้อความจบ เฉาเล่อก็ชะงักไปทันที
ทำไมจะต้องคลุมผ้าสีขาวให้พี่เสิ่นชิงด้วยล่ะ? มันไม่เป็นมงคลเลย! มีแต่คนตายเท่านั้นที่จะถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว
สมองเฉาเล่อทำงานช้าไปครึ่งจังหวะ ยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่สวีลี่เข้าใจความหมายของเสิ่นชิงในทันที
สวีลี่มองด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว เธอกล่าวเสียงเบา “พวกเราต้องติดต่อกับผู้กำกับจ้าวและนายกเทศมนตรีเซี่ย แล้วค่อยทำตามที่พี่เสิ่นชิงบอก!”
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเครนขุดทะลุซากปรักหักพังในที่สุดก็เคลื่อนย้ายก้อนหินทั้งหมดที่ทับอยู่บนตัวรถสีดำออก
ก้นหุบเขาถูกกดเป็นหลุมใหญ่ รถสีดำจมลึกลงในดินที่ยุบตัว หลังคารถบุบ ตัวถังรถถูกบีบจนผิดรูป สภาพน่าสยดสยอง
ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างมีคำถามเดียวกันผุดขึ้นในหัว
รถเป็นขนาดนี้ แล้วคนข้างในจะยังมีชีวิตอยู่เหรอ?
เฉาเล่อ สวีลี่ เค่ออวิ๋นและเซี่ยเฉิงอวิ๋นวิ่งเข้าไปก่อนใคร พวกเขามองผ่านกระจกที่แตกละเอียดเข้าไป เห็นเสิ่นชิงนอนอยู่ในห้องคนขับ บนพวงมาลัยและเบาะนั่งเต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำที่แห้งกรังแล้ว
เสิ่นชิงหลับตาสนิท ใบหน้าซีดจนน่าตกใจ
ในสายตาของทุกคน เธอไม่ขยับเขยื้อน หน้าอกไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ไม่ต่างอะไรกับคนตาย
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวินาทีก่อนยังคุยโทรศัพท์กับเสิ่นชิงอยู่ เฉาเล่อก็คงคิดว่าเสิ่นชิงตายจริง ๆ เสียแล้ว
ต้องยอมรับว่าฝีมือการแสดงของเสิ่นชิงนั้นไม่เลวเลยทีเดียว
สภาพของเสิ่นชิงทำเอาตำรวจที่ไม่รู้เรื่องตกใจกันใหญ่ หัวใจของพวกเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
แย่แล้ว เสิ่นชิงคงประสบเหตุเสียชีวิตจริง ๆ
ตามแผนที่วางไว้ เฉาเล่อก้าวเข้าไปตรวจดูลมหายใจ จากนั้นก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แล้วคลุมผ้าขาวบนเสิ่นชิง
“ยกร่างไปได้…”
เฉาเล่อมีน้ำตาคลอที่หางตา กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกด้วยความเจ็บปวด เขาโบกมือให้คนในชุดกาวน์สองคนที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ
จากนั้น เสิ่นชิงก็ถูกยกขึ้นเปล มีผ้าขาวที่แสบตาคลุมอยู่บนใบหน้าของเธอ
“โอ้แม่เจ้า! โอ้แม่เจ้า! นี่มันข่าวใหญ่! ข่าวใหญ่มาก! เสิ่นชิงตายจริง ๆ ด้วย!”
“พระเจ้า คลุมผ้าขาวแล้ว นี่…นี่คงหมดลมหายใจไปนานแล้วสินะ”
นักข่าวที่แอบเล็ดลอดเข้ามาในเขาเสี่ยวเหมยได้เห็นภาพนี้ แอบถ่ายรูปเก็บไว้
ในภาพถ่าย เสิ่นชิงนอนอยู่บนเปล สองมือห้อยลงตามธรรมชาติอยู่ข้างลำตัว บนใบหน้ามีผ้าขาวคลุมอยู่
ด้านข้าง สมาชิกทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงต่างร่ำไห้ปิดหน้า
“คราวนี้คงยืนยันได้แล้วว่า เสิ่นชิงตายจริง ๆ…” ผู้ช่วยนักข่าวพึมพำ
นักข่าวข้าง ๆ ยกกล้องขึ้นแอบถ่ายอีกภาพ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ระวังคำพูดหน่อย นี่ไม่เรียกว่าตาย แต่เรียกว่าเสียสละ”
“น่าเสียดายจริง ๆ อายุยังน้อยแท้ ๆ ก็ต้องมาเสียสละ” นักข่าวคนอื่น ๆ ที่มาด้วยกันพากันส่ายหน้า
อีกด้านหนึ่ง
เสิ่นชิงถูกหามขึ้นรถพยาบาลอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูรถปิดลง เค่ออวิ๋นที่รออยู่ในรถก็ดึงผ้าออก เธอผลักเสิ่นชิงเบา ๆ
“พี่เสิ่นชิงตื่นเร็ว ๆ ไม่ต้องแกล้งแล้ว พวกนั้นถ่ายรูปได้แล้ว”
พวกนักข่าวเหล่านั้นถูกปล่อยให้เข้ามาโดยเจตนา จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างความเข้าใจผิด ให้พวกเขาเผยแพร่ข่าวการตายของเสิ่นชิงออกไป
“พี่เสิ่นชิงตื่นเถอะ ไม่ต้องแกล้งแล้ว” เค่ออวิ๋นรอมาพักใหญ่ เห็นเสิ่นชิงไม่มีการตอบสนอง จึงผลักเบา ๆ อีกครั้ง
เสิ่นชิงยังคงไม่ขยับเขยื้อน ราวกับตายจริง ๆ
เค่ออวิ๋นตกใจมาก ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร เสิ่นชิงก็ไม่มีการตอบสนอง
“พี่เสิ่นชิง! พี่เสิ่นชิง! เป็นอะไรไป ตื่นสิ อย่าเป็นอะไรไปนะ!” เมื่อเห็นเสิ่นชิงเป็นแบบนี้ เค่ออวิ๋นก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก