บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 381 จางเหว่ยและเจียงอีอี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
  4. บทที่ 381 จางเหว่ยและเจียงอีอี
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 381 จางเหว่ยและเจียงอีอี

เจียงอีอีถอดปลอกแขนออก แล้วเรียกเสียงหวาน ว่า “พี่ชิง!”

จางเหว่ยยิ้มกว้าง เผยฟันขาวเรียงสวย ยกทัพพีเหล็กขึ้นพูดว่า “พี่ชิงจะทานอะไรดี? สั่งอะไรก็ได้ตามใจเลย!”

จางเหว่ยและเจียงอีอีทั้งสองคนมีสีหน้าสดใส ดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา ดูเหมือนช่วงนี้พวกเขาจะมีชีวิตที่มีความสุขมาก

เมื่อพวกเขาเห็นเสิ่นชิง สายตาเผยความประหลาดใจ ตื่นเต้น เป็นกันเอง และซาบซึ้ง

เสิ่นชิงกอดอกมองค้อนจางเหว่ย “นี่ จางเหว่ย นายเปิดร้านแต่ไม่บอกฉันเลยเหรอ? ยังไง? กลัวฉันกินแล้วไม่จ่ายเงินหรือไง?”

จางเหว่ยเกาหัวแก้เก้อ ยิ้มแหย ๆ “โอ๊ย! ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ! คุณเป็นพี่ชิงของผมนะ! การที่คุณมากินที่ร้านผม นั่นเป็นเกียรติของผมมากเลยครับ!”

เสิ่นชิงแค่นเสียงเบา ๆ “หึ งั้นทำไมเปิดร้านไม่บอกฉัน? นายนี่ไม่น่าไว้ใจเลย”

จางเหว่ยพูดอย่างเขิน ๆ ว่า “โอ๊ย ผมคิดว่ายังไงก็แค่เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ พูดออกไปก็ไม่มีหน้ามีตาอะไร รอเปิดภัตตาคารใหญ่เมื่อไหร่ค่อยเชิญคุณมาให้เกียรติครับ”

เสิ่นชิงไม่คิดว่าจางเหว่ยที่เป็นช่างภาพจะมาเป็นพ่อครัวได้ เธอยังจำได้ว่าไอ้หมอนี่เคยพูดไว้ว่า เขาตั้งใจจะถ่ายภาพเซ็กซี่ของดาราสาวทุกคน

ดูเหมือนว่า จางเหว่ยจะเห็นความสงสัยของเสิ่นชิง เขาจึงชี้ไปที่เจียงอีอี พลางพูดด้วยสีหน้ามีความสุขว่า “ฮ่า ๆ ตอนนี้ผมถ่ายรูปให้แค่ภรรยาผมคนเดียวเท่านั้น”

จางเหว่ยทิ้งระเบิดลูกใหม่อีกครั้ง จนทำให้เสิ่นชิงงงไปหมด

เสิ่นชิงมองทั้งสองคนด้วยความประหลาดใจ “อะไรนะ! พวกเธอแต่งงานกันแล้วเหรอ!”

เจียงอีอีหน้าแดง ก้มหน้าดึงชายเสื้อ พูดเสียงเบาว่า “ยัง ๆ ยังไม่ได้แต่ง พวกเราวางแผนจะไปจดทะเบียนวันศุกร์นี้”

จางเหว่ยและเจียงอีอีทั้งสองคนเดินทางมาด้วยกัน ผ่านอุปสรรคมามากมาย ในที่สุดก็จะได้ลงเอยกันสักที

เสิ่นชิงรู้สึกดีใจกับทั้งสองคนมาก “โอ้โห เป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ ยินดีด้วยนะ! ตอนที่พวกเธอจัดงานแต่งงาน ต้องเรียกฉันไปด้วยนะ”

พูดถึงเรื่องจัดงานแต่งงาน สายตาของจางเหว่ยวูบไหว “พี่ชิง พวกเราตัดสินใจไม่จัดงานแต่งงานแล้ว ตอนนั้นพวกเราจะเชิญญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาทานข้าวกัน”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชิงขมวดคิ้ว แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดว่า “เออใช่ แล้วเจียงเสี่ยวไป๋ล่ะ? ทำไมไม่เห็นเด็กคนนั้นเลย?”

พอพูดถึงเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงอีอีก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวไป๋จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเดือนมิถุนายนปีหน้าแล้ว เขาต้องอยู่โรงเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว พี่ชิงชิง คุณเป็นแบบอย่างของเสี่ยวไป๋นะ เขาก็อยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้าเหมือนกัน”

หลังจากผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมา เจียงเสี่ยวไป๋มีจิตใจที่สงบนิ่งขึ้นมาก ตอนนี้เขาตั้งใจเรียนหนังสืออย่างหนัก มุ่งมั่นแสวงหาความรู้

เมื่อได้ยินเรื่องราวล่าสุดของเจียงเสี่ยวไป๋ เสิ่นชิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เสี่ยวไป๋ฉลาด เขาต้องสอบติดแน่นอน”

เจียงอีอีให้จางเหว่ยจัดโต๊ะที่สะอาดโต๊ะหนึ่ง สวมปลอกแขน เตรียมทำอาหารอร่อย ๆ ให้เสิ่นชิง

ด้วยน้ำใจที่ปฏิเสธได้ยาก เสิ่นชิงจึงเชิญเฉาเล่อและคนอื่น ๆ มานั่งล้อมวงรอบโต๊ะ

จางเหว่ยช่วยเจียงอีอีเตรียมอาหาร พลางเลือกผักไปด้วยพูดอย่างยิ้มแย้มว่า

“พี่ชิง ฝีมือทำอาหารของอีอีดีกว่าผมนะ ทั้งผมและเสี่ยวไป๋ล้วนเรียนวิธีทำอาหารมาจากเธอ พูดตามตรงแบบไม่อวย ฝีมือของอีอีเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าเลยละ!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารทยอยถูกยกขึ้นโต๊ะ

ไข่เจียวใส่เนื้อเส้น ผัดเผ็ดเครื่องในไก่ หมูตงพัว บัวลอยหมักสุรา ตั้วฮื้อทอด ขนมเข่งซี่โครงหมู…

ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติครบถ้วน กลิ่นหอมโชยมาเตะจมูก

“มา ๆ ๆ ทุกคนทานตอนร้อน ๆ ลองชิมฝีมือภรรยาผมดูสิครับ” จางเหว่ยเชิญชวนเสิ่นชิงและสมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงให้รับประทานอาหารอย่างกระตือรือร้น ฝีมือของเจียงอีอีทำให้ทุกคนตาสว่างขึ้นทันที

ผัดเผ็ดเครื่องในไก่กรอบและอร่อย รสชาติเผ็ดร้อนและหอมกรุ่น

หมูตงพัวสีแดงสดใส หวานแต่ไม่เลี่ยน กลิ่นหอมเต็มที

ไข่เจียวใส่เนื้อเส้น ทอดจนเหลืองกรอบ มีกลิ่นหอมและชุ่มฉ่ำ…

สวีลี่กินจนเคลิ้ม เริ่มพูดประจบว่า “ฝีมือของเจ้าของร้านนี่ไปเป็นเชฟในโรงแรมห้าดาวได้เลยนะ!”

เจียงอีอียิ้มอย่างเขินอาย แก้มแดงระเรื่อ พูดอย่างถ่อมตัวว่า “อาเหว่ยเรียนรู้ฝีมือของฉันไปหมดแล้ว ศิษย์เก่งกว่าอาจารย์เสียอีก”

จางเหว่ยตักข้าวเข้าปาก หัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่า ๆ ทั้งหมดนี้เพราะอาจารย์สอนดีน่ะ”

ทุกคนกินข้าวเสร็จแล้วคุยกันอย่างสนุกสนานเป็นเวลานาน

จางเหว่ยหน้าแดงด้วยความยินดี ยิ้มพลางเชิญชวนว่า “ทุกคนมาบ่อย ๆ นะ ช่วยอุดหนุนร้านเล็ก ๆ ของเราด้วย”

สวีลี่โบกมือยกใหญ่ พูดอย่างห้าวหาญว่า “แน่นอนอยู่แล้ว เพื่อนของพี่เสิ่นชิงก็คือเพื่อนของพวกเราเหมือนกัน!”

ก่อนจะจากไป เสิ่นชิงแอบเรียกจางเหว่ยออกมานอกประตู แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “จางเหว่ย ถ้านายขาดเงินบอกฉันได้นะ ฉันไม่มีเพื่อนมาก แต่นายเป็นเพื่อนของ”

ตอนที่เธอตกต่ำที่สุด ทั้งกองถ่ายต่างซ้ำเติมเธอ แต่จางเหว่ยไม่เคยทำแบบนั้น

จางเหว่ยเป็นคนสนุกสนานร่าเริงในกองถ่าย มีความคิดเรียบง่าย บริสุทธิ์และใจดี ถ้าจางเหว่ยมีปัญหา เธอยินดีที่จะช่วยเหลือเขา

จางเหว่ยมองถนนที่พลุกพล่านด้วยความเหม่อลอย แล้วพูดว่า “ผมทำงานมาหลายปี ก็เก็บเงินได้ไม่น้อย เงินจัดงานแต่งงานก็มีพอแน่นอน จริง ๆแล้ว… จริง ๆ แล้วอีอีไม่อยากจัดงานแต่งงาน

อีอีกลัวการถูกจับจ้องจากคนอื่น บาดแผลในใจของเธอยังไม่หายดี ดังนั้น ผมต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเธอ”

เสิ่นชิงครุ่นคิดแล้วพูดว่า “อืม งานแต่งงานก็แค่พิธีการ ขอแค่พวกเธอสองคนมีความสุขก็พอ”

พอเสิ่นชิงพูดจบ จางเหว่ยก็ยิ้มแหย่แล้วทำหน้าตลก “จริงสิ พี่ชิง คุณกับพี่เย่เป็นยังไงบ้าง ผมจะได้กินขนมมงคลของพวกคุณเมื่อไหร่ล่ะ”

เสิ่นชิงอึ้งไป

เธอกับลู่เย่ยังอีกนานเลย ตอนนี้เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของลู่เย่

เสิ่นชิงทำหน้าบึ้ง เสียงมีแววตำหนิเล็กน้อย “ลู่เย่อยู่ในกองทัพ ฉันไม่ได้ข่าวคราวของเขามานานแล้ว ใครจะรู้ว่าเขายังจำฉันได้หรือเปล่า…”

จางเหว่ยหัวเราะเบา ๆ “พี่ชายคนเถื่อนไม่มีทางลืมพี่ชิงหรอก เขาคงทิ้งคุณไม่ลงแน่ ๆ”

…

ประเทศจีน เขตทหารทางตะวันตกเฉียงใต้

บนทะเลทรายโกบีที่ห่างไกลจากค่ายทหารใหม่ มีฐานฝึกลับแห่งหนึ่งซ่อนอยู่

ลู่เย่เพิ่งจบจากค่ายทหารใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว และถูกส่งตัวมาที่นี่

เขาถูกเลือกโดยเขตทหาร เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการทหารโลกในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้

เขาจะเป็นตัวแทนทหารของประเทศจีนเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และต้องเข้ารับการฝึกลับเป็นเวลาสองเดือน

ในช่วงการฝึกลับ ฐานจะตัดขาดจากการติดต่อกับโลกภายนอก กลายเป็นเกาะเดียวดายที่ไม่มีสัญญาณใด ๆ ยามค่ำคืน หลังจากสิ้นสุดการฝึกซ้อมในวันนั้น

ลู่เย่นอนลงบนลานฝึกกลางแจ้งที่โล่งกว้าง เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงวูบวาบ ในความคิดของเขา มันเชื่อมต่อกันเป็นเส้นจุดเป็นระนาบ รวมตัวกันเป็นภาพของคนที่เขาคิดถึงมากที่สุด

ภายใต้แสงดาวบนท้องฟ้า ลู่เย่หยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

เปิดสมุดบันทึกออก ทุกหน้าเต็มไปด้วยภาพวาดใบหน้าของเสิ่นชิง

ปากกาที่ใช้วาดเป็นเพียงปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินธรรมดา แค่ไม่กี่เส้นก็สามารถถ่ายทอดใบหน้าและอารมณ์ของเสิ่นชิงลงบนกระดาษได้อย่างมีชีวิตชีวา

ต้องยอมรับว่า ลู่เย่มีพรสวรรค์ทางศิลปะอยู่บ้าง

ในฐานทัพไม่มีอะไรเลยนอกจากอุปกรณ์ฝึกที่เย็นเฉียบและครูฝึกหน้าตาย

ลู่เย่จึงได้แต่ใช้การวาดรูปเพื่อบรรเทาความคิดถึงในยามว่างจากการฝึก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 381 จางเหว่ยและเจียงอีอี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
2024-02-19
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
2023-05-19
novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
2023-11-02

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน