สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 468 ไล่อธิบดีหม่าออก
บทที่ 468 ไล่อธิบดีหม่าออก
หญิงสาวดวงตาเปล่งประกายสว่าง ร้องอย่างประหลาดใจ “พระเจ้า! พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่เขตชุมชนเส้อเยว่?”
เสิ่นชิงชี้ไปยังถุงที่เด็กสาวถืออยู่ “ถุงพลาสติกในมือเธอมีโลโก้ของซูเปอร์มาร์เก็ตเจียเจีย ตามที่ฉันรู้ ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้อยู่ใกล้กับเขตชุมชนเส้อเยว่
ผักในถุงยังมีน้ำติดอยู่ แสดงว่าผักสดมาก ซูเปอร์มาร์เก็ตโดยทั่วไปเปิดเวลา 7 โมงเช้า มีเพียงคนที่อาศัยอยู่ใกล้ซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้นที่จะสามารถแย่งซื้อผักสดรอบแรกได้”
เสิ่นชิงกะพริบตา “ฉันพูดถูกไหม?”
ปากของเด็กสาวเบิกกว้างเป็นรูปตัวโอ มองดูเสิ่นชิงด้วยความชื่นชม “ว้าว พี่เสิ่นชิง คุณไม่ใช่คนเมืองหางโจวหรอกเหรอ? ทำไมถึงรู้จักเมืองเจียงดีขนาดนี้?”
เสิ่นชิงไม่คุ้นเคยกับเมืองเจียง แต่คุ้นเคยกับเขตชุมชนเส้อเยว่เป็นอย่างดี
เพราะว่าหวงโฮ่วเซิงอาศัยอยู่ที่เขตชุมชนเส้อเยว่ ระหว่างทางมาเมืองเจียง เสิ่นชิงได้ดูแผนที่จริงของเขตชุมชนเส้อเยว่แล้ว
เสิ่นชิงมีความสามารถในการจดจำถ่ายภาพ เขตชุมชนเส้อเยว่มีตึกกี่หลัง รอบ ๆ มีอาคารแบบไหน มีถนนการค้ากี่สาย บนถนนการค้ามีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตกี่ร้าน เธอจำได้หมด
เด็กสาวพยักหน้าอย่างแรง “ใช่ค่ะ ฉันมาจากเขตชุมชนเส้อเยว่ ฉันซื้อผักและผลไม้มาเล็กน้อย กำลังจะไปเยี่ยมคุณยายของฉัน “รู้ว่าเด็กสาวคนนี้อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเส้อเยว่ ดวงตาของเฉาเล่อก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
เขากินซาลาเปาหมดอย่างรวดเร็ว แล้วจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาเป็นประกาย พลางถามว่า “น้องสาว เธอรู้จักคนชื่อหวงโฮ่วเซิงไหม? เขาก็อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเส้อเยว่เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินชื่อหวงโฮ่วเซิง เด็กสาวส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยินนะคะ ฉันไม่รู้จักเขา”
ประกายในดวงตาของเฉาเล่อหรี่ลงทันที
เด็กสาวแลบลิ้น “ในหมู่บ้านของเรามีคนอาศัยอยู่หลายพันคนนะคะ ฉันจะไปรู้จักทุกคนได้ยังไง”
เสิ่นชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วเงยหน้าถามว่า “น้องสาว เมื่อคืนนี้มีเรื่องอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นในเขตชุมชนเส้อเยว่บ้างไหม?”
เรื่องแปลก ๆ เหรอ?
เด็กสาวเอียงศีรษะคิดสักครู่
“เมื่อคืนทุกอย่างในหมู่บ้านก็เป็นปกติดีนะคะ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
เด็กสาวพูดจบ จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกายพลางพูดว่า “โอ้! ฉันนึกออกแล้ว ตอนที่ฉันกำลังนอนหลับ ฉันได้ยินเสียงระเบิดดังมาก
เสียงนั้นดังมากจนทำให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในหมู่บ้านส่งเสียงดังไม่หยุด
แต่ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็ไม่ได้ยินว่ามีที่ไหนในหมู่บ้านถูกระเบิด อาจจะเป็นยางรถของบ้านใครบ้านหนึ่งระเบิดก็ได้”
เสิ่นชิงและเฉาเล่อสบตากัน สีหน้าดูเคร่งเครียดมาก
“ตอนนั้นประมาณกี่โมง?”
“ตีสามครึ่ง ฉันตื่นขึ้นมาเพราะตกใจค่ะ แล้วก็มองนาฬิกาปลุก”
สำนักงานอัยการแห่งเมืองหลวง
อธิบดีหม่าเดินตรวจงานของแต่ละหน่วยงานโดยเอามือไพล่หลัง
เมื่อเดินผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ สายตาของอธิบดีหม่าก็ตกอยู่ที่โปสเตอร์ของเสิ่นชิง เสิ่นชิงสวมชุดเครื่องแบบ ดวงตาเปล่งประกายด้วยรอยยิ้ม ดูสง่างามและเฉียบขาด
อธิบดีหม่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความพอใจ
ดูสิ คนที่มาจากสำนักงานอัยการของเรานั้นช่างโดดเด่นไม่เหมือนใคร
“เหอตง! เหอตง!” อธิบดีหม่าเรียกเหอตงด้วยเสียงดังพลางเหยียดคอ
เหอตงรีบวางงานในมือลงทันที วิ่งเหยาะ ๆ มาหน้าอธิบดีหม่า จากนั้นยิ้มเผยฟันแปดซี่อย่างเป็นมาตรฐานพลางถามว่า “ฮ่า ๆ อธิบดีครับ ท่านมีอะไรจะสั่งเหรอครับ?”
อธิบดีหม่าชี้ไปที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นแล้วพูดว่า “บอร์ดประชาสัมพันธ์มีฝุ่นเกาะ นายช่วยเช็ดให้หน่อย นี่เป็นหน้าตาของสำนักงานอัยการเรานะ”
เหอตงพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับตำข้าว “เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว!”
ในใจของเหอตงรู้สึกดีใจอย่างลับ ๆ
แม้ว่าการเช็ดกระจกบอร์ดประชาสัมพันธ์จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การที่อธิบดีเจาะจงให้เขาเช็ดกระจกนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่
เหอตงสร้างกำลังใจให้ตัวเอง คิดอย่างภาคภูมิใจในใจว่า ในสำนักงานมีคนมากมาย แต่อธิบดีกลับมอบหมายให้เขาเช็ดกระจก นี่หมายความว่าอะไร?
หมายความว่าอธิบดีให้ความสำคัญกับตัวเอง ไม่อย่างนั้นทำไมไม่ส่งคนอื่นมาเช็ดกระจก?
“บอร์ดประชาสัมพันธ์นี้คือหน้าตาของพวกเรา ทุกคนที่เข้ามาในสำนักงานอัยการจะเห็นมันเป็นอย่างแรก บอร์ดประชาสัมพันธ์นี้ต่อไปต้องเช็ดทุกวัน ห้ามมีฝุ่นเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
พูดจบ อธิบดีตบไหล่เหอตงอย่างจริงจัง “เสี่ยวตง ภารกิจสำคัญนี้ฉันขอมอบให้นาย”
เหอตงรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล
ฮือ ๆ ๆ เขาเป็นแค่นักศึกษาฝึกงานที่จุดตรวจ ไม่น่าจะมีบุญวาสนาอะไรที่จะทำให้อธิบดีจำได้ แถมยังมอบหมายภารกิจสำคัญให้อีก
เหอตงกำผ้าขี้ริ้วแน่น เขาจะต้องเช็ดกระจกให้เงาวับจนคนมองเห็นตัวเองได้
ไม่ใช่แค่เงาคนเท่านั้น เขาจะเช็ดกระจกบอร์ดประชาสัมพันธ์นี้ให้แม้แต่เงาผีก็ยังสะท้อนออกมาได้!
มองดูท่าทางที่เหอตงพยายามเช็ดกระจกอย่างขะมักเขม้น อธิบดีหม่ายิ้มกว้าง คนรุ่นใหม่ช่างมีพลังเต็มเปี่ยมจริง ๆ
ความเป็นหนุ่มสาวช่างดีจริง!
อธิบดีหม่าหลังจากหลอกล่อเหอตงเสร็จแล้ว ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสไปหาผู้อำนวยการหลี่
ผู้อำนวยการหลี่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ในสำนักงาน
อธิบดีหม่ายื่นหน้าไปมองดูแวบหนึ่ง แล้วก็ชมเชยสองสามคำ “จริง ๆ รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเสิ่นชิงเขียนได้ดีมาก สมกับเป็นคนเก่งจริง ๆ ทำอะไรก็เก่งไปหมด”
ผู้อำนวยการหลี่เงยหน้าขึ้นมองดูอธิบดีหม่าแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าอ่านรายงานต่อ
รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานอัยการคล้ายกับสรุปผลการทำงาน
โดยทั่วไปแล้วจะรายงานว่าในช่วงเวลานี้ตัวเองทำอะไรบ้าง จัดการคดีอะไร พัฒนาการของคดี กระบวนการ ผลลัพธ์ ต้องรายงานให้ชัดเจนทุกอย่าง
อธิบดีหม่ายื่นมือไปตบรายงานที่เสิ่นชิงส่งมา “โอ้โห หนาขนาดนี้เลยเหรอ”
ผู้อำนวยการหลี่ดันแว่นสายตายาว “ใช่แล้ว เสิ่นชิงทำงานมามากในช่วงหนึ่งปีนี้ สืบสวนคดีมาไม่น้อยเลย”
อธิบดีหม่ามองดูผู้อำนวยการหลี่อย่างจริงจังแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการหลี่ ไม่ใช่ผมจะว่าคุณนะ แต่เสิ่นชิงทำงานมามากมาย สร้างผลงานไว้มากมาย ทำไมคุณถึงกดเธอไว้ตลอด ไม่ยอมให้เธอเลื่อนตำแหน่งล่ะ? สิ่งที่เธอทำในปีนี้ เทียบเท่ากับที่คนอื่นทำในสิบปีเลยนะ!”
ผู้อำนวยการหลี่นวดหว่างคิ้วแล้วพูดว่า “ตอนนี้เธอก็เป็นอัยการชั้น 1 แล้ว จะให้เลื่อนขึ้นไปอีกยังไง? จะให้เตะคุณออกแล้วให้เธอมาเป็นอธิบดีของสำนักงานอัยการแห่งเมืองหลวงเลยหรือไง?”
อัยการสูงสุดแห่งประเทศจีน ก็คืออธิบดีของสำนักงานอัยการแห่งเมืองหลวง
อธิบดีหม่าอึ้งไป ร่างกายแข็งทื่อทันที
“ไม่ใช่นะ ผู้อำนวยการหลี่ ทำไมคุณพูดจาแดกดันคนแบบนี้ล่ะ? คุณก็รู้ดีว่าผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”
ผู้อำนวยการหลี่จัดเรียงเอกสารบนโต๊ะ แล้ววางให้เป็นระเบียบทีละอัน พูดอย่างช้า ๆ ว่า “ก็แค่ล้อเล่นนิดหน่อย ทำไมถึงโมโหล่ะ”
ท่านอวิ๋นขอตัวเสิ่นชิงจากผู้อำนวยการหลี่มาหลายครั้งแล้ว อยากให้เสิ่นชิงย้ายไปอยู่ข้าง ๆ เขา
ผู้อำนวยการหลี่รู้ดีในใจว่า เมื่อเทียบกับสำนักงานอัยการแล้ว ยังมีเวทีที่เหมาะสมกับเสิ่นชิงมากกว่า
ผู้อำนวยการหลี่จิบชาแล้วพูดว่า “คุณยอมให้บุคคลโดดเด่นของสำนักงานอัยการของเราย้ายไปที่อื่นเหรอ?”
อธิบดีหม่าถอนหายใจแล้วพูดว่า “แน่นอนว่าผมไม่อยากให้ไป เสิ่นชิงเป็นหน้าตาของสำนักงานอัยการของเรา กว่าสำนักงานอัยการของเราจะมีคนแบบนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่คนที่มีความสามารถอย่างเสิ่นชิง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน เธอก็สามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนนี้ ท่านอวิ๋นขาดคน ถ้าเสิ่นชิงไปอยู่ที่นั่น มันจะดีต่อการพัฒนาในอนาคตของเธอมากกว่า”
ผู้อำนวยการหลี่ไม่แสดงความคิดเห็น
เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ผมเคยถามเสิ่นชิง เธออยากเป็นอัยการ พวกเราจะเอาแต่ต้องการฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องดูความต้องการของเธอด้วย”