สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 501 ต้องการสร้างความเกลียดชัง
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 501 ต้องการสร้างความเกลียดชัง
บทที่ 501 ต้องการสร้างความเกลียดชัง
รถหุ้มเกราะสีดำมีความแข็งแกร่งในการป้องกันสูงมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่บนพื้นดิน กระสุนปืนซุ่มยิงธรรมดาไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้แต่กระจกรถก็ยังยิงไม่ทะลุ
รถหุ้มเกราะสีดำคันนี้เองที่เป็นที่พึ่งให้เสิ่นชิงกล้าเสี่ยงอันตราย
ตู๋หยาเข้าใจว่าเสิ่นชิงนั่งมาในรถสีดำธรรมดา ๆ คันหนึ่ง เขาไม่เคยคิดเลยว่า รถคันนี้จะมีความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่งขนาดนี้
“บ้าเอ๊ย รถพิเศษที่มีระดับการรักษาความปลอดภัยขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ามีแค่ผู้นำประเทศถึงจะได้นั่งหรอกเหรอ
เสิ่นชิงเป็นแค่อัยการตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เธอมีสิทธิ์อะไรมานั่งรถแบบนี้”
สมาชิกพอยเซินแฟ็งบ่นพึมพำขณะที่เคลื่อนย้ายตำแหน่ง
ตามระดับตำแหน่งของเสิ่นชิง เธอไม่มีคุณสมบัติที่จะนั่งรถแบบนี้จริง ๆ
แต่เพราะเสิ่นชิงอยู่ในตำแหน่งพิเศษ มักจะต้องไปขัดผลประโยชน์ของเหล่านายทุนใหญ่ และมักจะถูกลอบทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง ท่านอวิ๋นจึงออกหน้าช่วยขอรถให้เสิ่นชิงหนึ่งคัน
“ในเมื่อกระสุนใช้ไม่ได้ผล งั้นก็ใช้ระเบิดมือ!”
ระเบิดมือเป็นระเบิดขนาดเล็กที่พกพาได้ชนิดหนึ่งที่ตู๋หยาพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ แม้ว่าระเบิดมือจะมีขนาดเล็ก แต่อำนาจการทำลายล้างก็ไม่ควรมองข้าม
ระเบิดมือเพียงลูกเดียวก็สามารถทำลายตึกสำนักงานสูงสิบกว่าชั้นได้
ในความมืด เงาดำสายหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนไหวแนบไปกับพื้นเหมือนงู
กลุ่มทหารรับจ้างที่เพิ่งลอบสังหารเสิ่นชิงกำลังถอนกำลังออกไป
มือปืนสไนเปอร์ที่ยิงพลาดไปต้องรีบย้ายตำแหน่ง ไม่เช่นนั้นจะถูกโต้กลับ
พวกเขาวางแผนจะอ้อมไปยังยอดเขา เพื่อรวมกำลังกับทีมที่อยู่บนหน้าผาทางทิศตะวันตก แล้วใช้ระเบิดมือระเบิดรถสีดำของเสิ่นชิง
พวกทหารรับจ้างพอยเซินแฟ็งคิดว่าตัวเองระมัดระวังและไม่ทิ้งร่องรอย
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าทุกการเคลื่อนไหวล้วนอยู่ในสายตาของเสิ่นชิง
“คุณเสิ่น มือสังหารที่ซุ่มอยู่ทางทิศตะวันออกกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ดูเหมือนพวกเขาจะรวมกำลังกันแล้วโจมตีพวกเราพร้อมกัน”
ผู้กำกับจ้าวรายงานความเคลื่อนไหวของฝ่ายศัตรูให้เสิ่นชิงทราบทั้งหมด
เสิ่นชิงพยักหน้าเบา ๆ “อืม ดีมาก นี่แหละที่ต้องการให้พวกเขารวมตัวกัน”
ถ้าศัตรูแข็งแกร่งกว่าเรา ก็ต้องใช้การรบกองโจร แยกกำลัง แล้วค่อย ๆ กำจัดทีละส่วน
ถ้าศัตรูอ่อนแอกว่าเรา ก็ให้รวมศัตรูไว้ที่เดียวกัน แล้วกำจัดทีเดียวจบ
“รายงานครับ มือสังหารทางทิศใต้และทิศเหนือยังไม่มีความเคลื่อนไหว”
เสียงของเจ้าหน้าที่สื่อสารดังมาจากหูฟัง เสิ่นชิงพูดอย่างใจเย็น “ไม่ต้องรีบ เราวนอีกสักสองสามรอบ”
เธอต้องการดึงความเกลียดชังต่อไป
หลังจากเผชิญกับการยิง รถสีดำยังคงแล่นไปอย่างไม่รีบร้อน ราวกับไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อย
ข้างหน้า ถนนบนภูเขาแยกออกเป็นสองระดับบนล่าง รถสีดำแยกออกจากขบวนรถทันที มุ่งหน้าไปทางถนนชั้นบนสุด ส่วนรถคันอื่น ๆ ขับไปทางถนนด้านล่าง
การกระทำนี้ช่างชวนให้งุนงงจริง ๆ
ในสถานการณ์ที่รู้ว่ามีสไนเปอร์ รถสีดำควรจะขับตามขบวนรถไปจะปลอดภัยกว่า
แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่า ถ้าแยกตัวออกจากขบวนรถตอนนี้ จะกลายเป็นเป้าที่ถูกโจมตีแน่นอน
“หัวหน้า รถสีดำคันนั้นคิดอะไรอยู่? ทำไมถึงแยกออกจากขบวนรถ?” กลุ่มพอยเซินแฟ็งรู้สึกแปลกใจ คนที่มีสมองปกติคงไม่มีใครแยกตัวออกมาในตอนนี้แน่
หัวหน้าตู๋หยาหรี่ตามองรถสีดำที่อยู่เบื้องล่างพลางกล่าว “ฉันคิดว่ามีความเป็นไปได้สองอย่าง
หนึ่ง เสิ่นชิงอาจไม่ได้อยู่ในรถสีดำคันนั้น พวกเขาอาจจะใช้กลอุบายล่อพวกเรา
สอง เสิ่นชิงอาจจะกำลังท้าทายพวกเรา เธอคงคิดว่าพวกเราทำอะไรเธอไม่ได้”
มือปีนสไนเปอร์คนหนึ่งที่ถือปืนอยู่พูดว่า “ฮะ? ไม่น่าจะใช่นะ ผมเห็นกับตาว่าเป้าหมายขึ้นรถสีดำคันนั้น”
หัวหน้าตู๋หยาส่ายหน้า “ตอนนั้นควันปืนคลุ้งและฝุ่นฟุ้งกระจาย พวกเราไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า เสิ่นชิงเปลี่ยนรถระหว่างทางหรือเปล่า”
นั่นหมายความว่า เสิ่นชิงอาจฉวยโอกาสตอนที่ควันปืนบดบังสายตาทุกคน แอบขึ้นรถอีกคันหนึ่งก็เป็นได้
“หัวหน้า พวกเราจะทำยังไงต่อดี? ปล่อยรถสีดำคันนั้นไปแล้วโจมตีขบวนรถต่อไหม?”
หัวหน้าตู๋หยาลูบคางพลางครุ่นคิดก่อนพูดว่า “แต่ก็ไม่แน่นะ บางทีเสิ่นชิงอาจจะตั้งใจให้พวกเราคิดว่าเธอเปลี่ยนรถก็ได้”
สมาชิกกลุ่มพอยเซินแฟ็งฟังการวิเคราะห์ของหัวหน้าแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผลมาก จึงพากันเห็นด้วย “จริงด้วย ผู้หญิงที่ชื่อเสิ่นชิงคนนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ”
“งั้นหัวหน้า พวกเราจะทำยังไงต่อดี? ขั้นแรกต้องยืนยันก่อนใช่ไหมว่าเสิ่นชิงอยู่ในรถคันไหน?”
ยังไม่ทันที่หัวหน้าตู๋หยาจะตอบ รถเกราะดำก็ให้คำตอบแล้ว
บนถนนภูเขาที่คดเคี้ยว รถเกราะสีดำเปิดไฟกะพริบ ไฟสีแดงที่กะพริบไปมาเหมือนกำลังกะพริบตาใส่ทุกคน
ทันใดนั้น หน้าต่างรถเกราะสีดำก็เลื่อนลง มือเรียวบางขาวสะอาดข้างหนึ่งยื่นออกมา
มือนั้นชูนิ้วโป้งขึ้น แล้วจู่ ๆ ก็พลิกนิ้วโป้งชี้ลงพื้นอย่างแรง
ท่าทางยียวนเหลือเกิน
ในตอนนั้น เมฆหมอกบนท้องฟ้าสลายไปหมด แสงจันทร์สว่างจ้า ส่องสว่างทั่วทั้งเขาเสี่ยวเหมย
กลุ่มพอยเซินแฟ็งมองเห็นคนที่นั่งอยู่ในรถได้ชัดเจน
คนที่นั่งอยู่ในรถก็คือเสิ่นชิง มือหนึ่งจับพวงมาลัย อีกมือยื่นออกนอกหน้าต่าง นิ้วโป้งชี้ลงพื้น
“บ้าเอ๊ย! ผู้หญิงคนนี้กล้าเยาะเย้ยพวกเราด้วย!”
ตู๋หยาโกรธจนจมูกแทบเบี้ยว เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่หยิ่งผยองขนาดนี้มาก่อน
“นังผู้หญิงนี่กล้าเลื่อนกระจกลงมาด้วย คงอยากตายชัด ๆ! พวกนาย ให้เธอลิ้มรสกระสุนสักหน่อย ให้รู้ซะบ้างว่าอะไรเป็นอะไร!”
มือปืนสไนเปอร์ของพอยเซินแฟ็งรีบเล็งปืนไปที่หน้าต่างรถทันที แล้วเหนี่ยวไกอย่างรวดเร็ว
เสิ่นชิงรู้ตำแหน่งและการเคลื่อนไหวทุกอย่างของมือปืนสไนเปอร์ฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดเล็กจำนวนมากไว้บนเขาเสี่ยวเหมย พอศัตรูย่างกรายเข้ามาในเขาเสี่ยวเหมย ทุกการเคลื่อนไหวจึงอยู่ในการเฝ้าระวังของตำรวจ
หลังจากได้ยินเสียงเตือนผ่านหูฟัง เสิ่นชิงหัวเราะเบา ๆ “ฮึ ๆ…”
จากนั้นเธอใช้มือข้างเดียวหักพวงมาลัยไปทางซ้ายอย่างแรง รถเกราะดำทำการดริฟต์อย่างสวยงามผ่านหัวมุม
“ปัง! ปัง! ปัง!”
กระสุนที่ยิงออกมาอย่างรวดเร็วพุ่งชนผาหินที่หัวมุม กระเด็นเป็นประกายไฟสีทองวาบ
ต่อหน้าต่อตาทุกคน รถสีดำแล่นจากไปอย่างห้าวหาญ ทิ้งไว้เพียงควันไอเสียสีดำที่ดูยโสโอหัง
หลังจากนั้น เสียงปี๊บสองครั้งที่แสบแก้วหูก็ดังขึ้นในหุบเขา
“ปี๊บ…ปี๊บ…”
เขาเสี่ยวเหมยเงียบสงัดมาก เสียงแตรรถสะท้อนก้องในหุบเขาอยู่นาน จนทำให้ผู้คนรู้สึกหงุดหงิด
“ยัยบ้าเอ๊ย! ผู้หญิงคนนี้กล้ามาท้าทายพวกเราได้ยังไง! ไอ้เวร!”
ทหารรับจ้างล้วนมีนิสัยร้อนแรง พวกเขาใช้ชีวิตท่ามกลางอันตรายมาตลอด เต้นรำกับความตาย แสวงหาแต่เงินทอง เลือด การต่อสู้ และความตื่นเต้น
พวกเขายึดมั่นในหลักการที่ว่า ชีวิตและความตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่พอใจก็ลงมือเลย
ตอนนี้โดนผู้หญิงคนหนึ่งท้าทาย กลุ่มพอยเซินแฟ็งต่างโกรธจนควันออกหู
“นังสารเลว! แค่อัยการคนเดียวทำตัวเหิมเกริมนัก! จัดการมันซะ!”
หัวหน้าตู๋หยาคว้าวิทยุสื่อสารมา พูดทั้ง ๆ ที่กัดฟัน “เตรียมระเบิดมือให้พร้อม ฉันจะดูสิว่ากระดูกของเธอแข็งแค่ไหน!”
…
ใต้แสงจันทร์ รถสีดำแล่นขึ้นลงบนถนนภูเขา
เสิ่นชิงจับพวงมาลัย ทำการดริฟต์สวยงามครั้งแล้วครั้งเล่า
กลุ่มทหารรับจ้างพอยเซินแฟ็งอาศัยความมืดเป็นที่กำบัง ย้ายไปยังหน้าผาทางทิศตะวันตก
“หัวหน้า พวกเราจะใช้ระเบิดมือจริง ๆ เหรอครับ?
ผู้ว่าจ้างต้องการแค่หัวของเธอ ถ้าพวกเราใช้ระเบิด ร่างของเธอจะแหลกเป็นจุณ ตอนนั้นค่าหัวอาจจะลดลงมากเลยนะครับ”
หัวหน้าตู๋หยากลอกตา “ถ้าไม่ใช้ระเบิด แกจะเอาหัวของเธอมายังไง? แกมีวิธีอื่นที่จะลากตัวเธอออกมาจากกระดองเต่านั่นได้หรือไง?”
กลุ่มพอยเซินแฟ็ง “….”
“แต่ว่าหัวหน้า ถ้าพวกเราระเบิดเป้าหมายจนกลายเป็นเศษเนื้อ แล้วพวกเราจะพิสูจน์ยังไงว่าได้ฆ่าเธอแล้ว? ผู้ว่าจ้างจะไม่เชื่อพวกเราหรือเปล่า คิดว่าพวกเราโกหก?”
ภารกิจต้องการหัวของเสิ่นชิงก็เพื่อให้สะดวกในการยืนยันว่าเป้าหมายถูกสังหารแล้ว
หัวหน้าตู๋หยาคิดอย่างจริงจัง “ถ้าไม่มีทางเลือก รอให้ควันจางก่อน พวกเราค่อยไปเก็บเศษเนื้อมาส่งให้ผู้ว่าจ้างโดยตรง ให้เขาไปตรวจสอบดีเอ็นเอเอง”
กลุ่มพอยเซินแฟ็งพยักหน้า “หัวหน้าพูดมีเหตุผล!”
…
คืนเดือนมืด ลมแรง เหมาะแก่การฆ่าคนและวางเพลิง
กลุ่มทหารรับจ้างพอยเซินแฟ็งปรากฏตัวที่หน้าผาทางตะวันตก
“ระเบิดมัน!”
กล้าดียังไง เขาอยากรู้นักว่ากระดูกของเธอจะแข็งแกร่งแค่ไหน
เมื่อหัวหน้าตู๋หยาออกคำสั่ง ระเบิดมือที่ถูกจุดนับไม่ถ้วนก็ลากแสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งลงสู่หุบเขาอย่างรวดเร็ว
“ฟิ้ว…”
ดาวตกนับไม่ถ้วนที่ทิ้งแสงสีฟ้าไว้เบื้องหลัง พุ่งผ่านท้องฟ้า ร่วงหล่นลงสู่ก้นหุบเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ระเบิดออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดมหึมาที่สว่างจ้าอย่างที่สุด
“ตู้ม! ตู้ม!”
พลังของระเบิดมือนั้นไม่อาจดูแคลนได้จริง ๆ แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา
ก้อนหินขนาดใหญ่พังทลายลงมา เหมือนลูกปืนใหญ่ที่ถูกยิงจากหน้าผาเบื้องบนลงมาสู่หุบเขาอย่างรุนแรง
คลื่นแรงระเบิดพัดพาต้นไม้และพืชพรรณนับไม่ถ้วนปลิวว่อน แม้แต่ต้นไม้ที่มีลำต้นใหญ่เท่าปากชามยังถูกหักขาดกลางลำ
เสียงระเบิดที่ก้องกังวานในหุบเขาราวกับเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้แก้วหูแทบแตก
“ฟิ้ว…”
หัวหน้าตู๋หยาผิวปากอย่างดูแคลน
เขาคิดว่าเสิ่นชิงคงถูกระเบิดจนแหลกเป็นจุณแล้ว
ไม่มีใครสามารถรอดชีวิตจากความเสียหายที่เกิดจากระเบิดมือได้