สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 395 นรกว่างเปล่า
บทที่ 395 นรกว่างเปล่า
ฟ่านเจี้ยนตื่นขึ้นมา คนแรกที่เขาเห็นก็คือเสิ่นชิง
“เสิ่น…คุณเสิ่น? นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”
ฟ่านเจี้ยนเบิกตากว้างมองดูเสิ่นชิง ศีรษะของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลจนดูเหมือนบะจ่าง ดูตลกมาก
“แน่นอนว่าคุณไม่ได้ฝันไป” เสิ่นชิงขมวดคิ้วพูดว่า “คุณเป็นนักข่าวสนามรบในเหตุการณ์จี้เครื่องบินครั้งที่แล้วใช่ไหม?”
เสิ่นชิงจำคนตาเล็กคนนี้ได้แม่นยำ
ฟ่านเจี้ยนพยายามลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พูดว่า “ใช่ครับ ใช่ครับ! ผมเองครับ! ผมเอง!”
ฟ่านเจี้ยนรู้สึกดีใจมาก คุณเสิ่นจำเขาซึ่งเป็นคนที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้ได้
ฟ่านเจี้ยน “สวัสดีครับ ท่านอัยการอาวุโสเสิ่น! ขออนุญาตแนะนำตัวเองสักหน่อยนะครับ ผมชื่อฟ่านเจี้ยน ‘ฟ่าน’ มาจากคำว่าแบบอย่าง ‘เจี้ยน’ มาจากคำว่าสร้างประเทศ ไม่ใช่ฟ่านที่แปลว่าทำผิด และไม่ใช่เจี้ยนที่แปลว่าต่ำช้า ผมเป็นคนเมืองซานเฉิง อายุ 28 ปี อาศัยอยู่ที่เขตเยว่ซิ่ว เมืองซานเฉิง…”
ฟานเจี้ยนยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นชิงรีบโบกมือห้ามทันที “หยุด! สิ่งที่ฉันอยากรู้ไม่ใช่เรื่องนี้”
เสิ่นชิงเหลือบมองผ้าพันแผลบนศีรษะของฟานเจี้ยน “สหายฟานเจี้ยน บาดแผลบนหัวของคุณเกิดขึ้นได้ยังไง?”
ฟานเจี้ยนถอนหายใจแล้วพูดว่า “พูดออกมาคุณเสิ่นอาจจะไม่เชื่อ กลางวันแสก ๆ ผมถูกคลุมหัวด้วยกระสอบและถูกทุบตีอย่างหนักในเมืองหลวง กล้องถ่ายรูปที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็ถูกแย่งไปด้วย…”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว เมืองหลวงเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยที่สุดในประเทศ ทำไมตอนนี้ถึงได้วุ่นวายขนาดนี้?
“เฮ้อ โลกทุกวันนี้เสื่อมลงเรื่อย ๆ จิตใจคนก็ไม่เหมือนเดิม…” ฟานเจี้ยนส่ายหัว
“นอกจากกล้องถ่ายรูปแล้ว เงินทองติดตัวมีหายไปบ้างไหม?” เสิ่นชิงถาม
ฟานเจี้ยนลูบกระเป๋าแล้วพูดอย่างสงสัย “แปลกจัง ทำไมโทรศัพท์มือถือและเงินสดยังอยู่ครบล่ะ?”
ถ้าเป็นการปล้น ทำไมถึงปล้นแค่กล้องถ่ายรูปอย่างเดียว?
เสิ่นชิงหรี่ตามองฟานเจี้ยน “คุณถ่ายอะไรที่ไม่ควรถ่ายหรือเปล่า?”
“ฮะ?” ฟานเจี้ยนงุนงงเล็กน้อยหลังจากนั้นเขายกมือขึ้น นิ้วทั้งห้าชิดกัน พูดเสียงสั่นว่า “คุณเสิ่น… ผมเป็นพลเมืองดีนะ! ผมขอสาบานต่อฟ้า ผมไม่เคยแอบถ่ายผู้หญิงเลย! สิ่งที่ผมถ่ายวันนี้ล้วนเป็นเนื้อหาที่เหมาะสม!”
“หืม?” เสิ่นชิงเลิกคิ้วขึ้น มองฟานเจี้ยนอย่างสงสัย
ทำไมไอ้หมอนี่ถึงสารภาพโดยไม่ต้องถามล่ะ?
“ไม่ใช่นะ คุณเสิ่นต้องเชื่อผม!” สายตาตรวจสอบของเสิ่นชิงทำให้ฟานเจี้ยนหน้าแดง
เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ฟานเจี้ยนหยิบกระเป๋ากล้องขึ้นมา ล้วงเอาการ์ดความจำออกมา “แม้ว่ากล้องจะถูกแย่งไป แต่ผมยังมีการ์ดความจำสำรองอยู่ครับ!”
พวกโจรแค่แย่งกล้องที่แขวนคอฟานเจี้ยนไป แต่ไม่ได้แย่งเอากระเป๋ากล้อง
ฟานเจี้ยนถือการ์ดความจำ หัวเราะเบา ๆ “ดีนะที่ผมมีนิสัยชอบสำรองข้อมูล”
จากนั้น ฟานเจี้ยนเสียบการ์ดความจำเข้ากับคอมพิวเตอร์ แล้วส่งออกรูปที่ถ่ายวันนี้
“คุณเสิ่นครับ ผมเป็นพลเมืองดีมาก ๆ นะ ดูสิ นี่คือรูปที่ผมถ่ายวันนี้ ในไฟล์ยังแสดงวันที่ด้วย”
เสิ่นชิงกวาดตามองภาพหมู่ของคณะเต้นรำ พลางพยักหน้า “อืม เป็นเนื้อหาที่เหมาะสมจริง ๆ”
ทันใดนั้น เสิ่นชิงก็หยุดมองนิ่ง
“เดี๋ยวก่อน! ขยายรูปนี้ให้ใหญ่ขึ้นหน่อย!” เสิ่นชิงชี้ไปที่รูปถ่ายหมู่ภาพหนึ่ง
หลังจากฟานเจี้ยนขยายรูปแล้ว เสิ่นชิงก็มองเห็นเงาคนในกระจกชัดเจน เธออุทานด้วยความประหลาดใจ “นี่มัน…คุณนายเจียงเหรอ?”
คุณนายเจียงในกระจกดูแก่ลงไปสิบกว่าปี กล้ามเนื้อบนใบหน้าหย่อนคล้อย รอบดวงตาเต็มไปด้วยริ้วรอย ดูแตกต่างจากรูปลักษณ์ก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคน
เสิ่นชิงรู้สึกไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เธอคลิกเข้าไปดูบัญชีของคุณนายเจียง เห็นว่าเธอโพสต์สเตตัสไว้วันนี้
เนื้อหาของสเตตัสเป็นรูปถ่ายของเจียงเหมียวเหมียวที่เข้าร่วมการแสดงศิลปะ คุณนายเจียงยังเขียนข้อความประกอบไว้ด้านล่างว่า “ลูกสาวของฉันเติบโตเป็นสาวแล้ว รู้สึกปลื้มปีติจริง ๆ”
เสิ่นชิงหยุดมองครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่า…คนในรูปถ่ายคือคุณนายเจียงจริง ๆ
แต่ว่า เมื่อไม่นานมานี้คุณนายเจียงที่เธอเห็นยังดูเหมือนสาวอายุ 16 มีเสน่ห์เหลือล้น งดงามเหนือใคร
ทำไมเพียงไม่กี่วันถึงได้แก่ลงจนดูน่าเกลียดขนาดนี้
ฟานเจี้ยนลูบคางพลางหรี่ตามอง “ผมจำผู้หญิงคนนี้ได้ เธอดุมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ชอบให้ใครถ่ายรูป คงจะไม่ใช่เธอที่ลงมือกับผมหรอกนะ?”
พูดจบ ฟานเจี้ยนก็รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลนัก เป็นไปได้อย่างไรที่คนเราจะทำอะไรรุนแรงขนาดนั้นเพียงเพราะรูปถ่ายเพียงรูปเดียว…
เสิ่นชิงใช้นิ้วพิมพ์อย่างรวดเร็ว ส่งข้อความไปหาสวีลี่ ให้เธอสอบถามเรื่องกระบวนการผลิตสารเอช5 จากเพื่อนนักข่าวต่างประเทศ
ไม่นาน สวีลี่ก็โทรกลับมาหาเสิ่นชิง
สวีลี่พูดอย่างร้อนรน “พี่เสิ่นชิง! ฉันได้ข่าวใหญ่ระเบิดมาอีกแล้ว!
กระบวนการผลิตตัวทำปฏิกิริยาของเอช5 โหดร้ายมาก ซีรั่มไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ที่ถูกทารุณ แต่สกัดมาจากเด็กที่ถูกทารุณ!
ว่ากันว่า ตอนที่เด็กตกใจกลัว ในเลือดจะหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ฮอร์โมนนี้สามารถเร่งการเผาผลาญของเซลล์ และยังมีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ เสริมความงาม และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง!
เนื่องจากลักษณะของเหตุการณ์นี้ร้ายแรงมาก ทางการประเทศ M จึงบอกว่า ซีรั่มสกัดมาจากสัตว์ที่ถูกทารุณเพื่อลดแรงกดดันจากสาธารณชน
ตัวทำปฏิกิริยาเริ่มต้นของเอช5 ยังมีส่วนผสมที่ทำให้เสพติด เมื่อหยุดใช้ คนก็จะแก่เร็วขึ้น
ตอนนี้ประเทศ M กำลังสืบสวนอย่างเข้มงวดเพื่อหาต้นตอการขายตัวทำปฏิกิริยาของเอช5”
หลังจากฟังคำพูดของสวีลี่ เสิ่นชิงอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น
นรกว่างเปล่า ปีศาจอยู่บนโลกมนุษย์!
“ไม่น่าเชื่อ! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้! พวกเขายังเป็นมนุษย์อยู่เหรอ? กล้าเอาเด็กมาทำการทดลอง!”
ฟานเจี้ยนได้ยินรายงานของสวีลี่เช่นกัน เขาโกรธจนกำหมัดแน่น ตาแดงก่ำ
“ผมจะเปิดโปง! ผมจะเปิดโปงเรื่องนี้!”
เสิ่นชิงกดฟานเจี้ยนที่กระโดดลงจากเตียงคนไข้ให้นั่งลง “คุณอยู่เฉย ๆ พักรักษาตัวไป รูปในกล้องของคุณฉันจะเอาไปด้วย”
ตอนนี้เสิ่นชิงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า คุณนายเจียงได้รับการฉีดผิวย้อนวัยจริง ๆ
สภาพที่เธอแก่เร็วขึ้นในตอนนี้ คือผลข้างเคียงจากการหยุดยา
สายตาของเสิ่นชิงเย็นชาลง เธอถอนหายใจยาว ๆ
คนพวกนี้ที่ฉีดิวย้อนวัย ก็เหมือนกับการดูดเลือดจากร่างของเด็กเล็ก ไม่ต่างอะไรจากการกินคนเลย
สวีลี่แค่นเสียงสองครั้ง “ฮึ่ม ฮึ่ม พี่เสิ่นชิง ฉันคิดว่าเราควรสืบสวนดาราหญิงในวงการบันเทิงที่ดูแลตัวเองได้ดี และใบหน้าไม่แก่ลงเลยสักหน่อย ฮึ่ม ฉันสงสัยว่า เราคงจะจับได้ทันทีเลยละ!”
ต้องยอมรับว่า สวีลี่มีความคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
ดวงตาของเสิ่นชิงเป็นประกายขึ้นมา “ความคิดนี้ไม่เลวเลย พวกเราอยู่ที่เมืองหางโจวมานานแล้ว ในที่สุดก็มีของขวัญที่จะมอบให้ได้แล้ว…”
สวีลี่ถูมือไปมา “ฮ่า ๆ ฉันรอไม่ไหวที่จะเริ่มงานแล้ว!”
ฮ่า ๆ ๆ เริ่มต้นปีด้วยการกวาดล้างบ้านเกิดเลย คิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น!
….
เมืองหางโจว บ้านตระกูลเจียง
ภรรยาเจียงสวมหน้ากากนั่งอยู่บนโซฟา ตรงหน้าเธอมีกล้องวิดีโอวางอยู่ บอดี้การ์ดชุดดำหลายคนยืนเอามือไพล่หลังอยู่ด้านหลังเธอ
“พวกนายดูสิ่งที่อยู่ในนี้แล้วหรือยัง?”
ภรรยาเจียงหันหน้าไปมองบอดี้การ์ดชุดดำด้วยสายตาเย็นชา บอดี้การ์ดชุดดำคนหนึ่งยืดอกขึ้น พูดอย่างหนักแน่น “คุณนาย พวกเรารู้กฎระเบียบดี…”
พวกเขาไม่กล้าดูเนื้อหาข้างในแม้จะมีความกล้าสิบเท่าก็ตาม
เปลือกตาของภรรยาเจียงกระตุก เธอพูดอย่างไร้อารมณ์ “ได้ พวกนายไปได้แล้ว วันนี้ทำผลงานได้ดี ไปรับเงินเดือนห้าเท่าได้”
บรรดาบอดี้การ์ดพยักหน้าพร้อมกัน พูดเป็นเสียงเดียวกัน “ขอบคุณคุณนายครับ!”
ภรรยาเจียงเปิดกล้องวิดีโอ เลื่อนไปที่ภาพถ่ายที่บันทึกใบหน้าจริงของเธอไว้
เธอกดลบทันทีโดยไม่คิดอะไร จากนั้นก็ดึงการ์ดความจำออกมาแล้วโยนลงในเตาผิงที่กำลังลุกไหม้อย่างแรง
ต่อมา เธอก็หยิบกล้องวิดีโอขึ้นมาแล้วขว้างลงไปข้างล่างอย่างแรง
กล้องวิดีโอตกลงมาจากที่สูง แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันที
มองดูเศษซากที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นข้างล่าง ภรรยาเจียงก็ยิ้มออกมาในที่สุด
ดีจัง ความลับของเธอปลอดภัยแล้ว และพรุ่งนี้ยาล็อตใหม่ก็จะมาถึง เธอก็จะยังคงเป็นสาวงามที่ทุกคนจับตามองเหมือนเดิม
ภรรยาเจียงรู้สึกภูมิใจในตัวเอง แต่เธอไม่รู้เลยว่า เสิ่นชิงได้รู้ความลับของเธอแล้ว และยังมีหลักฐานที่แน่นหนาอีกด้วย